19 มกราคม 2567, จังหวัดภูเก็ต – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) พร้อมด้วย นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และคณะผู้บริหารกระทรวงดีอีและ depa ร่วมประชุมหารือพิเศษการขับเคลื่อนระบบนิเวศดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัลภูเก็ต (Phuket Digital Ecosystems) กับภาคีเครือข่ายภาคเอกชน อาทิ ภูเก็ตพัฒนาเมือง สภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต หอการค้าจังหวัดภูเก็ต สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ YEC หอการค้าจังหวัดภูเก็ต และกลุ่มสตาร์ทอัพ

นายประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวงดีอี ได้วางแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลผ่าน 3 เครื่องยนต์สำคัญภายใต้นโยบาย The Growth Engine of Thailand ประกอบด้วย

โดยกระทรวงสนับสนุนและส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลผ่านการดำเนินงานของ depa ทั้งแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของดิจิทัลสตาร์ทอัพ การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังคนดิจิทัล ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรดิจิทัลของประเทศ การขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และการบริหารข้อมูลเมือง เป็นต้น
“ดิจิทัลตอบโจทย์ปัญหาชีวิตประจำวันของประชาชน สามารถสร้างศักยภาพให้กับจังหวัดภูเก็ต กระทรวงดีอีกำลังจัดตั้งส่วนราชการภูมิภาคเพื่อเสริมกำลังคน ออกแบบภารกิจที่เพิ่มขึ้นในการทำงานด้านดิจิทัลในพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวง ถ้าโมเดลของภูเก็ตสำเร็จ สามารถนำรูปแบบของภูเก็ตไปใส่กับจังหวัดอื่น ๆ ปรับเปลี่ยนตามสภาพของแต่ละจังหวัด ให้ภูเก็ตเป็นต้นแบบที่ Full-scale ต่อยอดสิ่งที่ทำมาอยู่แล้ว” รมว.ดีอี กล่าว
ด้าน ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าวเพิ่มเติมว่า depa มีการสร้างระบบนิเวศที่ส่งเสริมการทำงานของดิจิทัลสตาร์ทอัพในทุกมิติด้วยการผลักดันให้เกิดกระบวนการสร้างดิจิทัลสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพการเติบโตเชิงธุรกิจ สนับสนุนดิจิทัลสตาร์ทอัพในสาย Deep Tech ผ่านมาตรการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนเพื่อการเริ่มต้นธุรกิจอุตสาหกรรมดิจิทัล (depa Digital Startup Fund) กลไกสนับสนุนในรูปแบบ Angel Fund และมีแนวทางเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของดิจิทัลสตาร์ทอัพ โดยเน้นการสร้างสรรค์กลไกส่งเสริมด้านเงินทุนใหม่ อาทิ การร่วมลงทุน (Co-investment) และการส่งเสริมให้เกิดการจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนาดิจิทัลสตาร์ทอัพสู่ระดับโลก (Digital Startup Go Global) นอกจากนี้ยังมีแผนแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังคนดิจิทัล โดยดึงดูดผู้ที่มีทักษะสูงเข้ามาทำงานในประเทศผ่าน Global Digital Talent Visa และการสร้างตลาดให้กับดิจิทัลสตาร์ทอัพ รวมถึงความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในการพัฒนามาตรการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 100% ของเงินลงทุนและไม่จำกัดวงเงินเมื่อซื้อสินค้าหรือบริการของดิจิทัลสตาร์ทอัพที่ขึ้นทะเบียนในบัญชีบริการดิจิทัล และการต่อยอดเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เดิมให้มีการใช้แพลตฟอร์มข้อมูลเมือง (City Data Platform: CDP) เพื่อเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนในเมือง

นอกจากนี้ ภาคีเครือข่ายภาคเอกชนยังได้หารือกับ รมว.ดีอี และ depa ถึงประเด็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลจังหวัดภูเก็ตในภาพรวม ทั้งการขับเคลื่อนระบบนิเวศดิจิทัล การจัดตั้งกองทุนสำหรับดิจิทัลสตาร์ทอัพ การส่งเสริมการสร้าง Digital Community Hub และ Digital Innovation Hub การพัฒนาทักษะและแรงงานด้านดิจิทัลในพื้นที่ การขับเคลื่อนการใช้ระบบข้อมูลเมือง และการส่งเสริมให้ภูเก็ตเป็นเมืองอัจฉริยะ ทั้งระบบการขนส่งมวลชนอัจฉริยะ ระบบไฟจราจรอัจฉริยะ การสร้างสังคมที่ปลอดภัย และการให้บริการข้อมูล เป็นต้น