
Perplexity คือบริษัทสตาร์ทอัพเสิร์ชเอนจินด้วยปัญญาประดิษฐ์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2022 โดย Aravind Srinivas และเหล่าทีมนักวิจัยจาก OpenAI และ Meta ในปี 2024 Perplexity สามารถระดมทุนจากคนดังในวงการหลายคน อาทิ Jeff Bezos ผู้ก่อตั้ง Amazon และ Susan Wojcicki ผู้ก่อตั้ง YouTube ได้มากถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐ และเติบโตขึ้น 1,000 เท่าในระยะเวลาเพียง 1 ปี มีจำนวนผู้ใช้งานแพลตฟอร์มมากกว่า 10 ล้านคนต่อเดือน และมูลค่าของบริษัทในขณะนี้ก็สูงแตะ 520 ล้านเหรียญสหรัฐ
ในขณะที่ Google เป็นเสิร์ชเอนจินที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน ครอบครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึงร้อยละ 92 ทั่วโลก มีอัลกอริธึมที่เยอะและซับซ้อน มีการรวบรวมข้อมูล การจัดทำดัชนี และการจัดอันดับที่มีประสิทธิภาพ ให้ผลการค้นหาที่ดีเยี่ยม จนเป็น 1 ในเครื่องมือที่ชีวิตประจำวันของเราจะขาดไปไม่ได้ Google กำลังมีการเลิกจ้างงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับทิศทางการลงทุนใหม่ ๆ ไปยังปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเพื่อลดต้นทุนธุรกิจลง โดยพนักงานจำนวนมากที่ถูกเลิกจ้าง ส่วนใหญ่จะทำงานในส่วนของแอปพลิเคชัน Google Assistant รวมทั้งฮาร์ดแวร์เทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกจริง (AR) และเป็นทีมวิศวกรรมส่วนกลาง บริษัทคาดว่า อาจจะปลดพนักงานมากกว่า 12,000 ตำแหน่ง หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 6 ของพนักงานทั่วโลกภายในไม่กี่ปีนี้
Google เป็นแพลตฟอร์มการค้นหาโดยใช้คียเวิร์ดและอัลกอริธึมเพื่อแสดงผลการค้นหาที่เกี่ยวข้อง คำตอบจะเต็มไปด้วยลิงก์และโฆษณา ในขณะที่ Perplexity หรือ https://www.perplexity.ai/ เป็นเครื่องมือใหม่ ในการค้นหาข้อมูลแบบ AI Search เป็นแชทบอตฟรีที่ใช้โมเดล GPT-3.5 ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่มีให้บริการผ่าน ChatGPT คำตอบที่ได้จาก Perplexity จะมาพร้อมกับแหล่งอ้างอิง โดยไม่มีโฆษณาหรือผลลัพธ์ที่ไม่เกี่ยวข้องปรากฎ ผู้ใช้งานจะได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ รวดเร็วและตรงประเด็น ตามแนวคิด Zero-Click ที่ได้ผลการค้นหาโดยไม่ต้องกดเข้าไปดูลิงค์ใดเลย ข้อมูลจะแสดงในหน้าแรกของผลการค้นหาได้อย่างสมบูรณ์ภายในแพลตฟอร์มเดียว นอกจากนี้ Perplexity ยังมีความเชื่อว่าปัญญาประดิษฐ์จะปฏิวัติการค้นหาข้อมูลของผู้คนทั่วโลกโดยอย่างสิ้นเชิง

ภาพ https://www.perplexity.ai/

ภาพ https://www.perplexity.ai/ แสดงแหล่งที่มา และคำตอบ รวมทั้งสามารถค้นหารูปภาพ วิดีโอ และสร้างรูปภาพที่เกี่ยวข้องได้ด้วย
การค้นหาด้วย Perplexity จะมีการแสดงข้อมูลและแหล่งอ้างอิงที่ชัดเจน ผู้ใช้งานได้ข้อมูลที่มีความสมบูรณ์และรวดเร็วภายในคลิกเดียว รวมทั้งมีคุณสมบัติที่เป็นจุดเด่นอย่าง Copilot ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติขั้นสูงที่เหนือไปจากเครื่องมือค้นหาแบบเดิม ๆ ที่ผู้ใช้คุ้นเคย ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยดิจิทัลสำหรับคำตอบเชิงลึก ขับเคลื่อนด้วยโมเดล AI เช่น GPT-4 และ Claude 2 มีส่วนร่วมในการสนทนากับผู้ใช้ ถามคำถามเพื่อชี้แจงและปรับแต่งผลการค้นหาตามข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อน Copilot นั้นสามารถอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งานได้ด้วยฟีเจอร์ เช่น
Perplexity ช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลเฉพาะได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เป็นประโยชน์สำหรับคำถามเชิงปฏิบัติ เช่น การปรับการตั้งค่าเครื่องจักรโดยให้คำแนะนำทีละขั้นตอน เมื่อเปรียบเทียบกับผลการค้นหาของ Google แล้ว Perplexity ดูจะให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์การค้นหาต่อผู้ใช้งานมากกว่า
นอกจากนี้ Perplexity ยังเดินหน้าสร้างรายได้ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “Perplexity Pro” แบบสมัครสมาชิก ที่มีค่าบริการรายเดือน 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ และรายปี 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ มีชุดของโมเดล AI ยอดนิยม เช่น GPT-4 Turbo, Claude's Opus models, Mistral's Large models และ Perplexity's Experimental model รวมทั้งมีคุณสมบัติการค้นหาขั้นสูง เช่น การใช้ GPT-4 เป็นค่าเริ่มต้น ถามคำถามเพื่อความชัดเจน และคัดกรองข้อมูลเพื่อหาข้อมูลที่ดีที่สุด

ภาพ https://www.perplexity.ai/ แสดงผลิตภัณฑ์ “Perplexity Pro”
ก้าวต่อไป Perplexity เตรียมจับมือกับ Vercel บริษัทผู้ให้บริการแพลตฟอร์มคลาวด์แบบเซอร์วิส เพื่อผสานโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของ Perplexity เข้ากับแอปพลิเคชันที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม Vercel ทำให้นักพัฒนาสามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถในการตีความข้อความขั้นสูง การวิเคราะห์อารมณ์ และความสามารถในการจำแบบภาษา ความร่วมมือทางกลยุทธ์นี้ช่วยให้นักพัฒนาสามารถเข้าถึง API ของ Perplexity สำหรับ Online LLMs ซึ่งสามารถค้นหาความรู้จากอินเทอร์เน็ตโดยไม่มีวันสิ้นสุด ทำให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลล่าสุดสำหรับคำถามที่ต้องการคำตอบแบบเรียลไทม์
อย่างไรก็ตาม Google เองก็กำลังปรับโฉมรูปแบบการเสิร์ชแบบใหม่เป็นแบบ Search Generative Experience (SGE) ซึ่งเป็นวิธีการค้นหาที่ใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ ในการเสริมประสิทธิภาพของผลการค้นหาและช่วยตอบคำถามผู้ใช้งานบน Google Search ในลักษณะของการพูดคุยโต้ตอบแบบบทสนทนา ทำให้ผู้ใช้งานได้รับข้อมูลที่ต้องการในทันที ไม่ต้องกดลิงก์เข้าไปหาข้อมูลบนเว็บไซต์ต่าง ๆ ข้อมูลที่ได้จะครบถ้วน อัปเดต พร้อมสรุปประเด็นสำคัญ ซึ่งอาจประกอบไปด้วยข้อมูลโดยสังเขป รูปภาพ วิดีโอ เว็บไซต์อ้างอิงข้อมูล ราคาสินค้า หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีการแนะนำคำถามที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยในปี 2023 ทาง Google ได้เปิดทดสอบ SGE ในอเมริกาและรองรับการค้นหาในภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ในขณะนี้ได้เปิดโอกาสให้ประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ รวม 120 ประเทศทั่วโลกลงทะเบียนเพื่อทดสอบระบบแล้ว พร้อมรองรับภาษาเพิ่มอีก 4 ภาษา ได้แก่ เกาหลี อินโดนีเซีย โปรตุเกส และสเปน ผ่าน Google Labs

ภาพขั้นตอนการขอเปิดทดสอบ SGE บนเว็บไซต์ Google
โดยสรุป Perplexity AI ถือเป็นคู่แข่งที่น่าจับตามองในตลาดเสิร์ชเอนจิน ถึงแม้ Google จะปรับโฉมและนำเสนอ Search Generative Experience ก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้น Perplexity ก็มีจุดเด่นที่มีวิธีการเฉพาะตัวในรูปแบบการสนทนาแบบแชทบอท ที่มีความสามารถในการสังเคราะห์คำตอบ ซึ่งนำไปสู่การค้นหาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในตอนนี้ อาจเร็วไปที่จะบอกได้ว่าการแข่งขันระหว่าง Perplexity และ Google ฝ่ายใดจะเป็นผู้ชนะ แต่การที่ผู้ผลิตเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของโลก เร่งพัฒนาระบบเสิร์ชเอนจินเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้ใช้งาน ก็น่าจะเป็นรางวัลสำหรับผู้บริโภคไม่มากก็น้อย
สุชาดา เจียรพิพัฒน์พงศ์
สาขาภาคใต้ตอนบน
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
แหล่งข้อมูลอ้างอิง