เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2564-สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล -ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล นำทีมผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลพูดถึงเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในการจัดงาน “Future Tech Virtual Mission to Thailand” โดยงานFuture Tech Virtual Mission to Thailand นั้นเป็นความร่วมมือระหว่างดีป้าและ Victorian Government ซึ่งประกอบด้วยผู้ประกอบการออสเตรเลียจำนวน 15 บริษัท ได้แก่ BGL Corporate Solutions, Future Grid, Ignition Immersive, LeashView, OMC International, Pellar Technology, Senetas Security, ShareRing, Snobal, Sunpower Renewables, Whispir

ผู้อำนวยการฯ ได้กล่าวถึงภาพรวมของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในแง่ของโครงสร้างรูปแบบเศรษฐกิจในประเทศไทยประกอบไปด้วย 3 ส่วนใหญ่ได้แก่ธุรกิจขนาดใหญ่ขนาดกลางและขนาดย่อย รวมไปถึงภาคการเกษตร ซึ่งในแต่ละภาคส่วนจะมีจุดแข็งที่ต่างกันออกไป สำหรับดีป้าเอง มีกลไกการดำเนินงานภายใต้แผนแม่บทส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเริ่มจากการพัฒนากำลังคนทั้งด้าน Digital Manpower และ Digital Citizen เพื่อเป็นรากฐานในการขับเคลื่อนและก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ในขณะเดียวกัน ดีป้ายังได้ร่วมลงทุนและบ่มเพาะดิจิทัลสตาร์ทอัพเพื่อส่งเสริมให้ดิจิทัลสตาร์ทอัพสัญชาติไทยเติบโตก้าวสู่การเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลงให้กับโครงสร้างเศรษฐกิจหลักของประเทศ ทั้งในกลุ่มเกษตรกร และ SMEs ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี (Digital Transformation)โดยในปี 2021 และอนาคตอันใกล้นี้ภาคเศรษฐกิจในประเทศไทยจะถูกขับเคลื่อนผ่านทางระบบดิจิทัลเนื่องด้วยอุตสาหกรรมดังกล่าวมีมูลค่ารวมกันมากกว่า 600,000 ล้านบาท และดีป้าในฐานะองค์กรชั้นนำในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลได้มีกลยุทธ์เพื่อยกระดับและเสริมสร้างสังคมดิจิทัลและสร้างระบบนิเวศดิจิทัลในประเทศเพื่อสร้างขีดความสามารถให้กับคนไทย

ในด้านของ ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมเสวนาในหัวข้อ Overview of Thailand’s Smart Cities กล่าวภาพรวมของการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ในประเทศไทย โดยในปี2022 ประเทศไทยวางแผนไว้ว่าประเทศไทยจะผลักดันให้เกิดสมาร์ทมากกว่า 100 แห่ง นอกจากนี้ดีป้าในฐานะหน่วยงานที่ช่วยขับเคลื่อนด้านสมาร์ทซิตี้ยังร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศในการผลักดันให้เกิดเมืองอัจฉริยะขึ้นในประเทศไทย โดยนำร่องจาก ภูเก็ต ขอนแก่น ยะลา และชลบุรี ดร.ศุภกร สิทธิไชย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กล่าวว่า ดีป้า มีแผนการจัดตั้ง Thailand Digital Valley เพื่อเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและข้อมูลดิจิทัล (Digital Hub) ในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ "Eastern Economic Corridor (EEC)" ซึ่งจะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต โดยภายในพื้นที่ Thailand Digital Valley จะประกอบไปด้วย depa Digital One Stop Service, Digital Startup Knowledge Exchange, Digital Innovation Centre, Digital Edutainment Complex และDigital Go Global Centre เพื่อสร้างเครือข่ายและเกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน สร้างระบบนิเวศดิจิทัลในก้าวสู่ระดับสากลอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเป็นศูนย์กลางแหล่งรวมสินค้าและบริการดิจิทัล

ฝั่งทางด้านเศรษฐกิจ นายฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ได้กล่าวว่า ดีป้าได้มีส่วนหลักในการส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัลผ่านการร่วมมือกับองค์กรชั้นนำทั่วโลก เสริมสร้างทักษะการพัฒนา Digital Startup ผ่านโครงการ Accelerator program การลงทุนและเข้าถือหุ้นเพื่อการเติบโตของบริษัทในระยะยาว พร้อมทั้งเป็นส่วนช่วยในการสร้างโอกาสขยายฐานธุรกิจออกสู่ต่างประเทศ และทางดีป้าเองในฐานะองค์กรภาครัฐได้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการเพิ่มโอกาสในการเติบโตของการลงทุนของภาคเอกชนและยกระดับกำลังคนภายในประเทศผ่านหลากหลายรูปแบบกลยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการเรื่องภาษี การร่างกฏหมายเพื่อตอบโจทย์ต่อสภาพเอกชน หรือแม้กระทั่งการจัดทำ Smart Visa ซึ่งเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมอย่างยิ่ง

ในช่วงท้ายของการเสวนา ผู้บริหารได้กล่าวถึงทิศทางในการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลในยุคหลังโควิด โดยประเทศไทยให้ความสำคัญกับภาคการเกษตร และการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของประเทศ รวมถึงการให้ความสำคัญกับมาตรฐานสินค้าและบริการดิจิทัลในประเทศไทย ผ่านโปรแกรม D-Sure และทิ้งท้ายด้วยการตอกย้ำบทบาทของดีป้า ในการเป็นผู้เชื่อมต่อผู้ประกอบการต่างชาติที่มีศักยภาพเข้ากับผู้ประกอบการไทย โดยดีป้ายินดีที่จะอำนวยความสะดวกในเชิงนโยบายและกฎระเบียบ เพื่อส่งเสริมการลงทุนและการเติบโตทางธุรกิจร่วมกัน