บริการ
TH
EN
TH
CN
depa ภาคเหนือตอนบน
Please Select

ดำเนินการให้บริการให้คำปรึกษา และคำแนะนำด้านดิจิทัล ในพื้นที่

จำนวนผู้ใช้บริการศูนย์ DOSS สาขาภาคเหนือ

ปี

จำนวน (คน)

2561

429

2562

325



กิจการสาขา

Load More

ดำเนินการสนับสนุนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในทั้งในภาคชุมชน ภาคธุรกิจ และภาคการเกษตรในพื้นที่รับผิดชอบ ผ่านมาตรการ “depa Digital Transformation” 

1. ผลักดันและส่งเสริมให้ภาคธุรกิจนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิทภาพผ่านมาตรการ depa mini transformation voucher 

ภาคธุรกิจ 

บริษัท แอ๊บโซลูท บอดี้โซลูชั่น จำกัด 

เป็นการนำระบบซอฟต์แวร์มาบริการจัดการธุรกิจยิมฟิตเนส เพื่อบันทึกเข้าใช้งานของสมาชิก เก็บข้อมูลการงานของสมาชิกเพื่อนำมาวิเคราะห์ด้านสุขภาพ การบันทึกรายได้รับจ่ายของกิจการ

2. ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้คูปองดิจิทัล ในงานโครงการพัฒนา Cluster อุตสาหกรรมกลุ่มล้านนาตะวันออก สำหรับอุตสากรรมอาหาร และสมุนไพร กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2

ผลักดันและส่งเสริมการสร้างความตระหนักรับรู้ของโครงการส่งเสริมและสนับสนุนคูปองดิจิทัลเพื่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล (depa mini Transformation Voucher) และ digital Transformation Fund  ในพื้นที่ภาคเหนือ ในงานสัมมนาเชิงปฎิบัติการเพื่อระดมความคิดเห็นให้ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันและทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมในโครงการพัฒนา Cluster อุตสาหกรรมกลุ่มล้านนาตะวันออกกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่มและอุตสาหกรรมสมุนไพร ภายใต้โครงการ (Northern Thailand Food Valley) จัดโดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมภาคเหนือ และ สภาอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (4จังหวัด เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน)


กิจการสาขา

Load More

ดำเนินการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพกำลังคนและบุคลากรด้านดิจิทัล ผ่านมาตรการ “depa Digital Manpower Fund” ในพื้นที่รับผิดชอบ ทั้งในระดับการใช้งานขั้นพื้นฐาน ระดับการใช้งานในสาขาอาชีพ ระดับการใช้งานขั้นผู้เชี่ยวชาญ ระดับทักษะที่มีความต้องการเร่งด่วน เพื่อให้เกิดการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ

ตัวอย่างการดำเนินการในพื้นที่ 

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ร่วมกับมหาวิทยาลัยพะเยา โดยคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและ

การสื่อสาร จัดโครงการพัฒนาศักยภาพกำลังคนและบุคลากรด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล หลักสูตร Cloud Computing ด้วย ComTIA Cloud Essential จำนวน 100 ราย เพื่อเตรียมความพร้อมของนักศึกษาและบุคลากรในการเข้าทำงานและยกระดับให้มีสมรรถนะด้านดิจิทัลมาตรฐานในระดับสากล อีกทั้งเป็นการเพิ่มโอกาสในการแข่งขันของประเทศ


กิจการสาขา

Load More

ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจเริ่มต้นด้านดิจิทัล เพื่อการเริ่มต้นธุรกิจอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital Startup) ผ่านมาตรการ “depa Digital Startup Fund” ภายใต้โครงการส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อการเริ่มต้นธุรกิจอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Industrial and Innovation Startup) โดยการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) ในกลุ่มบุคคลธรรมดา กลุ่มบุคคล วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล หรือจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและเริ่มต้นดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาแล้วไม่เกิน 5 ปี ในธุรกิจที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมดิจิทัล ได้แก่ กิจการพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software) กิจการฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ (Hardware and Smart Device) กิจการให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Services) กิจการพัฒนาดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content) และกิจการอุปกรณ์ชิ้นส่วนโทรคมนาคมและการสื่อสาร (Communication Equipment and Services) สำหรับในการต่อยอดแนวความคิดให้เกิดเป็นธุรกิจรูปแบบใหม่สำหรับการเริ่มต้นเข้าสู่อุตสาหกรรมดิจิทัล

โดยได้รับความร่วมมือจากอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (หน่วยร่วม) โครงการจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2561 ถึงวันที่ 13 กรกฎาคม 2561 depa ให้การสนับสนุนเป็นทุนให้เปล่า (S1) จำนวน 30 ทุน ทุนละ 50,000 บาท เป็นจำนวนเงิน 1,500,000 บาท  เพื่อให้บุคคลธรรมดา นักเรียน นักศึกษา รวมถึงกลุ่มบุคคลที่ยังไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคลจัดตั้งบริษัท ได้นำเสนอผลงาน (Pitching) เพื่อนำเสนอแผนงานเบื้องต้นระดับการแปลงความคิดสู่การเริ่มต้นธุรกิจอุตสาหกรรมดิจิทัล (Conceptual Plan) ให้ได้ไอเดียใหม่ๆ เพื่อนำไปดำเนินการต่อยอดในธุรกิจต่อไป



กิจการสาขา

Load More

ดำเนินการส่งเสริมพื้นที่รับผิดชอบให้พัฒนาเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ของสาขาภาคเหนือตอนบน  โดยมีการเดินสายทำความเข้าใจร่วมกับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือรวม 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน แพร่ พะเยา น่าน  โดยมีการนำเสนอรายละเอียด แนวทางนโยบาย เป้าหมายการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ รูปแบบการเป็นเมืองอัจฉริยะด้านต่างๆ บทนิยาม ข้อมูล ขั้นตอนในการสมัครขอรับตราสัญลักษณ์ Smart City และสิทธิประโยชน์ของการพัฒนาเมืองให้กลายเป็น Smart City ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และทีมหัวหน้าส่วนราชการของแต่ละจังหวัด ซึ่งผลจากการนำเสนอในแต่ละจังหวัดที่ผ่านมา  สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลได้มีการติดตาม ดำเนินงาน ให้การสนับสนุน ผลักดันให้แต่ละจังหวัดจัดทำแผนยุทธศาสตร์ของจังหวัดให้สอดรับกับการพัฒนาไปสู่เมือง Smart City โดย มีจังหวัดที่มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ที่มีผู้จัดการสาขา หรือผู้แทนสำนักงานร่วมเป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะแล้ว 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ แพร่ และ พิษณุโลก โดยล่าสุด จังหวัดลำพูน ได้มีหนังสือเชิญสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคเหนือตอนบนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์และเมืองอัจฉริยะจังหวัดลำพูน เมื่อวันที่ 2๘ มิถุนายน 2562 เพิ่มเติมอีกจังหวัดหนึ่ง อันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวในการพัฒนาของกลุ่มจังหวัดในเขตภาคเหนือและสะท้อนการดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการ Smart City ของสำนักงานสาขาภาคเหนือที่ดำเนินงานมาอย่างแข็งขันต่อเนื่องและขยายผลอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในเขตภาคเหนือให้บรรลุผลสำเร็จต่อไป


Smart City Co-Project with Korea Association

ดีป้าเหนือบน ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล เชื่อมสัมพันธ์หน่วยงานจากประเทศสาธารณรัฐเกาหลีใต้ วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคเหนือตอนบน นำโดยนายมีธรรม ณ ระนอง ได้ร่วมให้การต้อนรับ Korea Association for Photonics Industry Development ( KAPID ) หน่วยงานชั้นนำภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลเกาหลีใต้ และ บริษัท House of rainmaker ซึ่งเป็นหน่วยงานด้าน Online Business platform ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรม Photonics และ Smart city  พร้อมด้วยกลุ่มนักธุรกิจจากสาธารณรัฐเกาหลีใต้ รวมกว่า 14 บริษัท ซึ่งเข้าเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน Smart city ร่วมกับ สำนักงานฯและภาคเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ ณ depa One Stop Service Software and Digital Content Center นอกจากนี้ในงานดังกล่าวสำนักงานฯ ได้มีกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัลในภูมิภาค และเปิดโอกาสให้มีการผลักดันจับคู่ธุรกิจ ให้เกิดการเชื่อมโยงธุรกิจดิจิทัลกับนักธุรกิจจากสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ซึ่งก่อให้เกิดการเชื่อมโยงและกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัลเขตภาคเหนือตอนบน โดยมีผู้ประกอบการไทยในภูมิภาคเข้าร่วมงานดังกล่าวกว่า 40 บริษัท และได้ประสานงานต่อเนื่องเพื่อเตรียมการลงนามความร่วมมือในการพัฒนา Smart City ในเขตภาคเหนือ ร่วมกับหน่วยงาน Korea Agency For Infrastructure Technology Advancement (KAIA) and Korea Association for Photonics Industry Development ( KAPID ) ในช่วงเดือนสิงหาคม 2562

Smart City Road Show Northern

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2562, ณ โรงแรมเดอะปาร์ค โฮเทล จังหวัดพิษณุโลก ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า พร้อมด้วย นายมีธรรม ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มกิจการสาขา, ดร.มนต์ศักดิ์ โซ่เจริญธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ และเจ้าหน้าที่ดีป้าทั้งส่วนกลาง และสาขาภาคเหนือตอนล่าง ลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก จัดงานสัมมนาเชิงปฎิบัติการ “Smart City Thailand Roadshow” ภาคเหนือ โดยมี นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวต้อนรับและเป็นประธานในพิธีเปิด

ซึ่ง ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการดีป้า เผยว่า การจัดงานสัมมนาเชิงปฎิบัติการ “Smart City Thailand Roadshow” ที่พิษณุโลกในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 3 โดยก่อนหน้านี้ ดีป้าได้ลงพื้นที่ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดยะลาระหว่าง เดือนมีนาคม - กลางเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อให้ความรู้ และแบ่งปันแนวคิดแก่ผู้นำเมืองของแต่ละจังหวัดในแต่ละภูมิภาค และช่วยจุดประกายแนวคิดการวางรากฐานในการพัฒนาเมืองสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการที่จะให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ระดมความคิดที่จะปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เหมาะสมกับจังหวัดของตนเอง

การจะเป็นเมืองอัจฉริยะได้นั้นพื้นที่ที่ยื่นสมัครขอเป็นเมืองอัจฉริยะต้องจัดทำแผนการพัฒนาเมืองตามเงื่อนไข 5 ข้อ คือ 1) ต้องกำหนดพื้นที่และเป้าหมายที่ชัดเจน 2) มีแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 3) กำหนดแนวทางการพัฒนาระบบข้อมูลและความปลอดภัย 4) มีแผนจัดทำบริการพื้นที่และระบบเมืองอัจฉริยะ 7 ด้าน มี Smart Environment เป็นด้านบังคับ และ 5) มีแนวทางการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ผู้นำเมืองและผู้สนใจสามารถศึกษาหลักเกณฑ์และขั้นตอนการสมัครเป็นเมืองอัจฉริยะได้ที่เว็บไซต์ www.smartcitythailand.or.th ดร.ภาสกร กล่าวเสริม

 โดยการจัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “Smart City Thailand Roadshow” ภาคเหนือในครั้งนี้ มีกลุ่มเป้าหมายคือผู้นำเมืองจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ ทั้ง เทศบาล อบจ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้าน การพัฒนาเมืองอัจฉริยะของพื้นที่ ทั้งส่วนราชการและภาคเอกชน และมีผู้สนใจเข้าร่วมการสัมมนาครั้งนี้มากกว่า 150 คน



กิจการสาขา

Load More

ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในชุมชน ในพื้นที่รับผิดชอบ ผ่านมาตรการ depa Digital Transformation Fund for Community มี 2 ชุมชนที่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนผ่านมาตรการชุมชน 


(C1:Conceptual Plan for Community)

1. โครงการประยุกต์เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อภาคอุตสาหกรรมด้านการเกษตรในรูปแบบโรงเพาะเห็ดอัจฉริยะ 

  • ชุมชน: วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเพาะเห็ดเศรษฐกิจบ้านป่าเปา 
  • ที่อยู่ : ตำบลแช่ช้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่
  • งบประมาณสนับสนุน 57,500 บาท
  • MOA : SP-61-0036  ลงวันที่  8 ตุลาคม 2561
  • หน่วยร่วมดำเนินงาน : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


2. โครงการประยุกต์เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อภาคอุตสาหกรรมด้านการเกษตรในรูปแบบโรงเรือนเมล่อนอัจฉริยะ

  • ชุมชน: วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกผักปลอดสารเคมี
  • ที่อยู่: หมู่ 4 ตำบลสันกลาง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ 
  • งบประมาณสนับสนุน 57,500 บาท
  • MOA SP-61-0090  ลงวันที่  22 ตุลาคม 2561
  • หน่วยร่วมดำเนินงาน: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่



(C2: Digital Transformation for Community)

1. โครงการประยุกต์เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อภาคอุตสาหกรรมด้านการเกษตรในรูปแบบโรงเรือนเมล่อนอัจฉริยะ 

  • วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกผักปลอดสารเคมีหมู่ 4 ตำบลสันกลาง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่
  •  หน่วยร่วมดำเนินงาน: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

2. โครงการการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับกาแฟ ดอย

  • วิสาหกิจชุมชนกาแฟดอยขุนช่างเคี่ยน อ.เมือง จ.เชียงใหม่
  • หน่วยร่วมดำเนินการ: มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภาคเหนือ

3. โครงการระบบฐานข้อมูลคลังสินค้าและแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตรออนไลน์

  • วิสาหกิชุมชนน้ำเกี๋ยน อ.ภูเพียง จ.น่าน
  • หน่วยร่วมดำเนินการ: สมาคม ATSI

4. โครงการ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอัจฉริยะ โดยใช้นวัตกรรมไบโอฟลอค

  • ชุมชนประมงท้องถิ่นตำบลชมภู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
  • หน่วยร่วมดำเนินการ: มหาวิทยาลัยแม่โจ้



กิจการสาขา

Load More