15 กรกฏาคม 2564 , ช่องทางออนไลน์ WebEx - มหาวิทยาลัยมหิดล และ จังหวัดนครปฐม ร่วมกันจัดการเสวนาระดมสมองเชิงรุกเพื่อการพัฒนาสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ “Toward Smart City” โดยได้รับเกียรติกล่าวเปิดงานและต้อนรับโดย รศ.ดร.ภญ. จุฑามณี สุทธิสีสังข์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และ คุณธนิศร์ วงศ์ปิยะสถิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยมี ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ 'ดีป้า' เป็นผู้ร่วมระดมสมอง โดยกิจกรรมนี้ ดำเนินการโดย ดร.สมศิริ เชียววัฒนกุล ทั้งนี้กิจกรมมนี้ได้รับเกียรติจาก คณบดีและผู้บริหารจากคณะ ๆ ต่างของมหาวิทยาลัยมหิดล และสำนักงานจังหวัดนครปฐม เข้าร่วมการระดมสมองอย่างอุ่นหนาฝาครั่ง ซึ่งเวทีการระดมสมอง “Toward Smart City” ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการสำรวจความท้าทาย และโอกาสของพื้นที่ศาลายา และการวางกลยุทธ์ แนวทาง และบทบาท ของหน่วยงานภาครัฐ ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน และภาคการศึกษา ในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเมืองให้มีความ “ฉลาด” ขึ้น เพื่อสุขภาวะและเศรษฐกิจและสังคมที่ดีขึ้นของผู้อยู่อาศัย รวมไปถึงการแบ่งปัน ความรู้ความเข้าในมิติต่าง ๆ อาทิ เทคโนโลยี สังคม และ วัฒนธรรม และโครงสร้างพื้นฐาน ในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยมีการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ หรือ "สมาร์ตซิตี้" เป็นกลไกสำคัญร่วมกัน

ดร. ภาสกร ได้เริ่มต้นการระดมสมองด้วยการบรรยายเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ในเรื่องของนิยาม ความหมาย และกลไก การทำงานของโครงการ “สมาร์ตซิตี้” ในประเทศไทย กล่าวย้ำถึงความสำคัญของกรอบของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ของประเทศไทย ซึ่ง “depa” ทำหน้าที่ในการส่งเสริม ขับเคลื่อนและการพัฒนาให้เป็น “ระบบนิเวศ” (Ecosystem) ในบทบาทของเลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนและพัฒนาเมืองอัจฉริยะประเทศไทย โดย ดร. ภาสกร เน้นย้ำว่ามิติของการพัฒนาเมืองนั้น ไม่ได้มีแค่เรื่องของเทคโนโลยีดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังมีด้านอื่น ๆ ด้วย อาทิ วัฒนธรรม ผังเมือง สิ่งแวดล้อม โดยความท้าทายของการริเริ่มโครงการ คือ การเฟ้นหา “ความต้องการของผู้อยู่อาศัย” (Citizen-Centric) โดยคำนึงถึง ปัญหา ความท้าทาย และที่สำคัญคือ ทรัพยากร หรือ “ต้นทุน” ในพื้นที่นั้น ซึ่งนอกเหนือจากทรัพยากรทางเศรษฐกิจแล้ว ยังมีทรัพยากรอื่น ๆ ด้วย เช่น ประวติศาสตร์ วัฒนธรรมอาหาร การศึกษา ส่งผลให้ แต่ละพื้นที่มีแนวทางในการพัฒนาที่แตกต่างกันไป อนึ่ง ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ ทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น สถาบันการศึกษาและประชาชน ภาคเอกชน รวมถึงบริษัทพัฒนาเมืองต่าง ๆ มีความสำคัญมากในการผลักดันการพัฒนาดังกล่าว อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนงยืน

“depa” ทำหน้าที่เป็น “ศูนย์กลาง” หรือ “Hub” เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ประชาชน และความร่วมมือจากเครือข่ายพัฒนามิตรนานาประเทศเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนด้านองค์ความรู้ด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ อันเป็นสะพานในการต่อยอดการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป ผู้สนใจสามารถรับทราบข้อมูลข่าวสารได้จาก https://www.facebook.com/SmartCityThailandOffice ส่วนผู้ที่สนใจการเรียนรู้เรื่อง เมืองอัจฉริยะน่าอยู่ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.smartcitythailand.or.th และสามารถเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรนักพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่

