เมื่อวันที่ 2-3 มีนาคม 2564, จังหวัดนราธิวาส - สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า นำโดย นายปกรณ์ ปรีชาวุฒิเดช ผู้จัดการสาขาภาคใต้ตอนล่าง และคณะทำงาน เข้าพบ นายชินวุฒิ ขาวสำลี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และ ผศ.วสันต์ พลาศัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ร่วมกันประชุมเพื่อหารือการขับเคลื่อนจังหวัดนราธิวาสสู่เมือง Smart City

โดยผู้จัดการสาขาภาคใต้ตอนล่าง ได้กล่าวรายงานความคืบหน้าของการดำเนินการขับเคลื่อนจังหวัดนราธิวาสสู่เมือง Smart City พื้นที่เมืองสุไหงโก-ลก เพื่อพัฒนาเป็นเมืองอัจฉริยะ Smart City โดยก่อนหน้านี้ได้มอบหมายให้ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นผู้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ และยกร่างใบสมัครเข้าร่วมโครงการเมืองอัจฉริยะ ตามที่คณะทำงานขับเคลื่อนจังหวัดนราธิวาสสู่เมือง Smart City พื้นเมืองสุไหงโก-ลก เสนอทั้ง 5 ด้าน ประกอบด้วย Smart Environment, Smart Living, Smart Mobility, Smart Government และ Smart Economy

ขณะเดียวกันผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ได้หารือและสรุปผลความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนจังหวัดนราธิวาสสู่เมือง Smart City โดยช่วงต้นเดือนเมษายนนี้ จะมีการจัดประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนจังหวัดนราธิวาสสู่เมือง Smart City พื้นเมืองสุไหงโก-ลก ของจังหวัดในแต่ละด้าน เพื่อพิจารณาข้อเสนอแผน ก่อนนำส่งแผนให้กับฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลต่อไป ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และหัวหน้าหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญกับการพัฒนาเมืองสุไหงโก-ลก เพื่อแก้ไขปัญหาด้านความเป็นอยู่ การค้าขายชายแดน การท่องเที่ยว รวมถึงด้านความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้คณะทำงาน ดีป้า ได้กล่าวปิดท้ายรายงานโครงการตัวอย่าง ที่กำลังดำเนินการอยู่ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส พร้อมลงพื้นที่ชุมชน ซึ่งได้เข้าร่วมมาตรการ depa Digital Transformation Fund for Community ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส 2 โครงการ คือ (1) วิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 อำเภอสุคิริน (2) วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากบ้านฮูแตทูวอ อำเภอเมือง

สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อชุมชนในชนบท ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้กับชาวบ้านในพื้นจังหวัดชายแดนใต้ ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน เพิ่มขีดความสามารถ และเพิ่มรายได้ มุ่งหวังให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมีคุณภาพ สู่การขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชนได้อย่างยั่งยื่นต่อไป