black ribbon
บริการ
TH
EN
TH
CN

“ดีป้า” ร่วมกับกรุงเทพฯ ขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะเต็มสูบ ด้วยการบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีจราจรและความปลอดภัย

21 มกราคม 2564, โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน พระราม 9 -- ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ได้รับเกียรติให้บรรยายในหัวข้อ “กรุงเทพมหานคร มหานครอัจฉริยะ (BMA Smart Metropolitan) กับบทบาทของสำนักงานการจราจรและขนส่ง” และ “การพัฒนารูปแบบการเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility)” การประชุมเปิดงานโครงการที่ปรึกษาา สำรวจ และ ออกแบบศูนย์ควบคุมและบริหารจัดการระเบบเทคโนโลยีจราจรและความปลอดภัยกรุงเทพมหานคร โดยมีผู้เชี่ยวชาญ จากหลากหลายสาขา และหน่วยงานเข้าร่วมกิจกรรมอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

ซึ่งในการเสวนาครั้งนี้ ดร.ภาสกร กล่าวเปิดประเด็นการบรรยายด้วย ความสำคัญของ การพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ หรือ “สมาร์ตซิตี้” (Smart City) ซึ่งเป็นนโยบายระดับชาติ ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญที่การตอบโจทย์ความต้องการรของผู้อยู่อาศัย (Citizen Centricity) เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และให้ประโยชน์ต่อการกระจายความเจริญในภาคธุรกิจ โดยมีคณะกรรมการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะแห่งชาติ ซึ่งมีสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ทำหน้าที่เป็นเลขานุการของคณะกรรมการชุดนี้

โดย ดร. ภาสกร กล่าวว่า แม้ว่าการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ประเทศไทยปัจจุบันยังอยู่ในระยะเริ่มต้น (Early Stage Planning) ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญที่การออกแบบ และสร้างแนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างแพร่หลาย ซึ่งจะเป็นการต่อเชื่อมไปยังระยะขยายผลของการพัฒนาดังกล่าวต่อไป เทคโนโลยีดิจิทัลจะมีความสำคัญอย่างมากในการตอบโจทย์ของผู้อยู่อาศัยในเมือง ซึ่งแพลต์ฟอร์มการบริหารจัดการข้อมูลของเมืองบนโลกเสมือน หรือ “Digital Twin” เป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่มีความน่าสนใจและสามารถนำมาปรับใช้ได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในการบริหารจัดการการขนส่งและการจราจรในเมืองขนาดใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร โดย ดร. ภาสกร ยกตัวอย่าง กรณ๊ศึกษาที่น่าสนใจจากหลายประเทศ โดยเฉพาะสาธารณรัฐเกาหลีที่มีความพร้อมและวิธีการใหม่ ๆ ในการขับเคลื่อนการใหับริการจราจรและขนส่งที่ล้ำสมัย

ดร.ภาสกร เน้นย้ำว่า เพราะเมืองในปัจจุบันมีปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น อันเนื่องมาจากหลายปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ปัญหาที่ผู้ใช้บริการ (Pain Points) ที่ต้องพบเจอมากขึ้นตาม ดังนั้น แนวทางการออกแบบและสร้างระบบการจราจรและการขนส่งเองก็จะต้องมีทั้งการบูรณาการ (Integration) ใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data และความหลากหลายในการให้บริการด้วยการใช้เทคโนโลยี เช่น ระบบขนส่งแบบ Mobility-as-a-Service (MaaS) และ On-Demand เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในประสบการณ์ของผู้รับบริการ และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ โดย ดร.ภาสกร ได้กล่าวถึงเกณฑ์การพัฒนาการจราจรและการขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) และวางแนวสำคัญทางให้กับผู้เข้าร่วมฟังบรรยายได้นำไปใช้

“ดีป้า” ได้ทำหน้าที่ในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในทุกมิติ โดยด้านของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่เอง ถือเป็น “ระบบนิเวศ” (Ecosystem) ที่สำคัญ” ที่จะทำให้ โครงข่าย กำลังคน ชุมชน วิสาหกิจเบื้องต้น วิสาหกิจขนาดกลางและย่อม รวมไปถึง วิสาหกิจขนาดใหญ่ ทำหน้าที่ร่วมกันอย่างเป็นระบบในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมผ่านการลงทุนในเมืองอัจฉริยะ โดย “ดีป้า” ทำหน้าที่เป็น “ศูนย์กลาง” หรือ “Hub” เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ประชาชน และความร่วมมือจากเครือข่ายพัฒนามิตรนานาประเทศ และเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนด้านองค์ความรู้ด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่อันเป็นสะพานในการต่อยอดการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป ผู้สนใจสามารถรับทราบข้อมูลข่าวสารได้จาก https://www.facebook.com/SmartCityThailandOffice ส่วนผู้ที่สนใจการเรียนรู้เรื่อง เมืองอัจฉริยะน่าอยู่ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.smartcitythailand.or.th และสามารถเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรนักพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ (Chief Smart City Officer หรือ CSCO) ที่ทาง “ดีป้า” เป็นผู้พัฒนา ซึ่งผู้สนใจสามารดูรายละเอียด และลงเรียนออนไลน์ได้ที่ https://www.bit.ly/depa-csco