17 มี.ค. 2564 การเสวนาในรูปแบบออนไลน์ ABI Research Transformational Technology Summit 2021 — ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ABI Research หน่วยงานวิจัยและให้คำปรึกษาโดยใช้การบริหารจัดการข้อมูลอย่างชาญฉลาดเป็นพื้นฐานระดับโลก เข้าร่วมเสวนา ในหัวข้อ “Visions of Smart City Upgrades In Asia” ซึ่งเป็นงานสำคัญประจำปีของหน่วยงาน ซึ่งปีนี้จัดในรูปแบบออนไลน์อันเนื่องมาจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 โดยเป้าหมายของการเสวนาในปีนี้ คือ ความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและสังคมของโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดมาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ร่วมเสวนากับ ดร.ภาสกร เป็นผู้บริหารและนักเทคโนโลยีสำคัญ จากทั้ง ABI Research เอง และบริษัทชั้นแนวหน้าอย่าง Intel เป็นต้น

โดยในกลุ่มเสวนาที่ ดร.ภาสกร เข้าร่วมนี้ เน้นความสำคัญของ โครงการเมืองอัจฉริยะขนาดใหญ่ เพื่อส่งเสริมสวัสดิการและความมั่นคงของการเป็นอยู่ของคน เป็นศูนย์กลางของการขนส่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมไปถึงสร้างตระหนักถึงความยืดหยุ่นที่มากขึ้นในการใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาเมือง เป็นต้น โดยประเด็นที่สนทนา ประกอบด้วย แอพพลิเคชั่น ที่ “สมาร์ตซิตี้” น่าที่จะนำมาประยุกต์ใช้ รวมไปถึงโอกาสทางการตลาด การขนส่งแบบบูรณาการ อาคารอัจฉริยะ แอพพลิเคชั่น Digital Twin (หรือ การสร้างโลกเสมือนในรูปแบบดิจิทัลเพื่อใช้ในการทดสอบระบบต่าง ๆ ก่อนที่จะนำมาใช้จริงเพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนและผลกระทบต่าง) โคมไฟและไฟถนนอัจฉริยะ เมืองสี ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะและกล้องวงจรปิดที่ใช้ ปัญญาประดิษฐ์หรือ A.I. ระบบการเชื่อมต่อต่าง ๆ และ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และ ผู้ใช้งาน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นประเด็นที่ทางสำนักงานเมืองอัจฉริยะแห่งประเทศไทยและดีป้า ในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะแห่งชาติ ให้ความสำคัญ

ดร.ภาสกร ได้เน้นถึงความสำคัญของการสร้างระบบการขนส่งในรูปแบบใหม่ ๆ อย่างเช่น การเชื่อมต่อความต้องการการใช้และการรับบริการการขนส่งเป็นบริการโดยใช้เครื่องมือดิจิทัล (หรือ Mobility-as-a-Service: MaaS) ซึ่งเป็น แนวความคิดเกี่ยวกับระบบการเดินทาง ที่บูรณาการและรวบรวมเอาบริการในด้านการขนส่ง มาไว้ในพื้นที่ที่อำนวยความสะดวก หรือ แพลต์ฟอร์ม บนโลกดิจิทัล ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถตัดสินใจ ตลอดจนวางแผนการเดินทางของตัวเองในรูปแบบที่สะดวก รวดเร็ว และพึงพอใจที่สุดได้ จากประตูบ้าน ถึงประตูที่ทำงาน หรือที่ ๆ จะไปโดย เลยที่เดียว แทนการลงทุนเชิงกายภาพ เช่น การสร้างหรือขยายถนน ซึ่งบางครั้งนอกจากจะไม่ได้ตอบสนองความต้องการด้านการเดินทางโดยตรงแล้วยังสร้างปัญหาทางอ้อม อย่างเช่น เรื่องของอุบัติเหติ สิ่งแวดล้อม และการจราจรที่ติดขัดอันเนื่องจากการใช้ยานพานะส่วนบุคคลมากเกินไปด้วย นอกจากนั้น ดร.ภาสกร ยังได้แลกเปลี่ยนความคิดในหลาย ๆ ด้าน กับผู้ร่วมเสวนา อาทิ การพัฒาเมืองอัจฉริยะในประเทศไทย และการใช้ เทคโนโลยี Blockchain ซึ่งมีความสำคัญมากในการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัล เป็นต้น
ทั้งนี้ “ดีป้า” ได้ทำหน้าที่ในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในทุกมิติ โดยด้านของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่เอง ถือเป็น “ระบบนิเวศ” (Ecosystem) ที่สำคัญ” ที่จะทำให้ โครงข่าย กำลังคน ชุมชน วิสาหกิจเบื้องต้น วิสาหกิจขนาดกลางและย่อม รวมไปถึง วิสาหกิจขนาดใหญ่ ทำหน้าที่ร่วมกันอย่างเป็นระบบในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมผ่านการลงทุนในเมืองอัจฉริยะ โดย “ดีป้า” ทำหน้าที่เป็น “ศูนย์กลาง” หรือ “Hub” เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ประชาชน และความร่วมมือจากเครือข่ายพัฒนามิตรนานาประเทศ และเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนด้านองค์ความรู้ด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่อันเป็นสะพานในการต่อยอดการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป ผู้สนใจสามารถรับทราบข้อมูลข่าวสารได้จาก https://www.facebook.com/SmartCityThailandOffice ส่วนผู้ที่สนใจการเรียนรู้เรื่อง เมืองอัจฉริยะน่าอยู่ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.smartcitythailand.or.th และสามารถเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรนักพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ (Chief Smart City Officer หรือ CSCO) ที่ทาง “ดีป้า” เป็นผู้พัฒนา ซึ่งผู้สนใจสามารดูรายละเอียด และลงเรียนออนไลน์ได้ที่ https://www.bit.ly/depa-csco