Motion graphic คืออะไร
ทุกคนคงคุ้นเคยกับคำว่า Graphic หรือ Infographic กันพอสมควร Graphic หมายถึง ภาพ ขณะที่ Infographic คือการนำข้อมูล (Info) มาสรุปให้เข้าใจง่าย และแปลงให้เป็นกราฟิก ส่วนคำว่า Motion คือการเคลื่อนไหว ดังนั้น Motion graphic จึงหมายถึงกราฟิกที่เคลื่อนไหวได้ โดยอยู่ในรูปแบบวิดีโอ หรือสามารถเรียกว่า Animation ก็ได้เช่นกัน

ตัวอย่าง Motion graphic ของคนไทยที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายช่วงน้ำท่วมใหญ่ พ.ศ. 2554 roosuflood https://youtu.be/b8zAAEDGQPM?si=kC3ZJcYKryeGZlKS
การทำให้ผู้ชมเห็นภาพรวมเนื้อหาได้ภายในไม่กี่วินาทีจำเป็นต้องนำ Infographic มาใช้สื่อสาร เพราะช่วยสรุปเนื้อหาและรายละเอียดต่าง ๆ ให้เข้าใจได้ง่าย แต่ในยุคที่ผู้คนต้องการความสดใหม่ของเนื้อหาที่มากขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงการตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ความท้าทายไม่ใช่แค่การมองเห็นเท่านั้น แต่ต้องสร้างการจดจำได้อีกด้วย
ความได้เปรียบของ Motion graphic คือรวมข้อดีของ Infographic และวิดีโอเข้าด้วยกัน นั่นคือมีภาพที่ช่วยอธิบายข้อมูลที่ซับซ้อนให้ออกมาเข้าใจได้ง่าย มีเสียงที่ช่วยสร้างการจดจำ มีการลำดับเรื่องแบบวิดีโอให้ผู้ชมร่วมเดินทางไปกับเนื้อหา และที่สำคัญคือสามารถสร้างอารมณ์ให้ผู้รับชมเกิดความประทับใจได้ยิ่งกว่าการใช้แค่ภาพนิ่งหรือตัวหนังสือ
แบรนด์ต่าง ๆ จึงให้ความสำคัญกับการนำ Motion graphic มาใช้เป็นสื่อประชาสัมพันธ์ด้านการตลาดและการโฆษณา เพราะสามารถช่วยสร้างอารมณ์และกระตุ้นพฤติกรรมของผู้บริโภค อีกทั้งยังช่วยสร้างความทรงจำและประสบการณ์ให้ประทับลงในใจของผู้บริโภคได้
เราสามารถพบเห็น Motion graphic ได้ทั่วไปตามสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เกม ภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ Music Video หรือแม้แต่ในแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ยังสามารถนำมาสร้าง Content ในสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะการทำวิดีโอสั้น (Short VDO) ซึ่งเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน

ตัวอย่าง Motion Graphic How Google keeps you safe on Search Google https://youtu.be/TnhKznlJfTM?si=0Hh4j2eJIto_fIE7
คุณห้ามบอก แต่คุณต้องเล่า
Motion graphic คือรูปแบบการนำเสนอเรื่องราวที่โดดเด่น แต่ Storytelling จะทำให้ผู้ชมรับชมจนจบด้วยความประทับใจ
แม้ว่าการใช้ Motion graphic จะช่วยสร้างความโดดเด่นในพื้นที่สื่อได้มากขึ้น แต่การสื่อสารจะยังไม่ บรรลุผลสำเร็จ หากขาดการเล่าเรื่อง หรือ Storytelling ซึ่งเป็นหัวใจในการกำหนดว่า ผู้ชมจะอยากรับชมสื่อของคุณหรือไม่ Storytelling ไม่ใช่แค่ตัวช่วยสร้างความน่าสนใจและเชื่อมโยงผู้ชมกับเนื้อหาเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะนำเสนอภาพนิ่ง กราฟิก วิดีโอ เกม ภาพยนตร์ หรือแอนิเมชัน
Storytelling แทรกอยู่ในทุกส่วนของการทำ Motion graphic ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบท การวางตัวหนังสือ การเลือกใช้สี การกำหนดตัวละครและฉาก การพากย์เสียง การตัดต่อ เพลง เสียงประกอบ การใช้พาดหัว และการทำปกคลิป

ตัวอย่าง Motion Graphic บน Digital Signage “Beyond the Shed (Nike)” https://www.behance.net/gallery/157331855/Beyond-The-Court-byNIKE-NYC-in-THE-SHED
ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการสร้าง Motion graphic การกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญ เช่น ต้องการแนะนำผลิตภัณฑ์หรือบริการ ต้องการอธิบายแนวคิดที่ซับซ้อน ต้องการโปรโมตกิจกรรมที่เฉพาะเจาะจง พร้อมกับการทำความเข้าใจผู้ชมที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ทั้งปัจจัยต่าง ๆ เช่น กลุ่มอายุ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ความสนใจ และคุณค่า ทั้งหมดล้วนมีความสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดวัตถุประสงค์ของเนื้อหา
จงบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ แบ่งปันค่านิยม ถ่ายทอดอารมณ์เชิงบวกและอบอุ่นใจ แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่การขายผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว “มากกว่าภาพสวย คือเรื่องราวที่ตรึงใจ”

ตัวอย่าง Motion Graphic โคโรนาไวรัส สิ่งที่ควรรู้ และสิ่งที่ควรทำ ที่มียอดวิว 88 ล้านวิว Kurzgesagt – In a Nutshell https://youtu.be/BtN-goy9VOY?si=fD-CteSkrBSFI7L8
Graphic คือสิ่งที่จำเป็น แต่ Motion คือสิ่งที่ขาดไม่ได้
อุตสาหกรรมการออกแบบ Motion graphic กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบรับประสบการณ์ที่สมจริง ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน (Virtual Reality หรือ VR) เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality หรือ AR) หรือเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง (Metaverse) ล้วนต้องการเครื่องมือที่ช่วยนำเสนอภาพที่สวยงามเพื่อดึงดูดความสนใจ การเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล และองค์ประกอบที่สามารถปฏิสัมพันธ์ได้อย่างน่าประทับใจ Motion graphic จะเข้ามาเพิ่มมิติใหม่ของการเล่าเรื่องและการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้ให้เกิดประสบการณ์การมีส่วนร่วมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน นักออกแบบกราฟิกเปลี่ยนจากปากกาและกระดาษไปสู่การออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ เมาส์และคีย์บอร์ด ในวันนี้มีเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) เช่น Midjourney ซึ่งกำลังกลายเป็นเรื่องธรรมดาในแวดวงการออกแบบ การออกแบบสื่อโดย AI นับเป็นบันไดขั้นถัดไปในการออกแบบ Motion graphic ซึ่งช่วยให้นักออกแบบสร้างภาพเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและง่ายดาย โดยไม่ต้องมีความเชี่ยวชาญทางเทคนิคขั้นสูง AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับนักออกแบบโดยลดเวลาในการสร้างไอเดียและผลิตงานได้อย่างมาก แต่ AI ยังมีข้อจำกัดในการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ ความรู้สึก ความเชื่อ หรือประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจงของมนุษย์ อาจทำให้เนื้อหาที่ได้ขาดเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งนักออกแบบที่เชี่ยวชาญจะสามารถกำหนดทิศทางและการทำงานของ AI ให้สอดคล้องไปกับนักออกแบบและได้ผลงานที่เสมือนว่าเป็นฝีมือของมนุษย์จริง ๆ
ในอนาคต Motion graphic จะยังคงเป็นเครื่องมือที่ดีในการสื่อสารด้วยภาพต่อไปด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ามากขึ้น ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการออกแบบไปอีกขั้น Motion graphic จะยิ่งน่าดึงดูดยิ่งขึ้น เป็นการเปิดประตูบานใหม่ของนักออกแบบที่สามารถปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่
บทสรุป
Motion Graphic ไม่ใช่สิ่งที่แสนวิเศษในการเพิ่มจำนวนผู้รับชม เพียงแต่เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการนำเสนอเท่านั้น การที่ Motion graphic จะประสบผลสำเร็จได้ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่าง การเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย การมี Storytelling ที่ดี การใช้วิธีสื่อสารที่เหมาะสม เน้นย้ำว่าเหมาะสม นั่นจึงไม่ใช่การอัดข้อมูลมหาศาลใส่กลุ่มเป้าหมายแล้วหวังว่าผู้ชมจะเข้าใจ การทำสื่อจึงไม่ต่างจากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ต้องอาศัยการวางแผน วิเคราะห์ ทดลอง ทำซ้ำ และปรับปรุงการทำงานจนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ
ปิดท้ายด้วยคลิปการสร้าง Motion graphic ของ Kurzgesagt – In a Nutshell ว่าการทำ Motion graphic หนึ่งตอนมีวิธีการอย่างไรบ้าง แล้วทำไม แชนเนล Kurzgesagt – In a Nutshell ถึงสามารถเล่าเรื่องยาก ๆ ได้อย่างน่าประทับใจ

ตัวอย่าง Motion Graphic วิธีสร้างวีดิโอ Kurzgesagt ใน 1,200 ชั่วโมง Kurzgesagt – In a Nutshell https://youtu.be/uFk0mgljtns?si=KZMR5ihvGes4ieBu
นรังสรรค์ ดำศรี
ส่วนประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
อ้างอิง