17 ตุลาคม 2563, ศูนย์ NEXT - Creatorspace ณ True Digital Park — สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า โดยสำนักงานส่งเสริมเมืองอัจฉริยะประเทศไทย จัดกิจกรรม “Smart City Week Gen-Z Hackathon” ระดมสมอง ระเบิดไอเดียจาก นักศึกษา “Gen-Z” หัวใจสร้างสรรค์ กว่า 30 คน ร่วมแก้ปัญหาของเมือง นำโดย ดร.นน อัครประเสริฐกุล ผู้เชี่ยวชาญส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ดีป้า พร้อมด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมืองต่าง ๆ จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Smart City PLAYs ของสัปดาห์แห่งมหกรรมเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ หรือ Thailand Smart City Week 2020 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 - 22 ตุลาคม นี้

สำหรับกิจกรรม “Smart City Week Gen Z Hackathon” มีกติกาให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมใช้เวลา 48 ชั่วโมงเพื่อที่จะระดมสมอง ออกแบบนวัตกรรม สำหรับเมืองอัจฉริยะที่ “ตอบโจทย์ของทุกคน” โดยเฉพาะ ผู้พิการทางสายตา และผู้อาศัยในชุมชนแออัด ซึ่งเป็นโจทย์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน อันเนื่องมาจากแนวคิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ที่ "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" (No one is Left Behind)

โดยกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นอีกกิจกรรมที่จะช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้ประยุกต์ใช้ความรู้ความสามารถของตนเอง ผสมผสานกับประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญที่จะชี้แนะให้จากแนวคิดมาสู่แนวทางการปฏิบัติที่เกิดเป็นรูปธรรม โดยน้อง ๆ จะต้องตีโจทย์ให้แตก ผ่านความเข้าใจปัญหาเขิงลึก และพัฒนาต้นแบบของผลิตภัณฑ์หรือบริการ (Prototypes) ที่ตอบโจทย์ นอกจากนี้ น้อง ๆ จะได้รับฟังการบรรยายและรับรู้ถึงปัญหาอุปสรรคในการดำรงชีวิตประจำวัน โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ จาก สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย (Thailand Association of the Blind: TAB) เครือข่ายสลัม 4 ภาค (Four Regions Slum Network) และ โครงการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์แห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Settlement Programme หรือ UN-Habitat) มาเป็นผู้บรรยายแบบมีปฏิสัมพันธ์ ถึงปัญหา (Pain Points) ของผู้ทุพลภาพ และผู้เข้าไม่ถึงโอกาสทางที่อยู่อาศัย เพื่อให้ทีม “นักคิด Gen-Z” ได้พัฒนาเป็น “Gen Z Hacker” ที่ เข้าใจถึงปัญหาจากมุมมองของผู้อยู่อาศัยในเมืองอย่างที่จริง ตามหลักกระบวนการคิดเชิงออกแบบ หรือ Design Thinking ที่ต้องเริ่มกระบวนการจากความเข้าใจเชิงลึก แบบ เอาใจเขามาใส่ใจเรา (Empathy) อย่างสมบรูณ์

สำหรับการ Hackathon เป็นที่นิยมในวงการพัฒนาซอฟท์แวร์แล้ว เพราะเป็นเทคนิคการสร้างนวัตกรรมที่มีรากฐานและประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ อันเนื่องมาจากประสิทธิผลที่สามารถบ่มเพาะ นักคิด ให้สามารถเอาความคิด ดี ๆ ออกมาแปลเป็น ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตอบโจทย์ ได้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ โดยคำว่า Hackathon นี้ มาจากคำว่า “Hack” รวมกับคำว่า “Marathon” ซึ่งหมายถึงการทำกิจกรรมบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ ระดมสมองช่วยกันคิด (เพราะการ "แฮ็ค" คือการหาทางออกใหม่ ๆ ให้กับปัญหาเดิม ๆ) ช่วยกันผลิตต้นแบบ อย่างต่อเนื่องกันแบบข้ามวันข้ามคืน (เพราะการวิ่งมาราธอนหยุดไม่ได้)

โดยภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งเป็นระยะเวลาสั้น ๆ นี้ ผนวกกับการร่วมแลกเปลี่ยนความคิดกันอย่างอิสระนั่นเอง อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ นักคิด ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ อย่างเข้มข้น และหนักหน่วง ในการหาแนวทางใหม่ ๆ ที่ไม่เหมือนเดิม เพราะต้องสามารถทำได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ โดยระหว่าง 48 ชั่วโมงนั้น แต่ละทีมได้รับคำแนะนำจาก พี่เลี้ยง (Mentors) ซึ่งมีประสบการณ์ทั้งในประเด็นปัญหาเอง การหาไอเดียใหม่ ๆ รวมไปถึงการทำแผนการทางธุรกิจ เพื่อให้การผลิตต้นแบบเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว สามารถรู้ข้อผิดพลาดเพื่อนำไปแก้ไขผลงานของทีมตนเองได้อย่างตรงจุด และนำไอเดียออกมาเสนอ (หรือที่เรียกว่า การ Pitching) เพื่อรับแนวทางการสนับสนุนในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่ตอบโจทย์ จริง ๆ ของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ต่อไป