3 ธันวาคม 2562, เมืองมากาติ ประเทศฟิลิปปินส์ - สถาบันการจัดการอาเซียน (Asian Institute of Management หรือ AIM) จัดหลักสูตร “ติวเข้ม” ผ่านการบรรยายเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้บริหารระดับสูงและสมาชิกสภาเทศบาลเมืองมากาติและผู้บริหารในชื่อ “การออกแบบและพัฒนาเมืองท่องเที่ยอัจฉริยะ - Designing and Developing Smart and Urban Tourism” โดยหลักสูตรดังกล่าวจัดขี้นเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 18 พฤศจิกายน ถึง 11 ธันวาคม 2562 มุ่งเน้นให้ผู้บริหารเมืองมีความรู้ความเข้าใจผ่านการเรียนรู้ ทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน และนำไปพัฒนาใช้จริงในพื้นที่ของเมืองมากาติทันที ดังนั้นหลักสูตรดังกล่าวจึงเข้มข้นไปด้วยภาคทฤษฎีจากคณาจารย์ในสาขาต่าง ๆ ของ AIM และภาคปฏิบัติจากการเรียนรู้ตัวอย่างระดับสากลจากวิทยากรมากประสบการณ์ระดับนานาชาติจากหลากหลายประเทศที่มีประสบการณ์การพัฒนาเมืองอัจฉริยะอันเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล อาทิ ไต้หวัน มาเลเซีย ญี่ปุ่น และไทย โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ และการใช้ชีวิต (Smart Economy and Living) ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการพัฒนาการท่องเที่ยวของเมือง

AIM เล็งเห็นวิธีคิดอย่างเป็นระบบและกรอบการพัฒนาที่ยั่งยืนของโครงการเมืองอัจฉริยะประเทศไทย (Smart City Thailand) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันเฉียงใต้ โดยเฉพาะหลักการและเหตุผลการสร้างเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน จึงเชิญ ดร.นน อัครประเสริฐกุล ผู้เชี่ยวชาญส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เข้าร่วมบรรยายเชิงปฏิบัติการให้กับสมาชิกสภาเทศบาลและผู้บริหารระดับสูงที่จะนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้จริง ภายใต้หัวข้อ “การท่องเที่ยวเมืองในบริบทของเมืองอัจฉริยะ” (Urban Tourism in the Context of Smart City) โดยได้รับความสนใจตลอดช่วงระยะเวลาการบรรยาย โดยเฉพาะช่วงการทำความเข้าใจกับนิยาม วัตถุประสงค์ และความหมายของการพัฒนาและสนับสนุนเมืองอัจฉริยะของประเทศไทย โดย ดร.นน ได้ใช้ตัวอย่างเมืองของประเทศไทยมาเป็นกรณีศึกษาให้ผู้เข้าร่วมได้ถกปัญหาและระดมสมองในการทดลองใช้แนวทางของสำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทยในการพัฒนาระบบให้บริการการท่องเที่ยวอัจฉริยะของเมืองมากาติ

ทั้งนี้ กรณีศึกษาของไทยที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษคือ กรณีศึกษาของเมืองภูเก็ตและขอนแก่น ผ่านวิธีคิดอย่างมีระบบผ่านกรอบ “5 ขั้นตอน” ของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะคือ การกำหนดขอบเขตและวิสัยทัศน์ของเมืองผ่านความต้องการที่แท้จริงของภาคประชาชนและเอกชนในพื้นที่ แผนโครงการพื้นฐาน การสร้างระบบแพลตฟอร์มของเมือง (City Data Platform) การกำหนดเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ใน 7 ด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และการมีรูปแบบการบริหารจัดการเพื่อให้เกิดความยั่งยืน

สุดท้ายทุกคนได้แบ่งกลุ่มเพื่อระดมสมองผ่านการใช้กระดานแผนธุรกิจเมืองอัจฉริยะประเทศไทย (Smart City Thailand Business Model Canvas) ของสำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ในการสร้างโครงการผ่าน “5 ขั้นตอน” และ “7 ด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ” โดยได้คิดสร้างสรรค์โครงการที่น่าสนใจและมีความเป็นไปได้ในการในไปปฏิบัติจริง อาทิ เทศบาลบริการอัจฉริยะไร้กระดาษ (Paperless E-Government) มากาติเมืองที่เหมาะกับคนเดินเพราะเทคโนโลยีดิจิทัล (Makati Pedestrian City) ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ปัญหา “กิโลเมตรสุดท้าย” (Last Kilometer Walkability) และการให้บริการนักท่องเที่ยวครบวงจรและการเก็บข้อมูลภาครัฐอย่างเต็มรูปแบบผ่านการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สายในทุกจุดของเมือง (Makati Total Wi-Fi Coverage and Data Platform)

ทั้งนี้ความร่วมมือระหว่าง AIM กับเทศบาลเมืองมากาติ และดีป้า นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงการยอมรับในระดับสากลของโครงการเมืองอัจฉริยะประเทศไทย และให้ความตระหนัก ความรู้ ความเข้าใจ กับผู้ที่สนใจในระดับนานาชาติอันเป็นพันธกิจหนึ่งของดีป้าแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาว ในการร่วมพัฒนาหลักสูตรการศึกษาแบบเข้มข้นสำหรับผู้บริหารเมืองระดับสูงต่อการพัฒนาและสนับสนุนเมืองอัจฉริยะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผู้นำของเมืองจากหลากหลายประเทศสามารถได้รับประโยชน์ได้เต็มที่ ตามกรอบการพัฒนาเมืองออัจฉริยะร่วมกันของกลุ่มประเทศอาเซียน