black ribbon
CN
EN
TH
CN

depa ผนึกกำลัง 13 สถาบันระดับอุดมศึกษาทั้งภาครัฐ–เอกชน ขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาการเรียนรู้ทักษะดิจิทัล และ AI เพื่อสร้างเส้นทางอาชีพแห่งอนาคต

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดย นางสาวกษมา กองสมัคร รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ และ ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังคนดิจิทัลของประเทศ จัดประชุมหารือแนวทางการพัฒนาการเรียนรู้ทักษะดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างเส้นทางอาชีพแห่งอนาคต (Digital and AI Skills Development and Future Talent Pathways) โดยมีคณาจารย์และผู้แทนจากสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ 13 แห่ง เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต และมหาวิทยาลัยพะเยา ร่วมกันหารือแนวทางการพัฒนากำลังคนดิจิทัลและ AI ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

การประชุมดังกล่าว ได้นำเสนอถึงกรอบแนวทางการพัฒนาการเรียนรู้ทักษะดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและเส้นทางอาชีพแห่งอนาคต (Implementation Guideline for Digital and AI Skills Development and Future Talent Pathways) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศให้เอื้อต่อการพัฒนาทักษะและ AI ให้แก่แรงงานไทยในอนาคต โดยเชื่อมโยงการพัฒนาตั้งแต่ระดับโรงเรียน มหาวิทยาลัย ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรม ผ่าน 6 Common Digital & AI Foundation และ 5 Strategic Pathways เพื่อสร้างเส้นทางการเรียนรู้ที่ต่อเนื่องและสอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม ภาคการศึกษา และเทคโนโลยีดิจิทัลในอนาคต

โดยผู้ทรงคุณวุฒิและคณาจารย์ ได้ร่วมกันพิจารณาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อกรอบแนวทางดังกล่าว โดยสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำเล็งเห็นความสำคัญของการมี ตัวกลางหรือแนวร่วมที่จะเชื่อมโยงการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ให้เป็นระบบเดียวกัน เนื่องจากสถาบันและบริษัทชั้นนำในประเทศไทย มีการผลิตหลักสูตร โครงการ การแข่งขัน ศูนย์การเรียนรู้ และแพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ออกมาเป็นจำนวนมาก แต่ยังมีความแตกต่างในบางส่วน เช่น เป้าหมายในการพัฒนาศักยภาพ กรอบความคิด หรือเกณฑ์การประเมินหลังการอบรม ส่งผลให้ผู้เรียนบางส่วนไม่สามารถสั่งสมสมรรถนะและพัฒนาต่อยอดบนเส้นทางการเรียนรู้ตลอดชีพที่ต่อเนื่องได้ โดยเฉพาะด้านทักษะดิจิทัล เพื่อร่วมกันบริการหารจัดการด้านการพัฒนากำลังคน ที่เน้นให้ทุกภาคส่วนสามารถทำงานร่วมกัน เชื่อมโยงการเรียนรู้ การประเมินขีดสมรรถนะ และการส่งต่อผู้เรียนสู่มหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งเล็งเห็นว่า depa จะมีบทบาทสำคัญในการประสานความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ภาคเอกชน สมาคม และภาคีที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสนับสนุนโครงการนำร่อง และส่งเสริมความสำคัญด้าน Responsible AI, PDPA และความเสมอภาคในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจน ศูนย์รวมระบบข้อมูลและ Dashboard เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย ขณะที่สถาบันการศึกษา ทำหน้าที่เป็น Academic Owner ในการพัฒนา Competency Map, Learning Module และเกณฑ์การประเมิน ส่วนภาคเอกชนร่วมสนับสนุนโจทย์จริง ผู้เชี่ยวชาญ และการตรวจสอบความสอดคล้องกับการใช้งานจริง เพื่อร่วมกันพัฒนากำลังคนให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานในอนาคต

ทั้งนี้ กรอบแนวทางดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเยาวชนไทย ให้เข้าสู่ Talent Pipeline และช่วยโครงการของภาคส่วนต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยงและส่งต่อผู้เรียนได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การพัฒนาทักษะ การสร้างผลงานและ Portfolio การประเมินสมรรถนะ ไปจนถึงการศึกษาต่อและการเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม โดย depa มี หนึ่งในโครงการสำคัญอย่าง Coding Thailand ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นหนึ่งในกลไกที่จะสามารถต่อยอดเยาวชนเข้าสู่ Talent Pipeline ดังกล่าวได้

โครงการ Coding Thailand 2026: AI Inspires the Future มุ่งพัฒนาทักษะ Coding และ AI ให้แก่เยาวชนในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา โดยดำเนินการถ่ายทอดความรู้ผ่านการเวิร์คชอปและแข่งขันพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมในระดับภูมิภาค (Regional Coding & AI Competition) ครอบคลุมพื้นที่ 8 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อคัดเลือกสุดยอดทีมผ่านเข้าสู่การแข่งขันระดับประเทศ จำนวน 210 ทีม National Coding & AI Competition 2026 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 23 สิงหาคม 2569 ณ MCC Hall เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ โดยภายในงานนอกจากกิจกรรมการแข่งขันและการนำเสนอผลงานแล้ว ยังมีเวทีเสวนาพิเศษ และนิทรรศการจากสถาบันการศึกษาและภาคเอกชน เพื่อสร้างโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้และเชื่อมโยงทักษะสู่เส้นทางการศึกษาต่อและอาชีพในอนาคต ซึ่งที่ประชุมยังได้หารือแนวทางการสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนที่มีศักยภาพ โดยพิจารณารับนักเรียนที่ได้รับรางวัลระดับประเทศจากโครงการ Coding Thailand 2026 เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง ในฐานะผู้มีผลงานและความสามารถพิเศษทางวิชาการ รวมถึงหารือแนวทางความร่วมมือในการจัดกิจกรรมหรือนิทรรศการส่งเสริมทักษะดิจิทัล ณ Thailand Digital Valley อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ ฝึกฝน และต่อยอดศักยภาพของเยาวชนสู่กำลังคนดิจิทัลที่มีคุณภาพ และร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศต่อไป