24 สิงหาคม 2562, อมตะซิตี้ ชลบุรี - สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดตัวห้องเรียนอัจฉริยะ (depa-AMATA SMART Classroom) ขึ้นเป็นแห่งแรกในอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี หวังเป็นศูนย์กลางพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พร้อมตั้งเป้าหมายผลิตทรัพยากรบุคคลด้านดิจิทัล 12,000 คนต่อปี โดยมี นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิด

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประธานในพิธี กล่าวว่า จากนโยบายหลักในการขับเคลื่อนประเทศของรัฐบาล การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย และ การยกระดับศักยภาพของแรงงาน เป็นนโยบายหลัก และ นโยบายเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นการใช้แรงงานพัฒนาตนเองเพื่อปรับเปลี่ยนทักษะและเปลี่ยนสายอาชีพให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานอุตสาหกรรมเป้าหมาย และความก้าวหน้าของเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงได้ดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ “ผลักดันการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ประเทศไทย 4.0” ภายใต้ 6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ, ยุทธศาสตร์ที่ 2 เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ โดยการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมดิจิทัล, ยุทธศาสตร์ที่ 3 ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล, ยุทธศาสตร์ที่ 4 ส่งเสริมการให้บริการแก่ประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชนในรูปแบบดิจิทัล, ยุทธศาสตร์ที่ 5 พัฒนากำลังคนให้พร้อมเข้าสู่ยุคดิจิทัล และ ยุทธศาสตร์ที่ 6 สร้างและส่งเสริมความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล

ซึ่งโครงการ depa-AMATA SMART Classroom ถือเป็นส่วนสำคัญ ในเรื่องการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบสำหรับการพัฒนากำลังคนและบุคลากรด้านดิจิทัล ที่จะเป็นสถานที่รวบรวมความรู้และเทคโนโลยีดิจิทัลในอุตสาหกรรมหลัก เช่น Robotic, Mechatronics, Smart Electronic, Automotive, Internet of Thing (IoT) เป็นต้น และยังเป็นแนวทางหนึ่งที่ทำให้เกิดเครือข่ายในการพัฒนา EEC Digital Training Hub ในรูปแบบ PPAP (Public Private Academic Partnership) ด้านอุตสาหกรรมดิจิทัล กำลังคน และบุคลากรดิจิทัล ทั้งในประเทศและภูมิภาค ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการต่อยอดการศึกษาด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของประเทศ

“ปัจจุบันกำลังและบุคลากรในสาขาเหล่านี้ ประเทศยังมีความขาดแคลน โดยในปี 2563 depa-AMATA SMART Classroom แห่งนี้ จะเป็นสถานที่ในการพัฒนาและยกระดับกำลังคนและบุคลากรในสาขาดังกล่าว ซึ่งตั้งเป้าหมายในการพัฒนากำลังคนและบุคลากร ไม่น้อยกว่า 12,000 ราย และความพิเศษสุด คือ ผู้ที่ต้องการพัฒนาและยกระดับตนเอง สามารถเรียนรู้ได้ทุกทีทุกเวลา” นายพุทธิพงษ์ กล่าวเสริม

ด้าน ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า กล่าวว่า ดีป้า ร่วมกับ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ดำเนินโครงการ depa-AMATA SMART Classroom ถือเป็นต้นแบบของความสำเร็จของการร่วมดำเนินงานกันระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public Private Academic Partnership : PPAP) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสถาบันดิจิทัลที่รวบรวมการเรียนการสอนเพื่อการสร้างทักษะใหม่ต่อยอดความถนัดเดิม (Reskill) และ การพัฒนาทักษะเดิมให้มีความเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น (Upskill) สำหรับกลุ่มแรงงานในพื้นที่อมตะซิตี้ และ อีอีซี กว่า 3 แสนคน นำไปสู่การพัฒนาสายงานใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนผ่านที่รวดเร็วในยุดดิจิทัล โดยรูปแบบการเรียนการสอนมีทั้งหลักสูตรที่หลากหลายเพื่อยืดหยุ่นให้เหมาะสมกับตัวผู้เรียนอย่างแท้จริง


ทั้งนี้ด้วยความร่วมมือผู้ประกอบการในพื้นที่, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ตลอดจนเครือข่ายด้านเทคโนโลยีจากต่างประเทศ จึงเชื่อได้ว่าจะเกิดเป็นต้นแบบแนวทางการพัฒนาบุคลากรดิจิทัลที่สามารถนำความรู้ และ ทักษะใหม่ ๆ มาพัฒนาแรงงานในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงได้อย่างเป็นรูปธรรม
ดร.ณัฐพล กล่าวเพิ่มเติมว่า “ดีป้ามีเป้าหมายระดับประเทศในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลทั้งในระดับ Literacy Skill, Professional Skill และ Skillbased อยู่ที่ 40,000 คนต่อปี โดยภายใน 5 ปีจากนี้ ประเทศไทยจะมีทรัพยากรบุคคลด้านดิจิทัลทั้งสิ้น 180,000 คน”

ด้าน นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อมตะ ได้ทำการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอมตะ (AMATA SMART CITY) โดยร่วมมือกับพันธมิตรทั้งไทยและต่างชาติ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยความสำเร็จของ ห้องเรียนอัจฉริยะ depa-AMATA SMART Classroom ดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่ อมตะและดีป้า ลงนามความร่วมเมื่อปี 2561 ซึ่งก็ได้ร่วมทำงานและวางโครงสร้างหารพัฒนาขึ้นมาด้วยกันอย่างใกล้ชิด เกิดเป็นตัวอย่างความสำเร็จที่เกิดจากการบูรณาการระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อนำไปสู่การยกระดับของประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงได้อย่างแท้จริง
สำหรับการเรียนการสอนของ depa-AMATA SMART Classroom จะมุ่งเน้นรูปแบบหลักสูตรดิจิทัลเพื่อพัฒนาทักษะและความรู้คนในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยภายในห้องเรียนมีระบบซอฟต์แวร์ต่าง ๆ รองรับการเรียน โดยได้บริษัทชั้นนำ พันธมิตรของไมโครซอฟต์เป็นผู้สนับสนุน ซึ่งใช้หลักการออกแบบห้องเรียนในลักษณะ Flipped Classroom หรือ ห้องเรียนที่รองรับการปรับเปลี่ยนได้ตามวัตถุประสงค์ สามารถใช้เป็นห้องเรียน, ที่ทำงานชั่วคราว หรือ Co-Working space หรือ แม้กระทั่งเป็นห้องเสวนา และ ห้องจัดแสดงนิทรรศการ เป็นต้น

ทั้งนี้คาดว่า depa-AMATA SMART Classroom จะสามารถส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลแห่งอนาคตด้าน AI และ IoT ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท รวมถึงเกิดการเปลี่ยนผ่านโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่สู่อุตสาหกรรม 4.0 และลดต้นทุนการผลิตได้ไม่น้อย กว่า 20% ตลอดจนช่วยยกระดับรายได้ของชุมชนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลไม่น้อยกว่า 2 เท่าของรายได้เดิม นายวิกรม กล่าวเสริม

นอกจากนี้ภายในงานเปิดตัวมีการจัดกิจกรรม AMATA SMART CITY SHOWCASE ซึ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงเทคโนโลยี และนวัตกรรมของเมืองเมืองอัจฉริยะอมตะ โดยมีบริษัทชั้นนำเข้าร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม กว่า 10 ราย อาทิ Yokohama Urban Solution Alliance (YUSA), Jiangsu Smart City Construction Management, SAAB, Nissan, Delta, Hitachi Lumada Center, Macnica, Murata, MinebeaMitsumi, Huawei, Microsoft, AMATA B.Grimm Power, NTT Communications และ สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI) รวมถึงห้องเรียนจำลองโดย Microsoft
