black ribbon
บริการ
TH
EN
TH
CN

“ผอ.ใหญ่ดีป้า” แสดงวิสัยทัศน์ด้านการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจดั้งเดิมรองรับ 5 อุตสาหกรรมอนาคต

30 พฤศจิกายน 2563, กรุงเทพมหานคร - ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ร่วมบรรยายในงานสัมมนาออนไลน์ “EP.1 อุตสาหกรรมดิจิทัล (DIGITAL): ผู้ประกอบการแสดงสินค้า...อุตสาหกรรมดิจิทัล รองรับความปกติใหม่ (New Norm)” ภายใต้หัวข้อ “Digital Blueprint พิมพ์เขียวดิจิทัล: เศรษฐกิจประเทศไทย” ซึ่งจัดโดยกองบรรณาธิการโพสต์ทูเดย์ กลุ่มบริษัท บางกอกโพสต์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับหอการค้าไทย และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB)

โดย ดร.ณัฐพล กล่าวว่า ประเทศไทยต้องดำเนินการใน 4 ขั้นตอน เพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจดั้งเดิมรองรับ 5 อุตสาหกรรมอนาคต ประกอบด้วยอุตสาหกรรมดิจิทัล (DIGITAL) อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (MEDICAL HUB) อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ (AVIATION AND LOGISTICS) อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ (BIOFUELS AND BIOCHEMECALS) และอุตสาหกรรมหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม (ROBOTICS) ไม่ว่าจะเป็น

  • การสร้างแพลตฟอร์มที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการลงทุน ทั้งการสร้าง Venture Capitals, Angel Investors ดิจิทัลสตาร์ทอัพ และการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี
  • การเร่ง Talent ผ่านกระบวนการสร้างองค์ความรู้ในกลุ่มดิจิทัลสตาร์ทอัพ โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน อาทิ Accelerate Program การทำให้เกิดการออกแบบ (Design Thinking) เพื่อขยายขนาดสู่ตลาดโลก
  • การส่งเสริมให้เกิดการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัล อาทิ การต่อยอดด้วยเทคโนโลยี 5G ผ่าน 5G Application Lab, Software Convergence Center, Hardware and Smart Devices Lab, AI Lab, AR/VR/MR Lab, IoT Innovation Center และ Cloud Innovation Center
  • การส่งเสริมให้เกิดต้นแบบนวัตกรรมผ่าน Super Maker Space โดยมีกลไกของเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เป็นตลาด เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ รองรับอุตสาหกรรมอนาคต

ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการรองรับชีวิตวิถีใหม่ (นิวนอร์มอล) ภายหลังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำเนินการพัฒนากำลังคนผ่านการให้ความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัล ควบคู่ไปกับการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลในภาคเศรษฐกิจจริง พร้อมเปลี่ยนผ่านภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม และชุมชนด้วยการส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลอย่างแท้จริง รวมถึงการสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมดิจิทัลผ่านการขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) การใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Security) เพื่อให้เกิดการพัฒนาและต่อยอดด้านนวัตกรรมของคนไทย

นอกจากนี้ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า ยังฉายภาพให้เห็นว่า มูลค่าอุตสาหกรรมดิจิทัลปี 2562 มีมูลค่ารวม 6.35 แสนล้านบาท โดยอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ มีมูลค่าลดลงจากปีก่อนหน้า เนื่องจากถึงรอบการปรับเปลี่ยนทั้งเครื่องจักรและเทคโนโลยี ส่วนอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ อุตสาหกรรมบริการด้านดิจิทัล อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ อุตสาหกรรมเพื่อการสื่อสารปรับตัวสูงขึ้น พร้อมชี้ให้เห็นว่า ผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมสิ่งทอ/เครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ มีความเชื่อมั่นและเกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในกระบวนการผลิต โดยมองว่า ยุคชีวิตวิถีใหม่ ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ต้องพึ่งพิงดิจิทัล และกลายเป็น Non-physical มากขึ้น อีกทั้งอุตสาหกรรมดั้งเดิมจะถูกเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ดิจิทัลมากขึ้น

"หากพิมพ์เขียวดิจิทัลเกิดขึ้นจริง โครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศจะเป็นไปจากเดิม ทุกภาคส่วนจะมีการแข่งขันที่สูงและทัดเทียมกันมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน รายได้ในกลุ่มประชากรฐานรากจะเพิ่มขึ้นเช่นกัน" ดร.ณัฐพล กล่าว

การบรรยายดังกล่าวคือ ส่วนหนึ่งของโครงการ Webinar สัมมนาออนไลน์ ในหัวข้อ “5 New S-curve Season 2: 5 อุตสาหกรรมอนาคต” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมแก่ผู้ประกอบการธุรกิจในทุกขนาดให้สามารถปรับตัวสอดคล้องกับกระแสเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง รองรับแนวทางการทำตลาดและรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภค ภายใต้อุตสาหกรรมดิจิทัลที่จะเข้ามามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ของประเทศในอนาคต