ในปัจจุบันการขนส่งทางเรือเป็นรูปแบบการขนส่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ถ้าเทียบกับการขนส่งรูปแบบอื่น เช่น การขนส่งทางราง การขนส่งทางอากาศ เนื่องจากการขนส่งทางเรือด้วยตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ สามารถบรรจุสินค้าได้เป็นจำนวนมากต่อการขนส่งหนึ่งครั้ง และเป็นทางเลือกที่มีอัตราค่าขนส่งถูกที่สุดเมื่อเทียบกับการขนส่งในรูปแบบอื่น จากสถิติของกระทรวงคมนาคมได้แสดงให้เห็นว่าสินค้าเข้าและออกของประเทศร้อยละ 90 ถูกขนส่งทางทะเลด้วยเรือขนาดใหญ่ โดยเรือขนาดใหญ่ส่งผลให้เกิดมลพิษทางอากาศเป็นจำนวนมาก องค์กรการเดินเรือระหว่างประเทศได้ให้ข้อมูลว่า การขนส่งทางทะเลได้ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 1,000 ล้านตันต่อปี และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 50 ภายในกลางทศวรรษนี้ ซึ่งท่าเรือมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ท่าเรือทั่วโลกจึงมีความกังวลในเรื่องของความยั่งยืนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงหาวิธีการปรับเปลี่ยนด้วย “แนวคิดท่าเรือสีเขียว” หรือ "Green Port Initiative" ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลกในการออกแบบและดำเนินการเพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม จากการดำเนินงานของท่าเรือ และส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภาคการขนส่งทางทะเล
ความหมายของท่าเรือสีเขียว
ท่าเรือสีเขียว (Green Port) คือ ท่าเรือที่มีการดำเนินงานด้วยแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมายที่จะลดผลกระทบทางนิเวศน์ให้เหลือน้อยที่สุด โดยการดำเนินการตามมาตรการต่างๆ ภายในท่าเรือ เช่น การขนส่งสินค้าและการใช้พลังงาน ส่งเสริมการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติหลักของท่าเรือสีเขียว
โมเดลตัวอย่างของท่าเรือสีเขียว (Green Port)

ภาพที่ 1 ท่าเรือรอตเตอร์ดัม (Port of Rotterdam : PoR) ที่มา : https://www.salika.co/2023/04/08/laemchabang-port-first-green-port-model-in-thailand

ภาพที่ 2 รถบรรทุกไฟฟ้าในท่าเรือฝางเฉิงก่าง เขตปกครองกว่างซีจ้วง ประเทศจีน ที่มา : https://www.bangkokbanksme.com/en/5up-green-port-policy
ท่าเรือแหลมฉบัง (Laem Chabang Port) Green Port แห่งแรกของประเทศไทย
ท่าเรือแหลมฉบัง ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง อำเภอศรีราชาและอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เป็นท่าเรือน้ำลึกหลักของประเทศไทยที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของประเทศ และยังเป็นหนท่าเรือที่มีประสิทธิภาพสูงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รองรับการขนส่งสินค้าทั้งนำเข้าและส่งออก ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของไทยในตลาดโลกอีกด้วย ผลตามมาของการเป็นท่าเรือขนาดใหญ่ คือมลพิษทางด้านอากาศที่เกิดมากจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการขนส่งที่ไม่สามารถเลี่ยงได้ ทางรัฐบาลจึงวางแผนผลักดันท่าเรือแหลมฉบังให้เป็นท่าเรืออัจฉริยะสีเขียว (Green Port) เพื่อลดการปล่อยมลพิษและยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้เป็นมิตรกับชุมชนและสังคม
การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังสู่ Green Port ระยะที่ 3
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ถือหุ้น 100% ของ PTT TANK ได้นำทีมไปศึกษาดูงาน ณ ท่าเรือรอตเตอร์ดัม ท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มีเป้าหมายที่จะนำโมเดลพัฒนาท่าเรือรอตเตอร์ดัมเพื่อไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 สู่เป้าหมายเป็น Green Port เน้นใช้พลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน และมองโอกาสในการต่อยอดพัฒนาสู่การผลิต Green Hydrogen โดยความเหมาะสมในขณะนี้ที่เห็นชัด คือ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ติดตั้งโซล่าเซลล์ และใช้ระบบเทคโนโลยีต่างๆ ที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์” นอกจากนี้ อุปกรณ์เครื่องจักรภายในท่าเรือต้องบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีการขนส่งในบริเวณท่าเรือจะใช้รถบรรทุกไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ ขณะที่การจัดสรรพื้นที่ภายในท่าเรือแหลมฉบังก็มีความจำเป็นอย่างยิ่ง จะต้องเน้นการขนส่งทางรางให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และสามารถขนส่งสินค้าในจำนวนมากได้ นอกจากนี้จะต้องใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีต่างๆ มาบริหารจัดการจราจรและของเสีย

ภาพที่ 3 การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ที่มา : https://www.salika.co/2023/04/08/laemchabang-port-first-green-port-model-in-thailand/
รถบรรทุกไฟฟ้าในท่าเรือแหลมฉบัง
ปัจจุบัน ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าในท่าเรือแหลมฉบังเริ่มปรับเปลี่ยนมาใช้รถบรรทุกไฟฟ้ามากขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากต้นทุนน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนหลักของผู้ประกอบการขนส่งสินค้ายังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับการท่าเรือแห่งประเทศไทยมีเป้าหมายลดมลภาวะภายในท่าเทียบเรือต่างๆ ด้วยการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าในท่าเรือแหลมฉบังหันมาใช้รถบรรทุกไฟฟ้ามากขึ้น เช่น บริษัท ฮัทชิสัน พอร์ท (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 15 คัน และบริษัท ทีพี ไอเอส จำกัด จำนวน 1 คัน เป็นต้น

ภาพที่ 4 รถบรรทุกไฟฟ้า ที่มา : https://logistics-manager.com/th/tips-purchases-new-electric-truck/
ผลจากแนวทางการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังในระยะที่ 3 สู่ท่าเรือสีเขียว (Green Port)
Krungthai COMPASS ประเมินผลจากแนวทางการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 สู่ท่าเรือสีเขียว พบว่า
สรุปว่าท่าเรือแหลมฉบัง ในระยะที่ 3 หลังจากมีการใช้รถบรรทุกไฟฟ้า มีการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ การประเมินประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-Efficiency: EE) แสดงให้เห็นว่า ในปี พ.ศ. 2566 มีตัวเลขค่า EE ดีกว่าปี พ.ศ. 2565 และมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมทั้งหมดของการท่าเรือฯ ลดลง 2.1% หรือประมาณ 1,100 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าซึ่งเป็นโครงการที่สอดคล้องกับเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน การสร้างความตระหนักรู้ในหมู่ผู้ประกอบการทางการขนส่งให้เป็นผู้ร่วมมือที่สำคัญในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ควรทำควบคู่กับการรับฟังความคิดเห็นและให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชน เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปในทิศทางที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์อีกทั้งยังสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน โดยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและแนวทางที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการให้การขนส่งทางทะเลมีการใช้พลังงานสะอาดที่ยั่งยืน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นในระยะยาว รองรับการเติบโตของการค้าระหว่างประเทศในอนาคต
อัญชิสา อินทร์จันทร์
สาขาภาคตะวันออก
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
แหล่งอ้างอิง