30 พฤษภาคม 2564, NEXT Creator Space ที่ True Digital Park และพร้อมกันทั่วโลกในรูปแบบออนไลน์ - “ดีป้า” ขอแสดงความยินดีกับน้อง ๆ Gen-Z จากประเทศไทย เยอรมนี และจีน กว่า 70 คน ที่ยืนหยัด อดตาหลับขับตานอน และ ขับเคี่ยวมาตลอด 36 ชม. ติดต่อกัน โดยไม่มีขอบเขตทางด้านเวลา ภาษา และสถานที่ใด ๆ ในงาน “Design the City of Tomorrow: Thai-German-Chinese Virtual Hackathon” ในการเฟ้นหาไอเดียที่เจ๋งที่สุดในการตอบโจทย์ของความเป็นเมืองอัจฉริยะ หรือ “สมารต์ซิตี้”

ผู้เข้าร่วมแข่งขันได้รับโจทย์ความท้าทายสำคัญของการเฟ้นหาไอเดียในการแข่งขันครั้งนี้ (Challenge Statements) มาจากผู้เชี่ยวชาญด้าน “สมารต์ซิตี้” จากทั้ง 3 ประเทศ คือ เรื่องของความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการบริการของผู้ทุพพลภาพและผู้พิการ เรื่องของการออกแบบระบบการให้ความปลอดภัยในพื้นที่เมือง และเทคโนโลยีที่จะมาช่วยในการทำธุรกิจและดำเนินชีวิตในยุคสถานการณ์ COVID-19 โดยโจทย์ความท้าทายที่สามนั้น เป็นโจทย์ที่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ “ดีป้า” กำหนดขึ้น เพื่อร่วมเฟ้นหาไอเดียที่ดีที่สุดในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ของคนในเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ตามแนวทางของ คณะกรรมการขับเคลื่อนและพัฒนาเมืองอัจฉริยะแห่งชาติ โดยทีมที่ชนะโจทย์นี้ได้ใช้แพลตฟอร์มคลาวด์ของ AWS และเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อตรวจสอบบันทึกการฉีดวัคซีนและเพิ่มประสิทธิภาพศักยภาพการดำเนินธุรกิจ

กิจกรรม “Design the City of Tomorrow: Thai-German-Chinese Virtual Hackathon” เป็นหนึ่งในกิจกรรมความร่วมมือระดับนานาชาติ สำคัญประจำปีของมหาวิทยาลัยด้านเทคโนโลยีชั้นนำจากทั้งสามประเทศ คือ University of Applied Sciences Würzburg-Schweinfurt จากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี Nanjing Tech University Pujiang Institute จากสาธารณรัฐประชาชนจีน และ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จากประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรจาก DAAD, NIA, depa, AWS, ธนาคารกรุงไทย, Smart City Solutions โดยแม้ว่าปีนี้จะมีสถานการ์ณ COVID-19 ทำให้ไม่สามารถจัดงานในรูปแบบกายภาพในรูปแบบที่เคยจัดในปีก่อน ๆ ได้ แต่กิจกรรมก็ยังคงความสนุกสนาน และ เร้าใจ เหมือนเดิม อันเนื่องมาจากความพร้อม และความหิวกระหาย ความรู้ใหม่ ๆ ของผู้เข้าร่วมและเหล่าทีมงานทุกคนจากทั้งสามประเทศ รวมไปถึงแพลต์ฟอร์มการทดลองทดสอบเทคโนโลยีจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก ที่ช่วยให้ “นักพัฒนาผ่านการ Hack” ทั้งหลายได้ทดลองสร้างแบบแรก และทดสอบระบบในสถานการ์ณจำลอง เพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของแนวทางที่ใช้ โดยในงานนี้นั้น ทาง ดร. นน อัครประเสริฐกุล ผู้เชี่ยวชาญฯอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ของ “ดีป้า”ได้มีส่วนร่วมในการออกแบบกิจกรรม ตั้งโจทย์ความท้าทาย และให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วม (Mentoring) รวมไปถึงการแนะนำ เครื่องมือในการหาความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคใน “ยุค New Normal” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการอบรมได้ระดมสมองการอย่างถึงพริกถึงขิง รวมไปถึงการทดลองหาแนวทางใหม่ ๆ ด้วยวิธีการและเครื่องมือต่าง ๆ

“ดีป้า” ได้ทำหน้าที่ในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในทุกมิติ โดยด้านของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่เอง ถือเป็น “ระบบนิเวศ” (Ecosystem) ที่สำคัญ” ที่จะทำให้ โครงข่าย กำลังคน ชุมชน วิสาหกิจเบื้องต้น วิสาหกิจขนาดกลางและย่อม รวมไปถึง วิสาหกิจขนาดใหญ่ ทำหน้าที่ร่วมกันอย่างเป็นระบบในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมผ่านการลงทุนในเมืองอัจฉริยะ โดย “ดีป้า” ทำหน้าที่เป็น “ศูนย์กลาง” หรือ “Hub” เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ประชาชน และความร่วมมือจากเครือข่ายพัฒนามิตรนานาประเทศ และเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนด้านองค์ความรู้ด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่อันเป็นสะพานในการต่อยอดการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป ผู้สนใจสามารถรับทราบข้อมูลข่าวสารได้จาก https://www.facebook.com/SmartCityThailandOffice ส่วนผู้ที่สนใจการเรียนรู้เรื่อง เมืองอัจฉริยะน่าอยู่ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.smartcitythailand.or.th และสามารถเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรนักพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ (Chief Smart City Officer หรือ CSCO) ที่ทาง “ดีป้า” เป็นผู้พัฒนา ซึ่งผู้สนใจสามารดูรายละเอียด และลงเรียนออนไลน์ได้ที่ https://www.bit.ly/depa-csco
