Artificial Intelligence (AI) หรือปัญญาประดิษฐ์ กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อมนุษย์ในทุกวงการ นั่นก็หมายรวมถึงวงการศึกษาด้วยเช่นกัน จะเห็นได้ว่าปัจจุบันวงการการศึกษาได้รับอิทธิพลจาก AI เป็นอย่างมาก เพราะสามารถยกระดับการศึกษาให้ทุกคนเข้าถึงโอกาสการเรียนรู้ และเป็นเครื่องมือสำหรับผู้สอนได้เป็นอย่างดี โดย AI เป็นเครื่องมือที่ทำให้การศึกษามีความยืดหยุ่น เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงตามพลวัตของโลก พร้อมทั้งสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับวงการศึกษา ปลดล็อกศักยภาพการศึกษา และเพิ่มสมรรถนะทางการศึกษาในทุกมิติ มีการคาดการณ์ว่าตลาด AI ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเติบโตจาก 5.18 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2024 เป็น 112.3 พันล้านดอลลาร์ในปี 2034

แผนภาพที่ 1 AI in Education Market Size 2023 to 2024: https://www.precedenceresearch.com/ai-in-education-market
ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI ในภาคการศึกษาที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 20 เท่าภายในทศวรรษหน้า สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยี AI ในการปฏิวัติการศึกษาในทุกระดับ แม้กระทั่งการประชุมระดับโลกอย่าง World Economic Forum ที่ผ่านมา ยังมีการกล่าวถึงความจำเป็นของ AI ในการเรียนรู้และการทำงาน โดยครู 71% และนักเรียน 65% ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า AI เป็นเครื่องมือสำคัญสู่ความสำเร็จ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเติบโตของตลาด AI ในภาคการศึกษาที่กำลังเกิดขึ้น
อนึ่ง แม้เทคโนโลยีจะมีความก้าวหน้ามากเพียงใดก็ตาม แต่มนุษย์ยังเป็นทรัพยากรสำคัญในเรื่องการศึกษา และการที่จะนำ AI มาใช้ในการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องมีการพัฒนาทักษะของครูอย่างเร่งด่วน UNESCO จึงได้กำหนดแนวทางการเรียนรู้ของครูในการพัฒนาทักษะ AI ไว้ 5 ด้านหลัก เพื่อให้ครูสามารถนำ AI มาใช้ในการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความรับผิดชอบ ดังนี้
- แนวคิดที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-centered mindset): ครูต้องตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการควบคุมและกำกับดูแลการใช้ AI โดยให้ความสำคัญกับผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
- จริยธรรมของ AI (Ethics of AI): ครูต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับจริยธรรมในการใช้ AI และสามารถนำหลักการทางจริยธรรมมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน
- พื้นฐานและการประยุกต์ใช้ AI (AI foundations and applications): ครูต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสอนได้
- การสอนด้วย AI (AI pedagogy): ครูต้องสามารถนำ AI มาบูรณาการเข้ากับการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาวิธีการสอนที่ใช้ AI
- AI สำหรับการพัฒนาวิชาชีพ (AI for professional development): ครูต้องพัฒนาทักษะของตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี AI

Table 1. The AI competency framework high-level structure: aspects and progression levels
https://unesdoc.unesco.org/ark:/48223/pf0000391104
ข้อมูลด้านบนแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาทักษะ AI ของครูนั้นไม่ใช่แค่การเรียนรู้เทคโนโลยี แต่ยังรวมถึงการพัฒนาทัศนคติ จริยธรรม และความสามารถในการนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในการสอนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักเรียน บทความนี้จึงจะชี้ให้เห็นตัวอย่างประโยชน์ของ AI ที่มีบทบาทสำคัญกับภาคการศึกษา ตั้งแต่การเรียนรู้ส่วนบุคคลไปจนถึงการจัดการห้องเรียนและความปลอดภัยในการสอบ เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า AI กำลังเปลี่ยนแปลงอนาคตของการศึกษาอย่างไร และหากมีการประยุกต์ใช้ในทางที่ถูกต้องเหมาะสมจะสร้างคุณประโยชน์มหาศาลให้กับวงการศึกษาได้อย่างไรบ้าง ดังนี้
- การเรียนรู้ส่วนบุคคล: AI ปรับเนื้อหาการศึกษาให้เหมาะกับนักเรียนแต่ละคน ช่วยให้นักเรียนแต่ละคนสามารถเรียนรู้แนวคิดต่างๆ ได้ตามความเร็วของตนเอง
- งานธุรการอัตโนมัติ: AI ช่วยจัดการงานต่างๆ เพิ่มประสิทธิภาพตารางเวลาเรียนและการจัดสรรทรัพยากรของครูโดยอัตโนมัติ
- การมีส่วนร่วมของผู้เรียน: AI สร้างการเรียนรู้ที่สนุก ทำให้ผู้เรียนมีแรงจูงใจและมีส่วนร่วม
- การปรับปรุงการเข้าถึง: AI ช่วยเหลือผู้เรียนที่เป็นกลุ่มเปราะบาง ช่วยให้สภาพแวดล้อมการเรียนรู้มีความครอบคลุมมากขึ้น ช่วยให้ผู้เรียนที่มีความทุพพลภาพเข้าถึงการศึกษาได้ง่ายขึ้น มอบประสบการณ์การเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคลสำหรับเด็กเล็ก
- ข้อมูลเชิงลึก: AI วิเคราะห์ข้อมูลด้านการศึกษาจำนวนมหาศาลเพื่อให้ผู้สอนได้รับข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปปรับปรุงการสอน ระบุช่องว่างในการเรียนรู้และปรับกลยุทธ์การสอนให้เหมาะสม
- การจัดการห้องเรียน: AI ช่วยให้ครูสามารถจัดการพฤติกรรมและการมีส่วนร่วมของนักเรียนในห้องเรียนได้ ซึ่งจะช่วยรักษาสภาพแวดล้อมในห้องเรียนที่มีประสิทธิผลและมีแรงจูงใจ
- ความปลอดภัย: AI ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการสอบและการประเมิน ผ่านการตรวจสอบขั้นสูงและการตรวจสอบเงื่อนไขการสอบเพื่อป้องกันการโกง
- การเรียนรู้ตลอดชีวิต: AI ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและการพัฒนาทางวิชาชีพสำหรับนักศึกษาด้วยการแนะนำแหล่งข้อมูลและหลักสูตรส่วนบุคคล สนับสนุนการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
- การบริหารจัดการห้องเรียน: AI ช่วยปรับการเรียนการสอนให้รองรับนักเรียนได้มากขึ้น โดยไม่กระทบต่อคุณภาพ และมอบประสบการณ์การเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคลให้กับผู้เรียนที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้มั่นใจได้ถึงการเข้าถึงและความสม่ำเสมอในการศึกษา

แผนภาพที่ 2 ประโยชน์ของ AI ต่อภาคการศึกษา : Create by https://app.napkin.ai
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ AI กำลังเริ่มพัฒนาวงการศึกษา และผสานกลายเป็นส่วนหนึ่งอย่างแยกไม่ได้นั้น การนำ AI มาใช้ในการศึกษาก็ยังมีความท้าทายและความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากยังมีประเด็นสำคัญพึงระวังที่ไม่สามารถมองข้ามไปได้ ในกรณีที่ AI มีอิทธิพลต่อการศึกษาทั่วโลก อาทิ
- ทักษะด้าน Soft skill บางอย่างอาจถดถอยลง: การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลลดน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นระหว่างครูและนักเรียน เพื่อนร่วมชั้นเรียน หรือกับบุคคลรอบข้าง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทักษะในชีวิตประจำวันอื่น เช่น ทักษะด้านการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การประนีประนอมให้เกียรติผู้อื่น การทำงานร่วมกัน การอยู่ร่วมกันในสังคม ตลอดจนความสามารถในการปรับตัว และเนื่องจากการใช้หรือพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป ประกอบกับความรวดเร็วในการให้ผลลัพธ์ของ AI จะส่งผลทำให้ทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ ความคิดสร้างสรรค์ จริยธรรมทางความคิด การบริหารเวลา ความอดทน และความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional quotient : EQ) และอื่น ๆ ถดถอยลง
- ความปลอดภัยและภัยคุกคาม: AI อาจทำให้ข้อมูลที่ได้รับมีความผิดพลาด ไม่ถูกต้อง สร้างความเชื่อหรือความรู้ผิด ๆ ให้แก่ผู้ใช้งาน การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล องค์กร แม้กระทั่งความรวดเร็วในการพัฒนาต่าง ๆ อาจทำให้เกิดช่องโหว่ด้านกฎหมาย จริยธรรม สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความไม่มั่นคงปลอดภัยต่อบุคคลหรือต่อประเทศชาติ
- ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา: แม้ AI จะเปิดโอกาสให้มีการเรียนรู้อย่างเท่าเทียมทั่วโลกหากทุกคนมีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยี แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเข้าถึงเทคโนโลยีดังกล่าวนั้นมีค่าใช้จ่ายและมีต้นทุนสูง จำเป็นต้องมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและความรู้ หากบุคคล โรงเรียน/ สถาบัน/หน่วยงานให้บริการทางการศึกษา หรือแม้กระทั่งระดับประเทศ ไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะลงทุนในการนำ AI มาใช้ในการศึกษา ก็จะทำให้การเข้าถึงเทคโนโลยีนั้นไม่เท่าเทียม สิ่งนี้จะกลายเป็นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาแบบมีช่องว่างความรู้ที่ห่างไกลกันมาก
ดังนั้น จะเห็นได้ว่าศักยภาพของ AI สามารถช่วยให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน และตอบโจทย์ทางการศึกษาได้อย่างตรงจุด แต่อย่างไรก็ตามการนำ AI มาใช้ในการศึกษายังต้องพิจารณาถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดผลเสียด้วยเช่นกัน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการนำไปใช้อย่างระมัดระวังและมีความรับผิดชอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน ครู และสังคมโดยรวม
ปารนีย์ ดิบดี
สาขาภาคเหนือตอนล่าง
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
อ้างอิง