17 พฤศจิกายน 2564, จังหวัดภูเก็ต – รองศาสตราจารย์อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะผู้บริหารสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการ และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยว (Blue Zone) ของจังหวัดภูเก็ต พร้อมทั้งติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ของจังหวัดภูเก็ต ณ ศูนย์ปฏิบัติการ Phuket Sandbox กองบังคับการสายตรวจ และปฏิบัติการพิเศษ (191) โดยมี นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ


รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงความก้าวหน้าโครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ของจังหวัดภูเก็ต และประโยชน์ที่จังหวัดได้รับจากโครงการฯ อย่างเช่น โครงข่ายการสื่อสารดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสาธารณะ ที่ทำให้ประชาชนในจังหวัดเข้าถึงการบริการดิจิทัลต่าง ๆ ได้กว้างขวางมากขึ้น และการนำร่องการใช้โครงข่าย 5G (5G Use cases) ตลอดจนการเป็นโครงข่าย Lora Wan หรือ NB-IoT ที่นำมาใช้งานกับอุปกรณ์ IoTs ต่าง ๆ ทำให้เกิดบริการทางด้านดิจิทัลในรูปแบบใหม่ ๆ เช่น การนำ Wristbands มาใช้กับนักท่องเที่ยวเพื่อติดตามดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่เดินทางในทะเล พร้อมนำ Wristbands มาประยุกต์ใช้ในการตรวจวัดและนำส่งผลข้อมูลสุขภาพ ตลอดจนติดตามตำแหน่งของนักท่องเที่ยวที่กักตัวบนเรือสำราญ เรือยอร์ช ตามมาตรการ AYQ (Alternative Yacht Quarantine) เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้ใช้ประโยชน์จากระบบวิเคราะห์ต่าง ๆ ของระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด อีกด้วย


ขณะที่ นายประชา อัศวธีระ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ภาคใต้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ได้นำเสนอเทคโนโลยีดิจิทัลที่นำมาประยุกต์ใช้ให้เป็นไปตามมาตรการ เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต (Phuket Tourism Sandbox) และการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดย ดีป้า สาขาภาคใต้ตอนบน มีบทบาทสำคัญ ทั้งรูปแบบการประสานงาน และรูปแบบช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ เช่น ระบบการลงทะเบียนเข้าประเทศ ระบบยืนยันการจองห้องพักของโรงแรมที่ได้รับมาตรฐาน SHA+ ระบบจองและชำระการตรวจหาเชื้อ ระบบติดตามบุคคลโดยการจับใบหน้า ระบบติดตามตัวหมอชนะ ระบบ Dash Board และระบบแจ้งเตือนที่ใช้ในการกำกับติดตามการเดินทางเข้าออกของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และคนไทยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เป็นต้น ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้ใช้ประโยชน์จากแนวทาง และต้นทุนด้านเทคโนโลยีของเมืองอัจฉริยะ เพื่อประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ และเป็นประโยชน์กับทุกภาคส่วนต่อไป