4 ธันวาคม 2565 ณ เมืองไอสุวากามัตซึ จังหวัดฟุกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น และทางออนไลน์ -- ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน และ ดร.ศุภกร สิทธิชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ “ดีป้า” และ ดร. ปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรได้รับเกียรติเป็นผู้แทนประเทศไทย เข้าร่วมการประชุมระดับสูงเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 4 (The 4th ASEAN-Japan Smart Cities Network High Level Meeting) โดยมีนายฮายาชิ โทชิยูกิ รองรัฐมนตรีกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม และการท่องเที่ยว รัฐบาลญี่ปุ่น และ ฯพณฯ ดร. เพน โซพัล เลขาธิการกระทรวงการจัดการที่ดิน การวางผังเมืองและการก่อสร้าง รัฐบาลกัมพูชา เป็นประธานร่วม

การประชุมระดับสูง ประจำปีนี้มีส่วนช่วยสร้างความสัมพันธ์ความร่วมมือในด้านเมืองอัจฉริยะระหว่างอาเซียนและญี่ปุ่น โดยมีการจัดการประชุมครั้งแรกขึ้นในปี 2562 โดยเนื้อหาของการประชุมครั้งที่ 4 นี้คือการหารือเกี่ยวกับการดำเนินงานของเมืองอัจฉริยะซึ่งเกิดขึ้นจากผลของความร่วมมือของรัฐบาลญี่ปุ่นร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลส่วนกลางของแต่ละประเทศสมาชิกภาพของเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน (ASEAN Smart Cities Network หรือ ASCN) นอกจากการประชุมหารือแล้ว การประชุมระดับสูงระดับนานาชาติครั้งนี้ ยังมีการจัดการเยี่ยมชมทางเทคนิคเพื่อเรียนรู้แนวทางการพัฒนาทางด้านด้านโครงสร้างพื้นฐานในจังหวัดฟุกุชิมะ รวมไปถึงการจับคู่ธุรกิจเพื่อส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างเมืองในเครือข่ายฯและบริษัทเทคโนโลยีต่าง ๆ ของทางญี่ปุ่นด้วย


ในโอกาสนี้ ดร.ภาสกร ในฐานะผู้แทนของประเทศไทยได้บรรยายปาฐกฐาความก้าวหน้าของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของประเทศไทยในภาพรวม ในฐานะที่ “ดีป้า” ทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการเมืองอัจฉริยะแห่งชาติ ดูแลพื้นที่ส่งเสริมเมืองอัจฉริยะในประเทศไทยกว่า 60 เมือง โดยเฉพาะภูเก็ตที่ “ดีป้า” ยังทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำปรึกษาและแนะนำแนวทางในการพัฒนาหลัก (Chief Smart City Officer หรือ CSCO) ซึ่งในรอบสองปีที่ผ่านมานั้นมีหลายโครงการที่ดำเนินการโดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นผ่านมาตรการ การส่งเสริมเมืองอัจฉริยะพันธมิตรที่ได้รับการสนับสนุนจากความร่วมมือที่ได้รับประโยชน์ร่วมกัน (Japan ASEAN Mutual Partnership หรือ “Smart Jamp”) อาทิ โครงการการวิเคราะห์ปัญหาการจราจรด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และการทดลอง ทดสอบ โครงการการสร้างแพลตฟอร์มระบบการขนส่งแบบบูรณาการที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน เป็นต้น หลังจากนั้น ดร. ศุภกร ในฐานะของผู้แทน CSCO เมืองภูเก็ต ได้เข้าร่วมแสดงความเห็นในเวทีอภิปรายความท้าทายในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในภูมิภาค ร่วมกับผู้แทนจากเมืองอื่น ๆ และ หน่วยงานสำคัญของประเทศญี่ปุ่น โดย ดร. ศุภกร ได้ยกตัวอย่างความสำเร็จของโครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ที่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหากต้องเป็นการทำงานร่วมกันของทุกระบบเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ให้บริการต่าง ๆ รวมไปถึงผู้ให้บริการทางสาธารณสุขด้วย และเน้นย้ำถึงแนวทางการพัฒนาในรูปแบบ “3 C” คือ การสื่อสาร (Communication) ระหว่างทุกผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและภาคประชาชน) ความร่วมมือ (Collaboration) และการร่วมออกแบบสร้างสรรค์ (Co-Creation) การพัฒนาจึงจะประสบความสำเร็จได้


โดยในวันแรกของการประชุมนี้ ที่ประชุมมีความเข้าใจร่วมกันในการใช้มาตรการอย่างรอบคอบเพื่อยกระดับการเปิดรับทั้งในด้านธุรกิจ ความสามารถขององค์กร และสังคม นอกเหนือจากการเปิดรับในด้านความเป็นผู้ใหญ่ทางเทคโนโลยีจะมีส่วนช่วยสร้างรูปร่างให้กับเมืองอัจฉริยะและยั่งยืนในกระบวนการเปลี่ยนผ่านจากระยะการวางแผนไปสู่ ขั้นตอนการดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีการยืนยันว่าต้องเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรของรัฐบาลระดับชาติ และระดับท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมมาตรการเหล่านี้ ทางญี่ปุ่นได้เสนอการสนับสนุนเพิ่มเติมในมาตรการ Smart JAMP ประเทศสมาชิกอาเซียนและเมืองต่างๆ ในเครือข่ายฯ
