สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดย ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ ร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในงานสัมมนาวิชาการระดับประเทศ eGovernment Forum 2026 (ครั้งที่ 14) ภายใต้แนวคิด "Track to Intelligent Thailand: Government as the Catalyst" ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ เพื่อเร่งยกระดับหน่วยงานภาครัฐไทยจาก "รัฐบาลดิจิทัล" ไปสู่ "รัฐบาลอัจฉริยะ" ที่ตอบโจทย์ประชาชนได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว

ในการเสวนาครั้งนี้ ดร.ปรีสาร ได้เปิดเผยถึงมุมมองของ depa ว่า ปัจจัยหลักที่ต้องเร่งขับเคลื่อนในอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย คือ การเสริมสร้างความเข้าใจ การยกระดับทักษะบุคลากร การสนับสนุนการลงทุน และการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อความร่วมมือระหว่างกลุ่ม SMEs และผู้ให้บริการเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลของประเทศ โดยภารกิจเร่งด่วนของ depa คือการทลายข้อจำกัดเหล่านี้ เพื่อทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียมกัน ครอบคลุมทั่วประเทศไทย ซึ่ง depa ได้นำเสนอมาตรการและเครื่องมือเข้ามาปลดล็อกและส่งเสริมความร่วมมือด้วย “บัญชีบริการดิจิทัล” แหล่งรวบรวมสินค้าและบริการดิจิทัลจากผู้ประกอบการสัญชาติไทยที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ได้มาตรฐานสากล เช่น ISO/IEC 29110 หรือ CMMI Development และมีราคาสมเหตุสมผล เพื่อให้ภาคเอกชนและภาครัฐเลือกใช้ได้อย่างมั่นใจ โดยผู้ใช้บริการที่ขึ้นทะเบียนในบัญชีบริการดิจิทัลจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี Tax 200% จากกรมสรรพากร (หักรายจ่ายได้ 2 เท่า ไม่เกิน 300,000 บาท) และสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก BOI

นอกจากนี้ ยังได้ผสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการดิจิทัล เพื่อร่วมสนับสนุนการลงทุนและลดความเสี่ยงในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ผ่านโครงการ “AI Transformation” ที่พร้อมสนับสนุนเงินทุนในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ผ่านการสนับสนุน 2 รูปแบบ คือ มาตรการ d-transform รูปแบบ Matching Fund 50% ของสินค้าที่ร่วมโครงการ หรือสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย และมาตรการ d-voucher เป็นการให้ผู้ประกอบการรายย่อยทดลองใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ฟรี ขั้นต่ำ 6 เดือน โดยเทคโนโลยีที่ร่วมโครงการได้ขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล

สำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจ ร่วมโครงการ AI Transformation สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://aitransform.depa.or.th/home หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02 026 2333 ต่อ 3204–7, 1312, 1069 และ 1006