ในยุคดิจิทัลที่เด็กสมัยใหม่ (Digital Generation) ที่เรียกว่า Digital Native เกิดมาในช่วงที่เพียบพร้อมไปด้วยความเจริญทางเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงระหว่างยุคสมัยที่รวดเร็วในทุกมิติทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ และมีแนวโน้มส่งเสริมอุตสาหกรรมการประยุกต์ใช้นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์มาอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในปัจจุบันให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น ทำให้เด็กมีความคุ้นเคยและสามารถเรียนรู้การใช้งานอุปกรณ์ที่ทันสมัยได้อย่างคล่องแคล่ว จากการเลียนพฤติกรรมการใช้งานจากพ่อแม่ผู้ปกครอง อีกทั้งเด็กบางคนยังได้สิทธิ์ครอบครองและเข้าถึงเครื่องมือสื่อสารที่สามารถเชื่อมโยงและส่งต่อข้อมูลกันอย่างไร้พรมแดน ทำให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารทั่วโลกและใช้ประโยชน์จากข้อมูลความรู้นานัปการที่มีอยู่ อาทิ พื้นที่การเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และวัฒนธรรมจากทั่วโลกผ่านเครือข่ายเครื่องมือสื่อสาร ระบบอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์อย่างหลากหลาย ก่อให้เกิดพลวัตทางแนวคิด ค่านิยม ทัศนคติและพฤติกรรมการแสดงออกที่มีการผสมผสานความเป็นดิจิทัลมากขึ้น

ภาพที่ 1 การเรียนรู้ของเด็กดิจิทัลยุคใหม่ สร้างโดย Copilot
นอกจากนั้น การเร่งรัดจากสภาวะ VUCA (Volatile, Uncertain, Complex, Ambiguous) ที่เป็นตัวเร่งกระตุ้นทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีเข้าสู่ยุค New Normal อันเนื่องมาจากช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ที่ทำให้เกิดวิกฤตที่มีข้อจำกัดใน การปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในการเข้าร่วมดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่ส่งผลต่อช่องว่างระหว่างความสัมพันธ์ของคน แต่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เข้ามามีบทบาทเชื่อมโยงให้โลกดำเนินต่อไปมิอาจหยุดชะงักได้ ทำให้สามารถพลิกฟื้นสถานการณ์ให้เกิดการปรับตัววิถีชีวิตใหม่ อาทิ การเรียนรู้ออนไลน์ การเข้าร่วมกิจกรรมเสมือนจริง (Virtual) การพักผ่อนหย่อนใจด้วยการดูภาพยนตร์บันเทิงหรือคอนเสิร์ตบนแพลตฟอร์ม จนไปถึงการพบปรึกษาแพทย์ทางไกล อันนำไปสู่ยุค Next Normal ที่เปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีด้วยนวัตกรรมดิจิทัล ทำให้บริบทการใช้ชีวิตของเด็กและเยาวชนในสังคมเปลี่ยนไปอย่างมีนัยยะสำคัญ
เมื่อวิถีชีวิตยุคสมัยมีการเปลี่ยนไป บุคคลรอบตัวเด็กและเยาวชนยิ่งมีความสำคัญในการช่วยกำกับดูแลแนวทางกระบวนการการเรียนรู้เพื่อหล่อหลอมและเสริมสร้างทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เพื่อให้เติบโตเป็นเด็กยุคดิจิทัลที่มีคุณภาพ อันประกอบด้วย 3 กลุ่มหลัก ดังนี้
คนทั้ง 3 กลุ่ม นับเป็นปัจจัยสำคัญในการปลูกฝังแนวคิดให้เด็กและเยาวชนตระหนักถึงการใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสื่อเทคโนโลยีอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการเรียนรู้การดำรงชีวิต จึงควรมีความเข้าใจธรรมชาติของเด็กยุคใหม่เพื่อแนะนำวิธีการเรียนรู้และเลือกใช้สื่อที่เหมาะสมกับพฤติกรรมของเด็กแต่ละคน โดยอ้างอิงงานวิจัยภายใต้บทความของวิไลภรณ์ จิรวัฒนเศรษฐ์ ที่จำแนกรูปแบบเด็กยุคใหม่ เป็น 7 ประเภท คือ

ภาพที่ 2 รูปแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างกันของเด็กดิจิทัล สร้างโดย Copilot
นอกจากรูปแบบที่แวดล้อมของเด็กดิจิทัลทั้ง 7 ประเภทแล้ว การดูแลให้คำแนะนำการเรียนรู้และใช้สื่อดิจิทัลยังครอบคลุมไปถึงการกำหนดขอบเขตการใช้งาน เพื่อสร้างสมดุลในการใช้ชีวิต เพราะแม้พฤติกรรมทางสังคมและสิ่งแวดล้อมจะทำให้เด็กแต่ละคนมีพฤติกรรมการเข้าถึงสื่อและเทคโนโลยีต่างกัน แต่ช่องทางออนไลน์ ทั้งแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันต่าง ๆ ก็ยังนับว่าเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับเด็กจำนวนมากอยู่ดี แต่ในความสะดวกนั้น ก็ยังอาจมีผลกระทบด้วยความไร้ขีดจำกัดของเวลาและสถานที่ (Time and space) ซึ่งอาจก่อให้เกิดโทษกับสุขภาพของเด็กและเยาวชน เช่น สุขภาพและสมรรถนะทางร่างกาย การพัฒนาการทางความคิด/สมอง อารมณ์ความรู้สึก ภาษา และลำดับการตัดสินใจ รวมไปถึงความเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อของภัยบนโลกไซเบอร์ต่าง ๆ อาทิ ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว การติดตามร่องรอยที่ก่อให้เกิดการคุกคามการใช้ชีวิตประจำวัน การล้อเลียนกลั่นแกล้งเสียดสี การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ความยินยอมแลกเปลี่ยนสิ่งของกับผลประโยชน์ที่คาดไม่ถึง หรือการพลั้งเผลอให้นำข้อมูลรูปภาพ/ วิดีโอเพื่อไปใช้ในเชิงพาณิชย์ต่าง ๆ เป็นต้น
ในการนี้ ถึงแม้เด็กและเยาวชนจะมีความสามารถทางด้านการใช้งานเทคโนโลยีในการเข้าถึงสื่อเพื่อการศึกษาค้นคว้าเรียนรู้ออนไลน์ได้อย่างมีศักยภาพและมีประสิทธิภาพเหมือนเป็นพรสวรรค์ที่ติดตัวมาแต่เกิดแล้ว แต่ด้วยประสบการณ์และการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทางด้านไซเบอร์ อาจทำให้เสี่ยงกับภัยที่มาจากโลกอินเทอร์เน็ต จึงจำเป็นต้องสร้างแรงกระเพื่อมเพื่อการรับรู้ในวงกว้างให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองและครูที่ดูแลกำกับลูกหลานและเยาวชนให้พึงระมัดระวังในการเข้าถึงอุปกรณ์ดิจิทัลในวัยที่เหมาะสมและใช้งานในช่วงเวลาที่พอเหมาะสำหรับสภาพการเรียนรู้ที่มีผลต่อพัฒนาการของเด็กและเยาวชน รวมถึง การกระตุ้นการเสริมสร้างทักษะและเข้าใจสิทธิอันพึงกระทำบนโลกออนไลน์ด้วยจริยธรรมอันดีในฐานะการเป็นพลเมืองดิจิทัลให้รู้เท่าทันสื่อได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และสร้างสรรค์เพื่อรังสรรค์สภาพแวดล้อมโลกออนไลน์ที่ดีและมีความรับผิดชอบต่อคนรุ่นถัดไปจนเป็นแบบอย่างความฉลาดทางดิจิทัลต่อไป
นายธนายุทธ์ จิรัฐพงศ์
ฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคง
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
อ้างอิงจาก