30- 31 กรกฎาคม 2562, จ.พิษณุโลก - สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า สาขาภาคเหนือ เข้าร่วมโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ Smart City ระบบขนส่งสาธารณะ และโลจีสติกส์ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งจัดโดย องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก โดยมี นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรม



สำหรับจุดประสงค์ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ให้ความสำคัญกับการสร้างเมืองอัจฉริยะเพื่อวางกรอบการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ของจังหวัดพิษณุโลก มุ่งเน้นการเป็นเมืองท่องเที่ยวสะอาด ปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติด ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาหลักของจังหวัด โดยมีการหารือร่วมกับหลายภาคส่วนของจังหวัด ได้แก่ ส่วนราชการที่ดูแลการท่องเที่ยว ความปลอดภัยเมือง การจราจรขนส่ง องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนไม่ว่าจะเป็น สภาอุตสาหกรรมจังหวัด สมาคมธรุกิจการท่องเที่ยว ภาคอสังหาริมทรัพย์ ภาคการศึกษา และประชาชนทั่วไป

นอกจากนี้ภายในการเสวนาดีป้า ยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการรับรู้และเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาเมืองอัจฉริยะจากการบรรยายในหัวข้อ "แนวทางการขับเคลื่อน Smart City Thailand กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิดและสังคมและ ดีป้า" โดย นายพรชัย หอมชื่น ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานกลุ่มงานบริหารและกิจการสาขาภาคเหนือ และ การบรรยายในหัวข้อ "Phuket Smart City การขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การจัดตั้งศูนย์สังการและบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ (Intelligent Operations Center:IOC) เชื่อมโยงการออกแบบระบบ City Data Platform สนับสนุนระบบบริหารการจัดการจังหวัดภูเก็ต" โดย นายประชา อัศวธีระ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ภาคใต้

ทั้งนี้สำหรับเนื้อหาโดยสรุปจากการประชุมเสวนาในครั้งนี้ ได้เห็นความคืบหน้าในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งได้มีการกำหนดเขตพื้นที่การพัฒนาเมืองอัจฉริยะของจังหวัดพิษณุโลก ให้ตามแผนยุทธศาสตร์จังหวัดและนโยบายการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะประเทศไทย นำไปสู่ความร่วมมือการสร้างเมืองอัจฉริยะ "Safe Tourism Phitsanulok is your destination" โดยการนำลักษณะเมืองอัจฉริยะในแต่ละด้านมาบูรณาการ ได้แก่

ด้าน Smart Environment เป็นการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ ที่เน้นไปที่เรื่องการจัดการขยะแบบครบวงจร และการบริหารจัดการน้ำเสีย
ด้าน Smart Government เป็นการพัฒนาบริการสาธารณะ ให้สอดคล้องกับนโยบายของทางจังหวัด ในเรื่องปลอดภัย ปลอดยาเสพติดทำให้คนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ด้าน Smart Economy การพัฒนาเศรษฐกิจ โดยการนำร่อง จากการท่องเที่ยวอัจฉริยะ (Smart Tourism) เป็นตัวเปิดทางในการพัฒนาเศรษฐกิจของทางจังหวัด
ด้าน Smart Living เป็นการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้พิการ
ด้าน Smart Mobility การพัฒนาระบบการขนส่งอัจฉริยะ ในเรื่องโลจิสติกส์ เพื่อเชื่อมโยงกับการรองรับการท่องเที่ยว อีกทั้งได้ ผลักดันให้ มหาวิทยาลัยนเรศวร และ มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม เป็นเขตการวิเคราะห์ ทดสอบ และทดลอง นำเทคโนโลยีมาพัฒนาปรับใช้ในแต่ละพื้นที่ โดยมุ่งเน้นให้พิษณุโลกเป็นเมืองอัจฉริยะแห่งแรกของภาคเหนือ