19 สิงหาคม 2563, กรุงเทพฯ - ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นประธานในการประชุมลงนามข้อตกลงการพัฒนาโครงการสร้างพื้นฐานด้านกายภาพดิจิทัลและแพลตฟอร์มการบริหารจัดการย่านอัจฉริยะ ตามกรอบกฎบัตรเมืองอัจฉริยะ (Smart City Charter) จัดโดยสำนักงานกฎบัตรแห่งชาติ (National Charter) ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม บี-ซี ชั้น 1 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว

โครงการ Smart City Charter เป็นความร่วมมือของสมาคมการผังเมืองไทย สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัทยูไนเต็ด เทคโนโลยี เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (UTE) พร้อมด้วย 13 เทศบาล ซึ่งปัจจุบันเป็นเครือข่ายของกฎบัตรแห่งชาติ ประกอบด้วย เทศบาลนครเชียงใหม่ เทศบาลเมืองแม่เหียะ จังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลนครนครสวรรค์ เทศบาลนครอุดรธานี เทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลนครระยอง เทศบาลนครรังสิต เทศบาลเมืองป่าตอง เทศบาลเมืองกระบี่ เทศบาลเมืองหัวหิน เทศบาลเมืองทุ่งสง เทศบาลเมืองชุมแพ และเทศบาลแก่งคอย โดยมีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยพายัพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เข้าร่วมโครงการ
สำหรับการประชุมลงนามข้อตกลงครั้งนี้ ถือเป็นประโยชน์และมิติใหม่ในการสร้างแนวทางการพัฒนาร่วมกัน รวมถึงการวางแผนปฏิบัติการวิจัยพัฒนาเมืองและการปรับปรุงฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานของเทศบาล ชุมชน และพื้นที่ศึกษาอื่นๆ ที่ได้วางแผนไว้ภายใต้เจตนารมณ์กฎบัตรแห่งชาติ (National Charter) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ (New Urban and Economic Development Platform) โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเป็นกลไกในการเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันโดยรวมให้กับประเทศ ตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ดร.ภาสกร กล่าวภายหลังเป็นประธานกล่าวเปิดงานในครั้งนี้ว่า ดีป้าเป็นเลขานุการสำหรับการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะของรัฐบาลในชุดที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยด้านการพัฒนาเมือง โดยกฎบัตรแห่งชาติเสนอดำเนินการสมาร์ทบล็อค หน่วยย่อยของสมาร์ทซิตี้ ซึ่งดิจิทัลเทคโนโลยีเป็นส่วนสำคัญสอดคล้องกับการขับเคลื่อนสมาร์ทซิตี้
“หากมีการพัฒนาสมาร์ทบล็อคจะทำให้จับต้องได้ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมการออกแบบได้ ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงได้ เทศบาลสามารถลงทุนได้จริง ดังนั้นการพัฒนาเมืองจึงต้องการให้เอกชนคือ บริษัทพัฒนาเมือง จำกัด เข้ามาช่วยกัน เช่นเดียวกับได้กลุ่ม UTE ของกลุ่มเบญจจินดาเข้ามาสนับสนุนด้านเทคโนโลยี ซึ่งภาครัฐคือดีป้าจะเป็นตัวกลางเชื่อมประสานเพื่อขับเคลื่อนสนองนโยบายของภาครัฐให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป”
ทั้งนี้ การพัฒนาพื้นที่เมืองอัจฉริยะในรูปแบบต้นแบบย่านอัจฉริยะ (Smart Block) นับเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมให้เมืองให้มีความน่าสนใจในการลงทุน ซึ่งต้องให้ความสำคัญทั้งในเรื่องของการพัฒนากระบวนการและเทคโนโลยีด้านแพลตฟอร์ม และต้องเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ระบบเซนเซอร์, CCTV ฯลฯ นอก จากนั้น สิ่งสำคัญในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะต้องคำนึงถึงเรื่อง Citizen Centric และต้องเกิดความร่วมมือทางสังคม (Social collaboration) รวมทั้งส่งเสริมให้เกิด Smart People อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยถือว่ามีความได้เปรียบในเรื่องของมีพื้นที่ต่างจังหวัดจำนวนมาก ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นพื้นที่นำร่อง Smart Block ของประเทศ ดร.ภาสกร กล่าวในช่วงเสวนาวิชาการ
