black ribbon
บริการ
TH
EN
TH
CN

ดีป้า จับมือ รัฐบาลญี่ปุ่นร่วมพัฒนาเมืองอัจฉริยะภูเก็ตด้วยปัญญาประดิษฐ์

22 กันยายน 2565 ศาลาว่าการจังหวัดภูเก็ต และการประชุมทางไกล -- นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ “ดีป้า” เป็นประธานการระดมสมองเพื่อการพัฒนาเมืองอัจฉริยะภูเก็ตตามแนวทางของดีป้าและสำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย โดยมี มร. ทาคาฟูมิ เซกิซาว่า เลขานุการโท สถานฑูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยเป็นผู้นำคณะนักพัฒนาเทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่นจากบริษัทให้คำปรึกษา Oriental Consulting และบริษัท โตโยต้า ทูโช (Toyota Tsusho) ประเทศไทย รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น หรือ “ไจก้า” (Japan International Cooperation: JICA) และผู้แทนจากกระทรวงการที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และการท่องเที่ยว (Ministry of Land, Infrastructure, Transport and Tourism หรือ MLIT) เข้าร่วมหารือในรูปแบบทางไกลจากประเทศญี่ปุ่น โดยทางพื้นที่จังหวัดภูเก็ตได้รับเกียรติจาก นายประชา อัศวธีระ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ภาคใต้ ผู้แทนจากเทศบาลเมืองภูเก็ต สำนักงานจังหวัดภูเก็ต ขนส่งจังหวัดภูเก็ต และตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมระดมสมองและให้ความเห็นต่อแนวทางการพัฒนาอย่างเข้มข้น

โดยทางคณะฯ จากประเทศญี่ปุ่นได้ทำการศึกษาต่อยอดจากโครงการความร่วมมือที่ดำเนินการเสร็จสิ้นไปเมื่อปีงบประมาณที่ผ่านมา 2 โครงการ ได้แก่ โครงการการใช้เทคโนโลยีวิทยาการปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intellogence หรือ A.I.) ในการทำความเข้าใจและตอบสนองต่อข้อมูลภาพได้อย่างชาญฉลาดในการวิเคราะห์รูปแบบของปัญหาการใช้ถนน การจราจร อุบัติเหตุ และโครงการการพัฒนาระบบการเดินทางที่รวบรวมเอาบริการทุกอย่างในด้านการขนส่งมาไว้ในพื้นที่ที่อำนวยความสะดวกให้คนได้มากที่สุดภายในแพลตฟอร์มเดียว หรือ Mobility-as-a-Service (MaaS) โดยทั้งสองโครงการเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่นและพันธมิตรทางด้านเมืองอัจฉริยะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตามกรอบการพัฒนาและขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ “Smart JAMP” (หรือ “Smart City supported by Japan ASEAN Mutual Partnership) ดำเนินการโดยรัฐบาลญี่ปุ่นผ่านกระทรวง MLIT ซึ่งในการดำเนินการการต่อยอดความร่วมมือตามกรอบ “Smart JAMP” นั้น ทางรัฐบาลญี่ปุ่นต้องการที่จะใช้ผลการดำเนินการและการศึกษาในสองโครงการข้างต้นในการหาแนวทางร่วมกันในการพัฒนาโครงการใหม่ ๆ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะลดอุบัติเหตุ ลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจ และลดปัญหาที่เกิดขึ้นจากมลภาวะทางอากาศอันเนื่องมาจากการปัญหาการจราจร

ดร.ภาสกร และ นายประชา ได้ให้ความเห็นพ้องกันถึงแนวทางการพัฒนา ซึ่งควรจะเป็นรูปแบบความร่วมมือที่เข้าถึงทุกภาคส่วน เริ่มต้นที่การทำความเข้าใจถึงมูลเหตุที่แท้จริงของปัญหาและตั้งตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการที่นำเอาความต้องการของพื้นที่เป็นที่ตั้งอย่างแท้จริง ทั้งนี้ประเทศญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่มีความหลากหลาย ซึ่งการนำมาปรับใช้กับประเทศไทยจักต้องมีการออกแบบการใช้งานที่เข้ากับบริบททางภูมิศาสตร์ และพฤติกรรมของผุ้ใช้งานในพื้นที่ รวมไปถึงความง่ายของการใช้งานระบบที่สามารถทั้งทำงานอยู่เบื้องหลังเพื่อลดอุบัติเหตุ อาทิ ระบบ IoT เพื่อการบริหารจัดการการจราจรที่ราบรื่นขึ้น การนำไปใช้เป็นแนวทางในการออกแบบถนนและพื้นที่สาธารณะให้มีความปลอดภัยมากขึ้น และการออกแบบแอปพลิเคชั่นที่อยู่เบื้องหน้าที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้เพื่อที่จะเข้าถึงตัวเลือกในการเดินทางสาธารณะที่มากขึ้นกว่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยการเดินทางมาที่จังหวัดภูเก็ตของคณะฯ ในครั้งนี้ยังได้เข้าพบผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลากหลายเพื่อทำความเข้าใจบริบทการศึกษาและปัญหาที่แท้จริงจากผู้ที่ทำหน้าที่แก้ปัญหาในพื้นที่ อาทิ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองป่าตอง และศึกษาแนวทางการทำงานของระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะที่ทางเทศบาลฯใช้อยู่ด้วย

“ดีป้า” ทำหน้าที่เป็น “ศูนย์กลาง” หรือ “Hub” เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ประชาชน และความร่วมมือจากเครือข่ายพัฒนามิตรนานาประเทศ และเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนด้านองค์ความรู้ด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่อันเป็นสะพานในการต่อยอดการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป ผู้สนใจสามารถรับทราบข้อมูลข่าวสารได้จาก https://www.facebook.com/SmartCityThailandOffice ส่วนผู้ที่สนใจการเรียนรู้เรื่อง เมืองอัจฉริยะน่าอยู่ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.smartcitythailand.or.th และสามารถเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรนักพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ (Chief Smart City Officer หรือ CSCO) ที่ทาง “ดีป้า” เป็นผู้พัฒนา ซึ่งผู้สนใจสามารดูรายละเอียด และลงเรียนออนไลน์ได้ที่ https://www.bit.ly/depa-csco