Products & Services
EN
EN
TH
CN

ดีป้า จับมือ ซีพีเอส เวเธอร์ เปิดตัว CPS AGRI ระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อเกษตรอัจฉริยะ ตั้งเป้าช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรทั่วประเทศ ได้ไม่น้อยกว่า 10 ล้านคน

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2564, อาคารดีป้า ลาดพร้าว - สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมกับ บริษัท ซีพีเอส เวเธอร์ จำกัด และ บริษัท ซีพีเอส อะกริ จำกัด เปิดตัวโครงการ CPS AGRI: ระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อเกษตรอัจฉริยะของประเทศไทย เพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขันของประเทศด้านเกษตรอัจฉริยะ พัฒนาให้เกิดการให้บริการบนแพลตฟอร์มกับภาคการเกษตร ให้บริการในลักษณะของข้อมูลเป็นบริการ และใช้ข้อมูลดิจิทัลในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ภาคเกษตร พร้อมตั้งเป้าหมายเกษตรกรและประชาชนเข้าถึงข้อมูล 10 ล้านราย ลดต้นทุนและลดความเสียหายจากภัยธรรมชาติ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า ดีป้า มีภารกิจหลักในการส่งเสริมและสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมที่เป็นอาชีพหลักของคนไทย ซึ่งคิดเป็น 28% ของประเทศ โดยการพัฒนาเกษตรกรรมให้มีประสิทธิภาพจึงเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ด้วยเหตุนี้ ดีป้า จึงได้ร่วมมือกับ บริษัท ซีพีเอส เวเธอร์ จำกัด และ บริษัท ซีพีเอส อะกริ จำกัด จัดทำโครงการ “CPS AGRI: ระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อเกษตรอัจฉริยะของประเทศไทย” ที่จะช่วยเตือนภัยธรรมชาติ เพื่อให้เกษตรกรทราบถึงข้อมูลสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝนล่วงหน้าในพื้นที่ของตนเองได้อย่างแม่นยำ ทำให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการทรัพยากร วางแผนการเพาะปลูกและการจัดจำหน่ายได้ อีกทั้งยังเป็นการให้บริการในลักษณะของข้อมูลด้านบริการ (Data as a Service) ให้กับดิจิทัลสตาร์ทอัพสามารถเชื่อมโยงข้อมูล API จนนำไปสู่การพัฒนารูปแบบการให้บริการแบบใหม่สำหรับเกษตรกร

ด้าน ผศ.ดร.ชินวัชร์ สุรัสวดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีเอส เวเธอร์ จำกัด และ บริษัท ซีพีเอส อะกริ จำกัด กล่าวว่า โครงการ CPS AGRI: ระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อเกษตรอัจฉริยะของประเทศไทย จะเปิดให้บริการแก่ประชาชน เกษตรกร หน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยมีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มากถึง 10 ประเภท ได้แก่ ข้อมูลฝนจากดาวเทียมประมาณ 9 ดวง ผลการพยากรณ์อากาศความละเอียดสูง การสังเกตและผลการพยากรณ์พายุหมุนเขตร้อน พื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาแหล่งน้ำผิวดิน ผลการพยากรณ์ภูมิอากาศความละเอียดสูง ล่วงหน้า 10 ปี ข้อมูลสภาพอากาศจากอุปกรณ์ตรวจวัดสภาพอากาศ ข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกของพืชเศรษฐกิจ (ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย ยางพารา) ผลการพยากรณ์ผลผลิตอ้อย ข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมจากดาวเทียม และสถานภาพความสมบูรณ์ของพืชจากดาวเทียม และพัฒนาแพลตฟอร์มแอปพลิเคชัน ฟ้าฝน (FAHFON) เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยคาดว่าจะเปิดตัวในเดือนมิถุนายนนี้ อันจะเกิดประโยชน์ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารจัดการน้ำ และประกันภัยพืชผล ลดความเสียหายจากภัยธรรมชาติ และการพัฒนาศักยภาพด้านเกษตรอัจฉริยะของประเทศ โดยตั้งเป้าติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดสภาพอากาศ 500 จุดทั่วประเทศ และมีเกษตรกร รวมถึงประชาชนทั่วไปเข้าใช้บริการมากกว่า 10 ล้านคนภายในระยะเวลา 3 ปี หวังช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรและสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐศาสตร์ในภาพรวมของประเทศมากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี

พร้อมกันนี้ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า และ ผศ.ดร.ชินวัชร์ ยังได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “เกษตรอัจฉริยะ กับการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล” พร้อมด้วย นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ นายกันตพงษ์ แก้วกมล รองประธานเครือข่าย Young Smart Farmer อุปนายกสมาคมเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร โดยมีสาระสำคัญเกี่ยวกับนโยบายและทิศทางในการขับเคลื่อนโครงการ CPS AGRI รวมถึงการแก้ปัญหาภัยธรรมชาติต่าง ๆ และวิธีที่เกษตรกรจะสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลของโครงการ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการต่อไป