black ribbon
บริการ
TH
EN
TH
CN

depa อีสานกลาง จับมือ สภาพัฒน์อีสาน ผลักดันให้ภาคอีสานมีเมืองอัจฉริยะ ที่น่าอยู่ ปลอดภัย และเศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตได้อย่างยั่งยืน

18 พฤศจิกายน 2565, จังหวัดขอนแก่น, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดย นายพรชัย หอมชื่น ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และนายประดิษฐ์ คงภูงา ผู้จัดการสาขาภาคอีสานตอนกลาง พร้อมทีมงาน เข้าพบ นายมนตรี ดีมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลรายจังหวัด ในพื้นที่ภาคอีสาน

สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น นอกจากมีภารกิจอื่นที่สำคัญอันเกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศแล้ว ยังมีหน้าที่และภารกิจหลักที่สำคัญเกี่ยวกับการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อใช้เป็นกรอบและแนวทางในการพัฒนาประเทศในแต่ละช่วงระยะเวลา 5 ปี ซึ่งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) มีสถานะเป็นแผนระดับที่ 2 ซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญในการแปลงยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติ และใช้เป็นกรอบสำหรับการจัดทำแผนระดับที่ 3 เพื่อให้การดำเนินงานของภาคีการพัฒนาที่เกี่ยวข้องสามารถสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติตามกรอบระยะเวลาที่คาดหวังไว้ได้ โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 เริ่มต้น ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2565 ครอบคลุมปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - 2570 ซึ่งเป็นระยะ 5 ปีที่สองของยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งนี้ ในการกำหนดทิศทางของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ให้ประเทศสามารถก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ เพื่อให้ "ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" ตามเจตนารมณ์ของยุทธศาสตร์ชาติ

ด้าน นายพรชัย หอมชื่น ได้กล่าวถึงบทบาท หน้าที่ ภารกิจของดีป้า มาตรการต่างๆ แผนเมืองอัจฉริยะ Smart City แผนส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสาน ที่สอดคล้องตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 อาทิ “แผนกลยุทธ์รายหมุดหมาย" หมุดหมายที่ 8 ที่มุ่งหมายให้ “ไทยมีพื้นที่และเมืองอัจฉริยะที่น่าอยู่ ปลอดภัย เติบโตได้อย่างยั่งยืน” หมุดหมายที่ 10 ที่มุ่งหมายให้ “ไทยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ” หมุดหมายที่ ๑๒ ที่มุ่งหมายให้ “ไทยมีกาลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ การพัฒนาแห่งอนาคต” และ หมุดหมายที่ ๑๓ ที่มุ่งหมายให้ “ไทยมีภาครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชน” เป็นต้น ซึ่ง depa ได้ผลักดันแผนดังกล่าวที่เป็นความต้องการเชิงพื้นที่ในการใช้ดิจิทัลเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงระดับประเทศ

นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงแนวทางในการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดรายจังหวัดในเขตพื้นที่ภาคอีสานไปสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะ Smart City พร้อมยกตัวอย่างการทำ Smart Farming และการอบรมในพื้นที่อีสานเพื่อพัฒนากำลังคนดิจิทัลให้มีความรู้ด้าน Digital Literacy และ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริงแล้วในพื้นที่จังหวัดต่างๆในภาคอีสาน และนี้ยังได้มีการกล่าวถึง “DIGITAL INFINITY – ดิจิทัลไม่มีที่สิ้นสุด” ซึ่งเป็นโครงการที่จะมีขึ้นในปี พ.ศ. 2566 นี้อีกด้วย

นายมนตรี ดีมานพ ได้แสดงความเห็นด้วยเพื่อที่จะร่วมพัฒนาจังหวัดต่างๆในภาคอีสานให้เป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และให้มีความน่าอยู่ อย่างยั่งยืน มีความพร้อมในการรับมือและปรับตัว ต่อการเปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างทั่วถึง รวมถึงได้ให้ข้อเสนอแนะต่างๆที่เป็นประโยชน์ และพร้อมสนับสนุนร่วมขับเคลื่อนพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลในระดับรายจังหวัดในเขตพื้นที่ภาคอีสาน ด้วยการปรับโครงสร้างภาคการผลิตและบริการสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมโดยการประยุกต์ใช้ดิจิทัลโดยสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นและยกระดับผู้ประกอบการให้สามารถเชื่อมโยงกับห่วงโซ่มูลค่าของภาคการผลิตระดับประเทศกระจายผลประโยชน์สู่เศรษฐกิจฐานราก และการพัฒนากำลังคนในพื้นที่ให้มี Digital Literacy สู่โลกยุคใหม่ให้มีคุณภาพ อีกทั้งการมุ่งสู่สังคมแห่งโอกาสและความเป็นธรรมโดยมุ่งพัฒนาเมืองให้น่าอยู่และมีคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง และการเสริมสร้างความสามารถของประเทศในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงภายใต้บริบทโลกใหม่ โดยส่งเสริมให้เมืองยกระดับสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เป็นการเปลี่ยนผ่านไปสู่ภาครัฐดิจิทัลในระดับท้องถิ่น เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนคนไทยอย่างยั่งยืน (Sustainability) และเพื่อการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ