บริการ
TH
EN
TH
CN

“ดีป้า เหนือบน” ปักธงช่วยชาวสวนมะม่วง จ.เชียงราย หนุนใช้ระบบ Precision Framing ลดต้นทุน-เพิ่มรายได้

28 กันยายน 2564, จังหวัดเชียงราย - สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) สาขาภาคเหนือตอนบน ลงพื้นที่วิสาหกิจชุมชน Mango Smart Farm จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของเกษตรกรจำนวนกว่า 26 ครัวเรือน เพื่อจำหน่ายผลมะม่วงสด คุณภาพเกรดพรีเมี่ยมส่งออก รวมถึงมีการแปรรูปผลผลิตที่ไม่ได้คุณภาพ เช่น การแปรรูปมะม่วงอบแห้ง, มะม่วงกัมมี่ ส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น, เกาหลี, สหภาพยุโรป ด้วยคุณภาพตามมาตรฐาน Good Agricultural Practices (GAP)

ที่ผ่านมา ประสบปัญหาเรื่องการควบคุมผลผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานดังกล่าว เนื่องจากพื้นที่ในการเพาะปลูก มีความแตกต่างกันทางภูมิประเทศ ทำให้ได้ผลผลิตที่ไม่เท่ากันในแต่ละจุด ซึ่งดินแต่ละประเภทจะมีความสามารถในการอุ้มน้ำแตกต่างกัน ส่งผลให้ปริมาณสารอาหารที่มะม่วงควรจะได้รับจึงไม่เท่ากัน ทำให้วิสาหกิจชุมชนดังกล่าว ไม่สามารถควบคุมขนาดของผล มะม่วง ทำให้เกิดการขาดทุน รวมถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ส่วนต่างของกำไรจึงลดน้อยลง

depa สาขาภาคเหนือตอนบน จึงได้เร่งเข้าไปให้คำแนะนำแก่วิสาหกิจชุมชนดังกล่าว ผ่านการส่งเสริมและสนับสนุนภายใต้มาตรการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อชุมชนในชนบท (depa Digital Transformation Fund for Community) ด้วยเทคโนโลยี Precision Framing IoT เกษตรแม่นยำสูง โดยมีเครื่องมือที่ใช้ช่วยเก็บข้อมูล ซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือ

  1. Weather Station เก็บข้อมูลด้านอากาศ, ความชื้นในดิน และปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืช รวบรวมมาวิเคราะห์ เพื่อหาปัจจัยที่ส่งผลต่อผลผลิตมะม่วงในพื้นที่ พร้อมแจ้งเตือนและแสดงผลผ่านมือถือ หรือคอมพิวเตอร์
  2. IoT Sensor ที่ช่วยในการตรวจวัดค่าความชื้นในดิน เพื่อเก็บข้อมูลความชื้นในดิน ตรวจวัดค่าตลอดเวลาแบบ real time เพื่อนำข้อมูลมาแก้ไขปัญหาเรื่องสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทำให้มะม่วงติดผลยาก โดยการนำมาวิเคราะห์ร่วมกับสภาพอากาศ เพื่อหาปัจจัยที่เหมาะสมสำหรับมะม่วง

หลังจากวิสาหกิจชุมชนดังกล่าว นำเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำสูง (Precision Framing) มาปรับใช้ทำให้ช่วยลดต้นทุนด้านแรงงาน ในขั้นตอนการดูแลการให้น้ำเพราะสามารถดูความชื้นจากระบบได้แทนการเดินสำรวจ และลดปริมาณการใช้ทรัพยากรน้ำมัน ในการสูบน้ำตลอดจน รวมถึงมีข้อมูลนำมาวิเคราะห์หาปัจจัยที่เหมาะสม ทำให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการน้ำในแต่ละแปลงของกลุ่ม ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้ทรัพยากรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด จนสามารถลดต้นทุน และเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนได้ถึง 350,000 บาทต่อปี