การตลาดดิจิทัลมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และอินเทอร์เน็ตก็เต็มไปด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยี ใหม่ๆ ทุกวัน การก้าวให้ทันเทรนด์ใหม่ ๆ ถือเป็นสิ่งสำคัญในปัจจุบัน เพราะสามารถนำมาปรับใช้เพื่อออกแบบกลยุทธ์ทางการตลาดให้นำหน้าหรือเอาชนะคู่แข่งทางธุรกิจได้ โดยผู้เขียนได้รวบรวม 8 เทรนด์การทำการตลาดดิจิทัลที่คาดการณ์ว่าจะมาแรงสำหรับปี 2524 ดังนี้

รูปที่ 1 8 เทรนด์การตลาดดิจิทัล 2024
1. AI Marketing Automation
ปัจจุบัน ปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการใช้ชีวิตของเรามากขึ้น ทั้งในธุรกิจและการทำการตลาด ซึ่งอาจเรียกว่า AI Marketing เครื่องมือ AI ที่รู้จักกันดีเช่น ChatGPT แชทบอทรับส่งข้อความ ที่ใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการโต้ตอบกับลูกค้า รวมทั้งช่วยวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้แบรนด์เข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น และนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการวางแผนการตลาดให้เกิดความแม่นยำได้มากขึ้น ด้วย หลายบริษัททั่วโลกจึงมีความพยายามสร้าง AI และแชทบอทเวอร์ชั่นของตนเองเพื่อตอนโจทย์ให้ตรงตามความต้องการมากขึ้น โดยเฉพาะการสร้าง Content หรือเนื้อหาสำหรับการโฆษณาให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถขับเคลื่อนการตลาดให้เห็นผลในเวลาที่น้อยลง
ทั้งนี้ แม้ว่าเราสามารถสั่งงาน AI ให้ทำงานอัตโนมัติในส่วนที่เกี่ยวข้องได้ แต่หากแบรนด์ไม่มีเป้าหมายทางการตลาดที่ชัดเจน หรือมีข้อมูลไม่เพียงพอให้ AI นำไปวิเคราะห์ ผลที่ได้รับอาจไม่ถูกต้อง และไม่สามารถออกแบบกลยุทธ์การตลาดที่แม่นยำหรือเหมาะสมกับธุรกิจนั้น ๆ ได้

รูปที่ 2 AI Marketing Automation ที่มา : https://www.dia.co.th/articles/what-is-ai-marketing/
2. VSO
การนำเทคโนโลยีการค้นหาด้วยเสียง หรือ Voice Search Optimization (VSO) มาใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น Siri หรือ Alexa เริ่มได้รับความนิยมแพร่หลายมากขึ้นทั่วโลก เพราะใช้งานง่าย สะดวกสบาย และได้รับผลในเวลารวดเร็ว VSO มีหลักการทำงานคล้ายกับ Search Engine Optimize (SEO) คือช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาเว็บไซต์หรือข้อมูลต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น การทำการตลาดเพื่อการค้นหานี้ แบรนด์จึงต้องทำความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคและรูปแบบพฤติกรรมการค้นหาข้อมูลก่อน และอาจปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ SEO ให้เข้ากับ VSO เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เช่น การเน้นคีย์เวิร์ดประโยคคำถาม ที่ SEO มักแยกคีย์เวิร์ดเพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา แต่ Voice Search นั้นต่างออกไป เพราะผู้ใช้งานมักถามเป็นประโยคยาวทีเดียว การใช้คีย์เวิร์ด จึงต้องใช้คีย์เวิร์ดที่เป็นเหมือนประโยคคำถามที่ผู้ใช้งานอาจจะพูดออกมา และเน้นการใช้ภาษาพูดธรรมชาติ เข้าใจง่าย เข้าถึงง่าย ไม่ต้องเสียเวลาคิดซ้ำ

รูปที่ 3 เทคโนโลยี VSO ที่มา : https://enterprise.zanroo.com/th/post/digital-marketing-trends-for-2024
3. VR (Virtual Reality)
เทคโนโลยีสมจริง หรือ Virtual Reality (VR) มีการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 เนื่องจากสินค้าและบริการต่าง ๆ พยายามค้นหาและทดลองใช้วิธีใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางการมีส่วนร่วมเสมือนจริง การใช้ VR ในการทำการตลาดดิจิทัล ช่วยให้การเล่าเรื่องของแบรนด์สมจริงมากยิ่งขึ้น ธุรกิจหรือร้านค้าสามารถยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าได้ และเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์โดยการนำเสนอประสบการณ์การลองใช้งานสินค้า รวมไปถึงการท่องเที่ยวแบบเสมือนจริงให้กับลูกค้าได้
ปัจจุบันอุปกรณ์ VR ช่วยให้เราสามารถทำงานได้จากทุกที่ด้วยจอภาพหลายจอ เช็คอีเมล ใช้งานระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ Customer relationship management (CRM) สเปรดชีต และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมไปถึงสามารถใช้ VR ที่มาพร้อมกับอวตารที่สามารถเคลื่อนไหวได้แสมือนจริงสำหรับการประชุมทางไกลที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น การจำลองในโลกแห่งความเป็นจริงที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมรู้สึกสมจริง และสามารถโต้ตอบหรือมีส่วนร่วมกับการนำเสนอได้แบบ real time การประยุกต์ใช้ VR สำหรับการทำงานเป็นการใช้งานที่เพิ่มขึ้นจากเดิมที่นิยมใช้สำหรับการเล่นเกมและความบันเทิง และคาดว่าจะมีการใช้งาน VR เพื่อประโยชน์ด้านอื่นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เกิดเทรนด์ที่ว่า VR เป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่ต้องมี
4. Content
การสร้าง Content ที่ดึงดูดผู้ชมหรือลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเป็นกลยุทธ์ที่นักการตลาดดิจิทัลมักนำมาใช้ เพราะตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ชอบการสนทนาของมนุษย์ที่เหมือนจริง และเข้าถึงได้ง่าย นอกจากการใช้น้ำเสียง บทสนทนา และภาษาที่พูด การทำ Content ควรให้เป็นแบบการเล่าเรื่องที่น่าสนใจและดึงดูดให้ผู้บริโภคอยากดูจนจบ ขณะเดียวกันก็แทรกข้อมูลทางการตลาด และทำ Search Engine Optimize และ keywords ไปด้วย
การทำ Video Content Marketing โดยใช้เนื้อหาวิดีโอที่น่าสนใจเพื่อโปรโมทสินค้า บริการ หรือแบรนด์ ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการไลฟ์สตรีมที่ให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อกระตุ้นยอดขาย เพราะคอนเทนต์วิดีโอบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ สามารถดึงดูดและรักษาความสนใจของกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอันดับต้น ๆ เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ย่อยง่าย สามารถมองเห็นรายละเอียดได้ชัดเจน สังเกตได้จากการเติบโตของแอปพลิเคชัน TikTok ทำให้หลายธุรกิจพยายามสร้างคอนเทนต์วิดีโอที่จะสามารถมัดใจกลุ่มเป้าหมายได้ โดยเฉพาะไลฟ์สตรีมที่สามารถถามตอบเพื่อให้มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้ทันที เทรนด์เนื้อหาของคอนเทนต์วิดีโอที่น่าสนใจ ได้แก่
5. Personalized Marketing
การตลาดเฉพาะบุคคล หรือ Personalized Marketing คือ การที่แบรนด์หรือธุรกิจปรับแต่งการตลาดและเสนอสิ่งที่เหมาะสมกับลูกค้าตามข้อมูลที่ได้รวบรวมมาจากลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นความสนใจ การเลือกซื้อสินค้า ประวัติการซื้อ Personalized Marketing เริ่มมีความเข้มข้นมากขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยหลายแบรนด์ต่างมุ่งเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า เนื่องจากผู้บริโภคในปัจจุบันมีไหวพริบและมีปัจจัยให้พิจารณาในการเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น
การใช้ Data เข้ามาขับเคลื่อนการตลาดเพื่อดูแลได้ลูกค้าแบบรู้ใจ สร้างความประทับใจให้กับลูกค้า และยังเข้าถึงลูกค้าจำนวนมากได้ในเวลาเดียวกัน สามารถทำได้โดยให้ความสำคัญกับรายละเอียด เช่น
Personalized Marketing ช่วยเพิ่มโอกาสที่จะเปลี่ยนจากลูกค้าธรรมดาเป็น Brand Loyalty ได้ด้วยการนำข้อมูลของลูกค้าไปประมวลและวิเคราะห์เพื่อสร้างแคมเปญทางการตลาดหรือคาดการณ์ความต้องการในอนาคต เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้า ผ่านการสื่อสารที่ตรงใจและสินค้าที่ตอบโจทย์ ยกระดับ Customer Experience ของลูกค้าในการใช้บริการ การใช้ข้อมูลวิจัยทางการตลาด จากการศึกษา การเก็บข้อมูลด้านพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย ทำให้ธุรกิจเข้าใจกลุ่มเป้าหมายด้วยข้อมูลเชิงคุณภาพมากขึ้น
ตัวอย่างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการทำ Personalization Marketing ได้แก่ Spotify ที่สร้าง Taste Profile ให้ลูกค้าเพื่อส่ง Discover Weekly, Spotify Wrapped และ Play list ส่วนบุคคล และ Netflix ที่สามารถแนะนําหนังและซีรีส์ที่สามารถปรับเปลี่ยนรายการแนะนำตามการดูล่าสุด เป็นต้น

รูปที่ 4 ตัวอย่างธุรกิจที่ทำ Personalization Marketing ที่มา : https://www.oho.chat/blog/personalized-marketing
6. Social Media
Social Media มียอดผู้ใช้งานประมาณ 4.80 พันล้านคนทั่วโลก โดยแต่ละ Platform จะมีวิธีใช้งาน แตกต่างกันออกไปตามธุรกิจและความต้องการของผู้ใช้งาน แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ พฤติกรรมการใช้ ที่พบว่า 63% ของผู้ใช้งาน ใช้ Social Media เพื่อค้นหาร้านอาหารใหม่ ๆ หรือสํารวจรายการเมนูใหม่ หรือ 67% ของผู้ใช้งาน TikTok ใช้เพื่อค้นหาแบรนด์สินค้าและสถานที่ใหม่ ๆ แทนที่จะค้นหาผ่าน Google เหมือนในอดีต ทั้งนี้ เพราะใน Social Media มีรูปแบบ Content ที่ผู้ใช้งานต้องการเสพและมีความน่าสนใจ คือ วิดีโอสั้นตัวอย่าง ที่เข้าถึงและรับสารได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับ Google หรือ Search Engine แบบเดิม
7. Influencer Marketing
มาแรงแซงทางโค้งสุด ๆ กับการทำการตลาดแบบใช้ Influencer หรือ บุคคลที่มีชื่อเสียง มาช่วยในการโฆษณา ช่วยรีวิวสินค้า ช่วยแนะนำบริการ ให้กับแบรนด์ โดยเทรนด์นี้ได้รับความนิมมมากตั้งแต่ปี 2023 ที่ผ่านมา แบรนด์จำนวนมากเบนเข็มไปร่วมงานกับ Influencer รายย่อย หรือ Micro Influencer มากขึ้น เพราะบุคคลเหล่านี้แม้จะผู้ติดตามน้อย แต่สร้างการมีส่วนร่วมสูง และมักจะสามารถเข้าถึงผู้ชมเฉพาะกลุ่มได้มากกว่า การเป็นพันธมิตรกับ Micro Influencer กลายเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่น่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพมาก และคาดว่าในปี 2024 จะเป็นปีที่ Micro Influencer จะเนื้อหอมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ Influencer รุ่น Gen Z ซึ่งถือว่าเป็นแนวหน้าในการกำหนดพฤติกรรมของคนรอบข้าง สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้รวดเร็วและสื่อสารโดยตรงกับกลุ่มเป้าหมายได้ แบรนด์ต่าง ๆ จึงถือว่าการร่วมมือกับ Influencer รุ่น Gen Z เป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จทางการตลาด

รูปที่ 5 Influencer Marketing ที่มา : https://www.zaapi.com/blog/marketing-trends-2024
8. Privacy & Data Protection
ปัจจุบันผู้คนให้ความสำคัญต่อเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวมากขึ้น การทำการตลาดยุคปี 2024 นี้ จึงควรให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวเป็นอันดับต้น ๆ ซึ่งอาจกระทบในเรื่องของงบประมาณของแบรนด์บ้าง ในส่วนของการที่ต้องเพิ่มงบประมาณด้านการตลาดเพื่อรองรับเทรนด์การทำ Data Privacy แต่ในขณะเดียวกัน เทรนด์ Data Privacy กำลังทำให้โลกการตลาดออนไลน์กำลังกลายเป็นโลกแบบ Cookieless World หรือวิธีการเก็บข้อมูลแบบ Third Party กำลังจะหายไป การเก็บข้อมูลผ่านคุกกี้ทำให้แบรนด์จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลของแพลตฟอร์มต่าง ๆ มาวิเคราะห์ ทำให้แบรนด์ไม่สามารถถือข้อมูลลูกค้าเป็นของตัวเอง แต่เมื่อโลกการตลาดกำลังเปลี่ยนเป็นการเก็บข้อมูลผ่าน First Party Data ก็ทำให้แบรนด์สามารถวางแผนเก็บข้อมูลที่จำเป็นเช่น Deep Insight ต่างๆ ในระยะยาวเพื่อเอาไปต่อยอดให้ตรงจุดมากขึ้น

รูปที่ 6 Data Privacy ที่มา : https://www.zaapi.com/blog/marketing-trends-2024
ทั้งหมดนี้คือเทรนด์การตลาดดิจิทัลที่มาแรงในปี 2024 นี้ ซึ่งควรรู้เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการออกแบบกลยุทธ์ทางการตลาดในปี 2024 ให้แบรนด์หรือองค์กรของคุณก้าวต่อไปสู่ความสำเร็จได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
พิมพ์นารา เพิ่มพิบูลย์
สาขาภาคใต้ตอนบน
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
อ้างอิง