black ribbon
บริการ
TH
EN
TH
CN

“ดีป้า” ประกาศผล depa Accelerator Program ENRES คว้าสุดยอดดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย

24 กรกฎาคม 2563, กรุงเทพฯ – สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า จับมือ บริษัท ฮับบา จำกัด บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด และองค์กรพันธมิตรอื่น ๆ จัดงานประกาศผลรางวัลสุดยอดสตาร์ทอัพไทยในโครงการเร่งการเติบโตดิจิทัลสตาร์ทอัพด้านเมืองอัจฉริยะ “Smart City” หรือ depa Accelerator Program (ASEAN's First Smart City Accelerator) ซึ่งมีเป้าหมายในการพัฒนาศักยภาพของดิจิทัลสตาร์ทอัพผู้เข้าร่วมโครงการ ตลอดจนสร้างเครือข่ายสนับสนุน และเพิ่มโอกาสในการเติบโตสู่ระดับสากล ENRES (Energy Response) สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีการประหยัดพลังงานทางเลือกใหม่ด้วยเทคโนโลยี AI ช่วย คว้ารางวัลชนะเลิศ เกิดต้นแบบการบริหารจัดการพลังงานที่ตอบโจทย์ปัญหาเมืองอย่างแท้จริง

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ “ดีป้า” กล่าวว่า depa Accelerator Program เป็นโครงการเร่งการเติบโตให้แก่ดิจิทัลสตาร์ทอัพด้านเมืองอัจฉริยะ โครงการแรกในอาเซียน ที่เปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพเข้าร่วมโครงการเพื่อนำผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีอยู่มาพัฒนาต่อยอด ผ่านการทำเวิร์คช็อปกับผู้เชี่ยวชาญ พร้อมรับฟังปัญหาและความต้องการจากตัวแทนเมืองอัจฉริยะ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ขอนแก่น เชียงใหม่ และภูเก็ต เพื่อให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่พัฒนาโดยดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย ในการแก้ไขปัญหาด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของประเทศไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งหวังให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาเมืองสูงสุด ตลอดจนการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

“ดีป้าในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ควบคู่กับภารกิจการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งการส่งเสริมและสนับสนุนดิจิทัลสตาร์ทอัพให้เติบโตถึงระดับสากล เป็นอีกแผนการดำเนินงานที่สำคัญ สำหรับโครงการ depa Accelerator Program เปิดโอกาสให้ดิจิทัลสตาร์ทอัพได้นำโซลูชันของตนเองมาปรับใช้ โดยดีป้าได้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงระหว่างความต้องการคนในพื้นที่ และดิจิทัลสตาร์ทอัพผู้ให้บริการเทคโนโลยี เกิดเป็นโมเดลการทำงานที่มุ่งพัฒนา เริ่มจากการรับฟังปัญหาที่พบเจอในแต่ละพื้นที่ สู่การพัฒนาเทคโนโลยีที่แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศไทย” ผอ.ใหญ่ดีป้า กล่าวเสริม

โดยการเฟ้นหาสุดยอดสตาร์ทอัพไทยภายใต้โครงการ depa Accelerator Program เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ เดือน พฤศจิกายน 2562 จากผู้สมัครเข้าร่วมทั้งสิ้น 165 ทีม ผ่านการคัดเลือกเหลือ 20 ทีม ที่มีแนวคิด ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่พร้อมตอบโจทย์การพัฒนาเมืองเพื่อผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ครอบคลุมนวัตกรรมการแก้ปัญหาด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ใน 7 ด้าน ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ประกอบด้วย สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy)พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ (Smart Governance) การดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) การเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) และ พลเมืองอัจฉริยะ (Smart People) ซึ่งวันนี้ได้รับเกียรติจากผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ (ด้านโครงการพิเศษและศูนย์พัฒนาดิจิทัลและนวัตกรรม) และผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ดร.ศุภกร สิทธิไชย ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้น ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน พร้อมด้วย คุณทวันทว์ บุณยะวัฒน์ CEO, Moonshot Venture Capital คุณเมธี วินเซอร์ Senior Investments Analyst, Openspace Ventures คุณชยุตม์ จัตุนวรัตน์ Venture Lead, Innovation Strategy, PTT ExpresSo และคุณอณัฐภิสา จันทะไทย CIO & CCO, KT Venture Capital

โดยตลอดระยะเวลา 12 สัปดาห์ในการดำเนินโครงการเหล่าสตาร์ทอัพที่ผ่านการคัดเลือกได้เปิดประสบการณ์การเรียนรู้ พร้อมรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อปจาก Google Launchpad และทีมวิทยากรผู้มากประสบการณ์ในวงการสตาร์ทอัพ ตลอดจนได้ทำ Proof of Concept (POC) ร่วมกับ บริษัทขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด บริษัท เชียงใหม่นครพิงค์พัฒนาเมือง จำกัด บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด หอการค้าชลบุรี และสิริเวนเจอร์ (Siri Ventures) เพื่อพัฒนาศักยภาพผลิตภัณฑ์และบริการให้สามารถนำไปใช้ให้เกิดผลจริงอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านนายกฤษฎา ตั้งกิจ ผู้ร่วมก่อตั้ง ENRES (Energy Response) สตาร์ทอัพที่นำเสนอเทคโนโลยีการประหยัดพลังงานทางเลือกใหม่ด้วยเทคโนโลยี AI ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศของการแข่งขันครั้งนี้ ได้สร้างสรรค์แพลตฟอร์มนี้ผ่านการนำนวัตกรรมเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) และ AI (ปัญญาประดิษฐ์) มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลให้เจ้าของธุรกิจสามารถรับรู้และแก้ไขปัญหาภายในอาคาร เรื่อง ระบบไฟฟ้า น้ำ อากาศ และพลังงานไฟฟ้า ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากพบปัญหาในเรื่องของ ระบบไฟฟ้า น้ำ อากาศ และพลังงานไฟฟ้า ของหน่วยงานและองค์กรที่มีขนาดพื้นที่ที่ใหญ่ การตรวจสอบและควบคุมทั้งหมดทั้งพื้นที่อาจมีหลายจุดที่เจ้าของธุรกิจหรือผู้ดูแลเข้าไม่ถึง เราจึงมองว่าหากทำให้อาคารที่มีขนาดใหญ่เหล่านี้ประหยัดพลังงานได้ ช่วยลดต้นทุนให้กับภาคธุรกิจ ลดการใช้พลังงาน เพื่อสภาพแวดล้อมที่ชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่ดีขึ้น นับว่าเป็นมิติใหม่แห่งวงการสตาร์ทอัพไทยที่ได้ใช้นวัตกรรมรวมถึงระบบดิจิทัลเข้ามาแก้ไขปัญหาเมืองอัจฉริยะได้อย่างตอบโจทย์ และสามารถนำไปต่อยอดได้อย่างยั่งยืน

ผู้ที่สนใจสามารถดูย้อนหลังได้ทาง https://www.facebook.com/watch/live/?v=733991284089731