6 - 9 กันยายน 2566, เมืองโกยาง และ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี - ดร.อภิชาติบุตร รอดยัง ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ประธานเปิดหลักสูตรผู้นำเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ “Chief Smart City Officers: CSCO รุ่นที่ 1” โดยความร่วมมือกับ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) นำทีมผู้บริหารระดับสูงองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) และนักพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City Officers หรือ SCO) จากทั่วประเทศไทยกว่า 40 คน เดินทางไปยังเมืองโกยาง และ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี เพื่อเข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการแบบเข้มข้น ณ ประเทศเกาหลีใต้ ในหลักสูตร “ดีป้า” (DEPA) ซึ่งจัดโดย Digital Economy Promotion Agency หรือ สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า)

คณะผู้รับการอบรมหลักสูตร CSCO รุ่นที่ 1 เดินทางมาศึกษา เรียนรู้ ทำเวริค์ช็อป ทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยแบบถึงลูกถึงคน ณ งาน มหกรรม “World Smart City Expo 2023” (WSCE2023) ซึ่งจัดเป็นงานมหกรรมจัดแสดงและส่งเสริมเทคโนโลยีเฉพาะทางด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่สำคัญที่สุดของภูมิภาค และสำคัญที่สุดงานหนึ่งของโลก เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเทคโนโลยีอันทันสมัยด้านเมืองอัจฉริยะ โดยมีนักพัฒนาและผู้นำเมืองจากทั่วโลกเข้าร่วมงานหลายพันคนตลอดสามวันของการมหกรรม

คณะผู้รับการอบรมหลักสูตร CSCO รุ่นที่ 1 นี้ได้รับการ “ติวเข้ม” ก่อนการเดินทางมายังสาธารณรัฐเกาหลีระหว่างวันที่ 4 -5 กันยายน 2566 จากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา อาทิ นโยบายการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ของประเทศไทย การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ได้รับความรู้เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญชั้นนําของเกาหลีใต้ถึงแนวทางในการพัฒนาเมือง แนวทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ “โดยประชาชน เพื่อประชาชน” ผ่านกรณีศึกษาของเทศบาลนครนครศรีธรรมราชซึ่งเป็นต้นแบบการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของไทย การใช้เทคโนโลยีแบบจำลองเสมือนจริง (Digital Twin) การทำงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคมจังหวัดขอนแก่นผ่านกลไกการให้ความรู้และความเชี่ยวชาญของประเทศเกาหลี K-City Network Global Cooperation Program และ ความสัมพันธ์ด้านการลงทุนระหว่างเกาหลีและแนวทางการลงทุนอย่างแบบระบบตามแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เป็นต้น

การอบรมอย่างเข้มข้น ณ งานมหกรรมระดับโลก World Smart City Expo 2023 (WSCE2023) คณะผู้รับการอบรมหลักสูตร CSCO รุ่นที่ 1 พร้อมกลับมาประยุกต์ใช้ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองของตนเองให้เป็น "เมืองอัจฉริยะน่าอยู่" (Smart and Livable Cities) ที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง โดยนอกจากการศึกษาดูงานที่งาน WSCE2023 แล้ว หลักสูตรการอบรม CSCO รุ่นที่ 1 ยังประกอบด้วยการศึกษาเทคโนโลยีอันทันสมัยจากบริษัทชั้นนําของเกาหลี อาทิ LG CNS, Hyundai HT, KMA Consultants และ ARAD Systems เพื่อศึกษาแนวทางในการเรียนรู้เทคโนโลยีและโซลูชันสําหรับเมืองอัจฉริยะจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก โดย ARAD Systems ซึ่งได้รับทุนวิจัยและพัฒนาสำคัญ จากหน่วยงานภารัฐของเกาหลี ได้ใช้เวริค์ช็อปเรื่องการสร้างระบบความปลอดภัยระบบกล้องวงจรปิดของเมืองนี้ ในการคัดเลือก อปท. ของไทยที่เข้าร่วมการอบรมหลักสูตร CSCO รุ่นที่ 1 ให้เข้ารับการสนับสนุนโครงการนำร่องผ่านโครงการ “Performance-based International Cooperation Research and Development Project for Transportation and Land Affairs" นี้ด้วย
เพื่อติดอาวุธการพัฒนาอย่างครบวงจร ขาดไม่ได้คือแนวทางการพัฒนาเชิงกายภาพของเมือง ซึ่งคณะผู้รับการอบรมหลักสูตร CSCO รุ่นที่ 1 ได้เข้าศึกษาแนวทางดังกล่าวจากพิพิธภัณฑ์แม่น้ําช็องเกช็อน (Cheonggyecheon Museum) ซึ่งเป็นโครงการภูมิสถาปัตยกรรมของเมืองที่ได้รับการยอมรับว่ามีศักยภาพในการ “เปลี่ยน-ฟื้นฟู เมือง” (Urban Revitatlization) ที่มีประสิทธิภาพที่สุดของโลกในรอบหลายศตวรรษที่ผ่านมา โดยโครงการดังกล่าวได้ “รื้อฟื้น” พื้นที่คลองเดิมที่ไหลผ่านกลางเมืองจากการถูกถม และสร้างทางด่วนครอบทับมาหลายทศวรรษ ให้เป็นสร้างพื้นที่สีเขียว และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจขึ้นแทนที่ ทําให้เมืองมีภูมิทัศน์ที่สวยงาม เอื้อต่อการใช้ชีวิตของประชาชน เพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่อย่างประเมินค่ามิได้ เป็นตัวอย่างของแนวปฏิบัติที่ดีในการฟื้นฟูเมืองและการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่เน้นความสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจเพื่อศึกษาโครงการฟื้นฟูเมืองที่ประสบความสําเร็จ ซึ่งถือเป็นแนวปฏิบัติที่ดีด้านการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน โดยครอบคลุมทั้งเจ็ดด้านหลักของเมืองอัจฉริยะ
นอกจากนั้นคณะผู้รับการอบรมหลักสูตร CSCO รุ่นที่ 1 ยังได้เข้าเยี่ยมชมและทำเวริค์ช็อป ณ “HiKR Ground” สถานที่จัดแสดงความเป็นมาของการส่งเสริมอิทธิพลทางวัฒนธรรม หรือ “Soft Power” ในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับเมือง โดย เวริค์ช็อป ณ HiKR Ground นี้ได้สร้างความเข้าใจด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยของเกาหลี อาทิ K-pop, K-drama, K-food และ eSports ว่าเป็นต้นทุนทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าในการสร้างคุณค่าให้กับระบบเศรษฐกิจ โดยเวริค์ช็อปดังกล่าวยังมีเป้าหมายในการสร้างความเข้าใจในแนวทางที่รัฐบาลและภาคเอกชนของเกาหลีสนับสนุนวัฒนธรรมร่วมสมัยนี้ ให้ออกไปสู่สายตาชาวโลก สร้างภาพลักษณ์ ความประทับใจอันดี ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สําคัญในการส่งเสริมเมืองให้เป็นที่รู้จักและดึงดูดนักท่องเที่ยวและการลงทุน
คณะผู้รับการอบรมหลักสูตร CSCO รุ่นที่ 1 ยังได้เข้าการประชุมความร่วมมือด้านเมืองอัจฉริยะไทย-เกาหลี “Korea –Thailand Smart City Cooperation Conference : Current Progress and Emergent Opportunities for Smart City” ซึ่งจัดโดย กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และการขนส่ง สำนักงานพาณิชย์เกาหลี และ ดีป้า เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือ และโอกาสในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะระหว่างสองประเทศ และร่วมเป็นเกียรติกับ เทศบาลนครนครศรีธรรมราช และ ดีป้า ที่ได้รับรางวัล “Best Partnership Award” ซึ่งเป็นรางวัลทรงเกียรติที่สำคัญที่สุดในงาน WSCE2023 ครั้งนี้ โดยรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีได้เห็นถึงความสำเร็จ ความร่วมมือระหว่างทั้งสองหน่วยงาน การได้รับเลือกจึงสะท้อนถึงความสําเร็จอย่างยอดเยี่ยมในการนําเทคโนโลยีมาใช้เพื่อยกระดับชีวิตของประชาชน สําหรับดีป้า และ เทศบาลนครนครศรีธรรมราชนั้น รางวัลเกียรติยศระดับโลกนี้เป็นการยืนยันถึงความสําเร็จในการผสมผสานภาวะผู้นําที่มีวิสัยทัศน์ การมีส่วนร่วมของประชาชน และความร่วมมือภาครัฐและเอกชนอย่างลงตัว ในการบุกเบิกโซลูชันด้านเมืองอัจฉริยะที่คํานึงถึงบริบทเมือง โดย ดร.กณพ เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ดร.ศุภกร สิทธิชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสดีป้า คุณกษมา กองสมัคร ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ป้า และ ดร.อภิชาตบุตร รอดยัง ประธานเปิดหลักสูตรผู้นำเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ “Chief Smart City Officers: CSCO รุ่นที่ 1” ทำหน้าที่เป็นผู้รับรางวัลอันทรงเกียรติดังกล่าว
กิจกรรมอื่น ๆ ที่เข้มข้นของคณะยังรวมถึงการเข้าร่วมการประชุมผู้นำเมืองโลก (Mayor’s Forum) และ ร่วมกิจกรรมเสวนาทางด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ กว่า 50 กิจกรรมที่จัดขึ้นภายในงาน WSCE2023 และพบปะพูดคุยกับหน่วยงานสำคัญที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลี อย่าง Smart City Association ในการร่วมพัฒนาเมืองอัจฉริยะ อีกด้วย
ก่อนที่จะเดินทางกลับ คณะผู้รับการอบรมหลักสูตร CSCO รุ่นที่ 1 ยังได้ร่วมสรุปประเด็นสําคัญ ถอดบทเรียน การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ร่วมกันกับผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า การพัฒนาเมืองอัจฉริยะนั้นต้องอาศัยมากกว่าแค่เจตนาดีและทรัพยากร การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมมีความสําคัญ มีตัวอย่างมากมายของโครงการที่ได้รับการสนับสนุนดีแต่ล้มเหลวในการส่งมอบผลลัพธ์เนื่องจากปัญหาการดําเนินงาน
หลักการสําคัญของเมืองอัจฉริยะคือการเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่เทคโนโลยี เมืองอัจฉริยะต้องมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน (Citizens at the Core) เป็นอันดับแรก เทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือเท่านั้น นอกจากนั้น เมืองอัจฉริยะไม่สามารถสร้างขึ้นมาแยกส่วนได้ ทำให้ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม (People-Public-Private Partnership หรือ PPP) มีความสําคัญ โดยแต่ละฝ่ายต้องใช้จุดแข็งของตน ความร่วมมือสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าการทํางานเพียงลําพัง
นอกจากนั้น ความเข้าใจ ความต้องการที่แท้จริงของประชาชน (Citizens’ Real Needs) คือจุดเริ่มต้นที่สําคัญและต้องเป็นแนวทางของการตัดสินใจทั้งหมด ซึ่งจะนําไปสู่โมเดล “5E” หรือทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน (Econnomic) การปกป้องสิ่งแวดล้อม (Environment) ความเท่าเทียม (Equity) และการคิดแบบระบบนิเวศ (Ecosystemtic Thinking) โดยโซลูชันที่ส่งผลกระทบสูงและรวดเร็วเป็นไปได้โดยไม่จําเป็นต้องงบประมาณมหาศาล โดยการเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคเอกชน และภาครัฐ การคิดสร้างสรรค์สามารถแก้ปัญหา เช่น การจัดการขยะ ได้โดยไม่ต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่มีราคาแพง การดําเนินการอย่างเป็นระบบมุ่งเน้นโซลูชันเชิงปฏิบัติ เมืองจะสามารถกลายเป็นพื้นที่ที่น่าอยู่และยั่งยืนได้อย่างรวดเร็ว
ในมิติของข้อมูลนั้น คณะผู้รับการอบรมหลักสูตร CSCO รุ่นที่ 1 ได้ร่วมถอดบทเรียนที่ว่า การตัดสินใจบนฐานข้อมูลมีความสําคัญ แต่ควรเป็นกลางและตั้งอยู่บนข้อมูลเชิงลึก (Insightful Data) ในเวลาจริง (Real-Time Data) ไม่ใช่แค่การเลียนแบบรูปแบบหรือข้อสมมติในอดีต ข้อมูลควรเป็นแนวทางโดยตรงต่อนโยบายและการวางแผน ด้วยความร่วมมือที่เหมาะสม การตัดสินใจบนพื้นฐานของความเข้าใจ
การอบรม CSCO รุ่นที่ 1 ครั้งนี้ นับเป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของไทยต่อไป “ดีป้า” ทำหน้าที่เป็น “ศูนย์กลาง” หรือ “Hub” เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ประชาชน และความร่วมมือจากเครือข่ายพัฒนามิตรนานาประเทศ และเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนด้านองค์ความรู้ด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่อันเป็นสะพานในการต่อยอดการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป ผู้สนใจสามารถรับทราบข้อมูลข่าวสารได้จาก https://www.facebook.com/SmartCityThailandOffice ส่วนผู้ที่สนใจการเรียนรู้เรื่อง เมืองอัจฉริยะน่าอยู่ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.smartcitythailand.or.th