ณ SCBX Next Stage ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน - นำโดย ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ รักษาการรองผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัล และดร.สักกเวท ยอแสง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล เข้าร่วมงานเปิดตัว Pantip Mall Platform Marketplace สัญชาติไทย เพื่อคนไทย พร้อมสร้างโอกาสใหม่เพื่ออนาคตของผู้ประกอบการไทย ทั้งนี้ภายในงานยังมีการเสวนาถึงความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตรที่เป็นผู้ร่วมสนับสนุนการเปิดตัวโครงการในครั้งนี้อีกด้วย

คุณนิวัฒน์ ชาตะวิทยากูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิจิทัน เวิลด์ไวด์ จำกัด ได้เผยถึงความท้าทายของผู้ประกอบการไทยที่ต้องเผชิญในวันนี้ จากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากแพลตฟอร์มจากต่างประเทศ ถูกบีบด้วยโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ E-Commerce ของไทยปัจจุบันอยู่ในสภาวะ "เสียอธิปไตย" โดยสมบูรณ์ ดังนั้น Pantip Mall จึงไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแข่งขันกับผู้เล่นรายใหญ่ แต่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ 'เป็นทางเลือก' ที่ยั่งยืนและเป็นธรรม ได้เล็งเห็นถึงพลังของ Community อันดับ 1 ของประเทศ เป็นเครื่องมือในการสร้างความเชื่อมั่น ที่สามารถต่อยอดไปสู่การค้าขายที่เปี่ยมด้วยความน่าเชื่อถือ จึงได้ร่วมมือกับ ShopSCAPE ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี AI และระบบ E-Commerce ที่ทันสมัย เพื่อสร้างสรรค์แพลตฟอร์มที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ต่อมาคุณอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท อินเตอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้พัฒนา Pantip ได้เสริมว่า Pantip Mall เป็นการนำความน่าเชื่อถือจากคอมมูนิตี้มาผสานกับระบบการค้าขายที่เป็นธรรม เพื่อเปิดพื้นที่ให้สินค้าไทย ผู้ประกอบการรายย่อย และแบรนด์คุณภาพจำนวนมากที่ถูกพูดถึงในกระทู้พันทิปอยู่แล้วให้สามารถมีหน้าร้านอย่างเป็นทางการและเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มจากต่างประเทศ และให้พ่อค้าแม่ค้าคนไทยสามารถเติบโตได้บนแพลตฟอร์มของคนไทย โดยมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่เอื้อต่อการเริ่มต้นธุรกิจ

ต่อมาในการเสวนา ดร.วาริน ได้ขึ้นกล่าวในฐานะตัวแทนจาก depa โดยกล่าวถึงภาพรวมของ e-marketplace ต่อเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลของไทย เผยว่าการมี e-marketplace ของไทยเองจะช่วยสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการไทย ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ อีกทั้งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดธุรกิจต่อเนื่อง เช่น โลจิสติกส์ ฟินเทค ที่เข้ามาพัฒนาโซลูชันร่วมกัน ทำให้เกิด ecosystem ที่ช่วยให้เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้การมี Customer Data Platform เป็นของตัวเอง ทำให้สามารถเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคของคนไทยได้มากขึ้น เกิดการเชื่อมโยงจากบริบทและความต้องการของผู้บริโภคได้โดยตรง สู่รากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนบนแพลตฟอร์มของคนไทยเอง . นอกจากนี้ ดร.วาริน ยังได้กล่าวถึงกลไกการสนับสนุนต่าง ๆ ผ่านบทบาทของ depa ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการลดหย่อนภาษี Tax200% สำหรับ SMEs ที่จะสามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าสูงสุดที่ 300,000 บาท, สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีรายได้นิติบุคคลตามมาตรการยกระดับอุตสาหกรรมดิจิทัลจาก BOI รวมถึงการสนับสนุนผ่าน Transformation Fund และ Mini Transformation Voucher . ถัดมา คุณธนาวัฒน์ มาลาบุปผา CEO และ Co-Founder ของ Priceza ได้ถ่ายทอดมุมมองต่อทิศทางตลาดค้าปลีกและตลาดอีคอมเมิร์ซไทย พร้อมวิเคราะห์การแข่งขันของ e-marketplace และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้ช่องทางดิจิทัลมากขึ้น พร้อมได้กล่าวถึง Thailand E-commerce Landscape ปี 2026 ที่คาดว่าจะเห็นการพัฒนาแพลตฟอร์มและรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ มากขึ้น อีกทั้งยังชี้ให้เห็นสัญญาณสำคัญของตลาดอีคอมเมิร์ซไทย ทั้งการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น การยกระดับความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้า และการนำเทคโนโลยี AI Agent มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

สุดท้ายนี้ คุณนิวัฒน์ ยังได้กล่าวถึงการมุ่งพัฒนา Pantip Mall ในฐานะแพลตฟอร์ม Marketplace สัญชาติไทย ผ่านกลยุทธ์ Pantip Mall Community to Commerce ผลักดัน Ecosystem สู่ความน่าเชื่อถือ Marketplace ไทย โดยประกาศจุดยืนชัดเจนในการสร้าง "อธิปไตยทางเลือก" (Sovereignty of Choice) ส่งเสริมธุรกิจไทยทุกขนาดให้สามารถเติบโตได้ โดยไม่ต้องพึ่งพิงแพลตฟอร์มจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว พร้อมผลักดันผู้ประกอบการคนตัวเล็ก และวิสาหกิจชุมชน โดยไม่มีค่าธรรมเนียม นี่คือการสร้างทางเลือกใหม่ที่แข็งแกร่ง อีกทั้งได้เผยกำหนดเปิดให้บริการ Beta Version ในพฤษภาคม 2569 และให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนมิถุนายน 2569 นี้