black ribbon
บริการ
TH
EN
TH
CN

"ดีป้า" ใต้ล่าง ร่วมสรุปบทเรียนโครงการคลองเตยลิงค์ภายใต้แนวคิด “แผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะเทศบาลนครหาดใหญ่” สู่การปรับแผนฟื้นฟูหลังโควิด-19

16 มิถุนายน 2563, ผ่านการประชุมออนไลน์ บทบาทสำคัญของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ในการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจฐานบริการและดิจิทัล เพื่อการเติบโตอย่างชาญฉลาดและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับนวัตกรรมดิจิทัล มีเป้าหมายเพื่อพัฒนา 7 เมืองอัจฉริยะ ในเขตเศรษฐกิจสำคัญของประเทศตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นจังหวัดสงขลา ที่มีเมืองหาดใหญ่เป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งสาขาภาคใต้ตอนล่างของดีป้า ได้ร่วมทำงานกับเทศบาลนครหาดใหญ่และเครือข่าย Songkhla Urban Lab มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ บริษัท สงขลาพัฒนาเมือง จำกัด และโครงการเมืองอัจฉริยะ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ศึกษารูปแบบการขับเคลื่อน “หาดใหญ่เมืองอัจฉริยะสีเขียว” ที่เสนอผ่านดีป้าเข้าสู่ความเห็นชอบจากคณะกรรมการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ เพื่อรับประกาศเป็นเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2562 และมีการนำมาปรับปรุงการวางผังเปลี่ยนแปลงโดยอาศัยหลักวิชาการและการมีส่วนร่วมจากหลายฝ่าย จึงเป็นที่มาของการจัดเวทีการประชุมออนไลน์แลกเปลี่ยนมุมมองและหาแนวทางการขับเคลื่อนให้สัมฤทธิ์ผลร่วมกัน

โดยมี ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการ ดีป้า เป็นประธานเปิดการประชุมกล่าวนำเรื่อง นโยบายเมืองอัจฉริยะของประเทศไทย และให้ความเห็นไปที่สอดคล้องในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติเชิงพื้นที่ ผ่านความเห็นจากหลากหลายมุมมองที่จะร่วมไปสู่เป้าหมายเมืองน่าอยู่ในการใช้ชีวิตใหม่ (New Normal) ของเมืองหาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจดิจิทัล

นายสิทธิศักดิ์ ตันมงคล ผู้ประสานงานกลุ่ม Songkhla Urban Lab กล่าวถึง การจัดผังเมืองใหม่ คลองเตยลิงก์ และ Micro Transit เพื่อเมืองหาดใหญ่น่าอยู่ โดยภาพรวมเศรษฐกิจเมืองหาดใหญ่ในปัจจุบัน มีความเปลี่ยนแปลงเนื่องจากสาเหตุจากการซื้อขายสินค้าด้วยวิธีการเดิมถูกทดแทนด้วยทางเลือกใหม่ๆ และแหล่งท่องเที่ยวในเมืองหาดใหญ่ยังขาดการพัฒนา ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวนอกเมืองทั้งใกล้และไกลน่าสนใจกว่า เมืองหาดใหญ่จึงมีสภาพเป็นที่พักแรมเมื่อกลับมาจากการท่องเที่ยวที่อื่นเท่านั้น จึงทำให้การค้าขายในเมืองหาดใหญ่ซบเซา ส่วนในด้านคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวหาดใหญ่ยังมีประเด็นด้านขาดแคลนสวนสาธารณะ พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจสนามกีฬา และสนามเด็กเล่น มีปัญหาการเดินทางที่ขาดระบบขนส่งมวลชน และราคาแพง จึงจำเป็นต้องจัดทำแผนพัฒนาที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่ โดยเลือก “คลองเตย” มาพัฒนา โดยโครงการย่อยภายใต้โครงการ คลองเตยลิงก์ คือ การปรับปรุงภูมิทัศน์ การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะและการท่องเที่ยวรอบคลองเตย การปรับปรุงทางเท้า ทางจักรยาน การพัฒนาลานกิจกรรม การออกแบบ Landmark และจุด Check-in และการศึกษาแนวทางการสร้างความร่วมมือในการพัฒนาเมืองผ่านการร่วมลงทุน

นายสมพร เหมืองทอง นักวิชาการสุขาภิบาลชำนาญการ สำนักการช่าง เทศบาลนครหาดใหญ่ กล่าวถึง การปรับแผนพัฒนาหาดใหญ่เมืองอัจฉริยะ จากการวางแพลตฟอร์มของการวางผังเมืองใหม่สู่การริเริ่มคลองเตยลิงก์ โดยมีแนวความคิดต้องการพัฒนาเมืองหาดใหญ่ ให้เป็น Green City , Low cabon city, Resilient City และ Smart City การนำเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ามาใช้เพื่อทำให้สิ่งแวดล้อมในเมืองดีขึ้น เช่น การควบคุมมลพิษ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม และพื้นที่สีเขียว การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้เกิดการบริโภคที่ยั่งยืนโดยเฉพาะกลุ่มสถานประกอบการและนักท่องเที่ยวน รวมถึงนำมาใช้ในการรับมืออุทกภัย และช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

นายปกรณ์ ปรีชาวุฒิเดช ผู้จัดการสาขาภาคใต้ตอนล่าง depa กล่าวว่าจุดเด่นของจังหวัดสงขลา คือ

  1. พหุวัฒนธรรม
  2. ความเป็นศูนย์กลางราชการของภาคใต้
  3. ความเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ คือ มีท่าเรือน้ำลึกสงขลา เป็นเมืองยางพารา และ มีความร่วมมือทางเศรษฐกิจในลักษณะไตรภาคีระหว่างไทย มาเลเชีย และอินโดนีเชีย
  4. ศูนย์กลางการค้าและช็อปปิ้ง
  5. ศูนย์สถาบันการศึกษาของภาคใต้

ซึ่งจังหวัดสงขลามีความพร้อมในหลายๆด้าน ซึ่ง หนึ่งที่มีความสำคัญคือการจัดทำข้อมูลเมือง (City Data Platform) เพื่อเข้าถึง แหล่งข้อมูลความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการบริหาร จัดการ แก้ไขปัญหา รวมทั้งพัฒนาเมืองอัจฉริยะและคุณภาพชีวิตของประชาชนได้สะดวก โดยใช้ความร่วมมือและการสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยผลที่คาดว่าจะได้รับ คือ

  1. การพัฒนาระบบบริหารและอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวชายแดน เป็นการนำร่องการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความรู้สึกปลอดภัย
  2. ยกระดับและกระตุ้นระบบเศรษฐกิจในภูมิภาคเพื่อเพิ่มโอกาสการค้าในระดับชุมชนและธุรกิจท้องถิ่น
  3. หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อใช้ประโยชน์ได้ในหลายมิติ รวมถึงการสร้างโอกาสให้เกิดการพัฒนารูปแบบวิสาหกิจเริ่มต้นใหม่ๆ ที่สนับสนุนการค้าขายชายแดนที่อาศัยเทคโนโลยีดิจิทัล
  4. สนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะด้าน Smart Government และสามารถพัฒนาสู่ Smart Mobility

ผศ.ดร.จุมพล ชื่นจิตต์ศิริ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวถึง ระบบนิเวศดิจิทัลกับความปลอดภัยของข้อมูลที่ธุรกิจในเมืองต้องปรับตัวตามกฎหมาย PDPA เนื่องจาก ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งสำคัญในยุคปัจจุบันจึงจำเป็นต้องมีบทลงโทษต่อผู้กระทำความผิด สถาบันอุดมศึกษาของภูมิภาคจึงต้องมีส่วนช่วยให้ผู้ประกอบการรวมถึงองค์กรภาครัฐระมัดระวังในการใช้ข้อมูลทางดิจิทัลไม่ใช้ประโยชน์ต้องไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวโดยไม่จำเป็น เพื่อสร้างความไว้วางใจต่อกันและประสานประโยชน์เพื่อสร้างเมืองที่น่าอยู่ร่วมกัน รวมทั้งจะช่วยกันสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ร่วมกับเครือข่ายในเมืองต่างๆ ในภาคใต้ของประเทศไทยให้สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ดร.ธารพรรษ สัตยารักษ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ได้กล่าวถึง แผนการวิจัยและพัฒนาเทศบาลนครหาดใหญ่สู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City) ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) เพื่อยกระดับและพัฒนาเมืองหาดใหญ่จากเมืองที่เป็นศูนย์กลางการศึกษาของภาคใต้ ไปสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ให้กับคนทุกกลุ่มทั้งในระบบและนอกระบบการศึกษา ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนา Smart People และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของเทศบาลนครหาดใหญ่ โดยแผนงานวิจัยนี้มี 2 โครงการคือ

  1. ระบบและกลไกการบริหารจัดการการเรียนรู้ของประชาชนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่สู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้
  2. การออกแบบเครื่องมือ นวัตกรรม พื้นที่และชุมชนแห่งการเรียนรู้สู่การสร้างทักษะใหม่ของประชาชนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาทักษะใหม่ (Reskill, Upskill) ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 การเพิ่มการจ้างงานและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น รวมทั้งการเตรียมความพร้อมของเมืองเพื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิกเมืองแห่งการเรียนรู้ของ UNESCO ในปีหน้า

ดร.ไพโรจน์ ชัยจีระธิกุล รองประธานบริษัท สงขลาพัฒนาเมือง ได้กล่าวว่า สงขลาเป็นหนึ่งเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจเทียบเท่าเมืองขนาดใหญ่ในระดับนานาชาติและมีความน่าอยู่ โดยเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ และส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่มีระบบเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติในยุค๔.๐ เพื่อขยายขีดความสามารถการให้บริการ และเพิ่มความสามารถในการรองรับการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้ขยายตัวมากขึ้น และได้มีการวางแผนด้านเศรษฐกิจและการลงทุนหลังสถานการณ์วิกฤตการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) โดย

  1. ทุกฝ่ายมีความเห็นร่วมกันโดยมีเป้าหมายและแผนพัฒนาที่ชัดเจน
  2. ใช้นวัตกรรม องค์ความรู้ เพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ
  3. พัฒนาทักษะอาชีพ(Upskill/Reskill) 4. เชิญชวนรายใหญ่ และSMEsในพื้นที่ ร่วมพัฒนาเมือง/ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
  4. เน้นการสร้างงานสร้างอาชีพ ให้มีรายได้
  5. มีพื้นที่กลางในการร่วมกันออกแบบเศรษฐกิจ ลดความขัดแย้ง และพัฒนาภูมิภาค

ทาง ดร.ปิยนุช ธูปถมพงศ์ ผู้จัดการโครงการเมืองอัจฉริยะ สกสว. กล่าวถึง การศึกษาหาดใหญ่เมืองอัจฉริยะ โดยมีการริเริ่มจากโครงการคลองเตยลิงก์ เปลี่ยนพื้นที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาสร้างเศรษฐกิจเพื่อสร้างสรรค์เมืองน่าที่ส่งเสริมเศรษฐกิจโดยใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเข้ามาผนวกในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหา ซึ่งทีมในหาดใหญ่ถือเป็น Smart Team ที่รวบรวมทุกภาคส่วนทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ-ท้องถิ่น สถาบันการศึกษาและภาคประชาชน ก่อให้เกิดโครงการจากความต้องการจริงของคนในเมือง เพื่อให้เกิดคุณภาพชีวิต พื้นที่สีเขียว สวนหลังบ้าน pocket park ลานกิจกรรมสำหรับคนในเมืองและนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ด้วยการมี landmark ใหม่ที่น่าสนใจและเกิดการร่วมลงทุนภาครัฐร่วมภาคเอกชน (Public Private Partnership: PPP) ในภูมิภาคของประเทศ รวมถึงโครงการที่ช่วยกันยกระดับเมืองที่ใช้พลังงานอย่างชาญฉลาดและมีข้อมูลในการบริหารจัดการเมือง เช่น นำตัวอย่างการร่วมลงทุนของ BANPU NEXT กับเมืองที่กำลังหาแนวทางการลงทุนให้เกิดขึ้นจริงภายใต้การใช้เครื่องมือ Prototyping Model และเปิดโอกาสการเชิญชวนนักลงทุนต่างถิ่นมาร่วมพัฒนาหาดใหญ่เมืองอัจฉริยะที่ไม่ใช่แต่ภาครัฐแต่ฝ่ายเดียว ในขณะที่ต้องเน้นให้คนในเมืองได้รับการใช้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นเมืองสีเขียวที่น่าอยู่และเกิดการลงทุนใหม่เพื่อสร้างเศรษฐกิจพร้อมๆ กับการดึงดูดทั้งการลงทุนใหญ่ในอนาคตและการยกสมรรถนะคนในเมืองในโอกาสอาชีพใหม่

ทั้งนี้ ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการ ดีป้า ได้สรุปความเห็นภาพรวมว่า การแลกเปลียนความเห็นครั้งนี้เห็นถึงศักยภาพเมืองหาดใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจหลักของจังหวัดสงขลาและภูมิภาค จะสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ด้วยความร่วมมือร่วมใจเห็นทิศทางการพัฒนาไปทางเดียวกัน และชื่นชมเทศบาลนครหาดใหญ่ที่ใจกว้างเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมาร่วมช่วยกันวางแผนโดยมีเมืองเป็นศูนย์ร่วมใจกอบกู้วิกฤติในช่วงโรคระบาดไปด้วยกัน ในขณะที่ดีป้าอยากส่งเสริมให้ช่วยกันคิดถึงการมองถึงการสร้างสรรค์สังคม เช่น การมีอาสาสมัครดิจิทัล ที่จะมีส่วนสำคัญในการเชื่อมประสานเครือข่ายทางสังคมให้สำรวจข้อมูล สภาพปัญหา จนถึงการออกแบบเมืองหาดใหญ่ไปด้วยกัน