26 พฤศจิกายน 2562, เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี - ดร. ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ นำคณะหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และกลุ่มบริษัทของทั้ง 2 ประเทศร่วมเสวนาในหัวข้อ “Prospects of Smart City Development in Thailand” โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างความตระหนักและให้ความรู้ด้านการลงทุนด้านเมืองอัจฉริยะในประเทศไทย ต่อยอดความเข้าใจเกี่ยวกับการร่วมพัฒนาเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลี อันเนื่องมาจากข้อตกลงความร่วมมือด้านการร่วมพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืน (Smart and Sustainable City) ระหว่างทั้งสองประเทศที่เกิดขึ้นระหว่างการประชุมรัฐมนตรีด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (ASEAN-ROK Commemorative Summit) ที่มี นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นประธาน เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา


นอกจากนี้ ผู้อำนวยการดีป้า พร้อมด้วย ดร. ดร.กษิติธร ภูภราดัย รองผู้อำนวยการใหญ่ดีป้า ร่วมชี้แจงและตอบคำถามเรื่องแนวทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของประเทศไทยทั้ง 7 ด้าน ใน 2 รูปแบบของเมือง คือ เมืองน่าอยู่ และเมืองใหม่ โดยมี ดร. ลัษมณ อรรถาพิช รองเลขาธิการสายงานการลงทุนและความร่วมมือระหว่างประเทศ อีอีซีร่วมสร้างความเข้าใจถึงความสำคัญทางเศรษฐกิจและสังคมของภาคการลงทุนด้านการพัฒนาพื้นที่อีอีซี ซึ่งจะเป็นพื้นที่การลงทุนด้านดิจิทัลที่สำคัญของประเทศ รวมถึงหน้าที่ของอีอีซีเอง


ขณะที่ นางสาวรัชนี วัฒนวิศิษฏพร ผู้อำนวยการระดับสูงกองส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ บีโอไอ ได้ร่วมชี้แจงหน้าที่ของบีโอไอในการสนับสนุนการลงทุนด้านเมืองอัจฉริยะ ทั้งในและนอกพื้นที่อีอีซี ซึ่งจะมีสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน ด้าน นางสาววรรณนิภา พิภพไชยาสิทธิ์ ผู้อำนวยการ บีโอไอ กรุงโซล สรุปประเด็นความสำคัญของการลงทุนดังกล่าว ซึ่งบีโอไอ กรุงโซลจะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานให้เกิดความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพ

การเสวนาดังกล่าวมีบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของสาธารณรัฐเกาหลีเข้าร่วมนำเสนอตัวอย่างโครงการ ความร่วมมือ และถามคำถามกับผู้บริหารดีป้า อีอีซี และบีโอไอ ซึ่งนอกเหนือจากการสร้างความตระหนัก และชี้แจงประเด็นสำคัญด้านการลงทุนแล้ว ผู้ร่วมเสวนายังได้เน้นย้ำประเด็นความสำคัญของการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยี และการประสานความเข้าใจของความต้องการของภาคประชาชนและเทศบาลที่ตรงกัน เพื่อต่อยอดการพัฒนาอย่างยั่งยืนระหว่างสองประเทศในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของประเทศไทยอีกด้วย