black ribbon
บริการ
TH
EN
TH
CN
ดีป้า จับมืออีอีซีเดินหน้าสร้างความร่วมมือที่มีพลวัตในการพัฒนาและขับเคลื่อนอัจฉริยะ

ดีป้า จับมืออีอีซีเดินหน้าสร้างความร่วมมือที่มีพลวัตในการพัฒนาและขับเคลื่อนอัจฉริยะ

20 มีนาคม 2567 — งานมหกรรม และการประชุมสูงสุดด้านเมืองอัจฉริยะไต้หวัน (Smart City Expo and Summit 2024) ณ ศูนย์การประชุมหนานกั่ง ไทเปไต้หวัน ดร.ศุภกร สิทธิชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลหรือ ดีป้า ได้รับเกียรติให้เป็นองค์ปาฐกถาหลักในการประชุมเรื่องเมืองอัจฉริยะไต้หวัน-ไทย (Taiwan - Thailand Smart City Forum) ถือเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือทางกลยุทธ์ระหว่างไทยกับไต้หวัน โดยเฉพาะในเรื่องของ การลงทุนและการร่วมลงทุนในด้านการพัฒนา เมืองอัจฉริยะที่กำลังเติบโต โดย ดร.ศุภกร ได้บรรยายในหัวข้อ “วิสัยทัศน์สำหรับเมืองอัจฉริยะในไทย” โดยมุ่งเน้นที่การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ใช้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง (Citizen-Centric Smart City) ซึ่งจะมีความแตกต่างจากการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั่วไปที่มักจะให้ความสำคัญใฃกับเทคโนโลยีมากกว่าผลลัพธ์ในด้านของสุขภาวะของประชาชน ซึ่ง ดร.ศุภกร ยกตัวอย่างเมืองต้นแบบของประเทศ อาทิ เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ที่สามารถใช้แอพพลิเคชั่นและเทคโนโลยีพื้นฐานที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเข้าถึง นอกจากนั้น ดร.ศุภกร ยังให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการจูงใจการลงทุนจากต่างประเทศด้วยการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและมาตรการส่งเสริมต่าง ๆ ซึ่งดีป้าใน ฐานะเลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนและพัฒนาเมืองอัจฉริยะแห่งชาติทำหน้าที่ในการร่วมกำหนดและส่งเสริม โดยการการประชุมเรื่องเมืองอัจฉริยะไต้หวัน-ไทยครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากผู้เข้าฟังจากทั่วโลกกว่า 300 ท่าน

นอกจากนี้ ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้อภิปรายเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจใน พื้นที่สามจังหวัดระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก โดยมีอุตสาหกรรมหลัก 12 ประเภท ที่รวมถึงอิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ และอาหารเสริม โดยไทยจะพัฒนาระบบคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานอย่างครอบคลุม รวมถึงได้มีการนําเสนอโครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะชลบุรี โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไต้หวันเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาโครงการดังกล่าว

การประชุมในครั้งนี้ได้หารือแนวทางที่จะพัฒนาความร่วมมือระหว่างไทยและไต้หวัน ในด้านอุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่จะสร้างประโยชน์ร่วมกันในอนาคต นอกจากนั้นการประชุมครั้งนี้ยังได้วิทยากรเข้าร่วมอภิปราย จากกระทรวงดิจิทัลของไต้หวัน นิคมอุตสาหกรรม AMATA รวมไปถึงบริษัทสตาร์ตอัปที่มีศักยภาพของไต้หวัน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นด้วย โดยในช่วงของการอภิปรายกลุ่มนั้นวิทยากรได้แลกเปลี่ยนความเห็นในเรื่องของอุตสาหกรรมสำคัญที่สามารถนำไปสู่การทำงานร่วมกันในการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะระหว่างไต้หวันกับไทย การใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาเมืองเป็นเรื่องที่สองประเทศให้ความสำคัญ ทำให้เป็นการประชุมที่สำคัญสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ต้องการรูปแบบอนาคตของเมืองอัจฉริยะในภูมิภาคนี้

สําหรับการประชุมระหว่างไทยและไต้หวันในครั้งนี้ ได้มีการหารือถึงความร่วมมือต่างๆ ที่ทั้งสองประเทศสามารถพัฒนาได้ อาทิ เรื่องอุตสาหกรรมที่จะร่วมมือกัน เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และนวัตกรรมเทคโนโลยี โดยไต้หวันมีศักยภาพด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงโครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะไทเปในไทย ซึ่งจะเป็นแนวทางการพัฒนาร่วมกัน นอกจากนี้ ยังมีการอภิปรายถึงแนวทางเสริมสร้างศักยภาพของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างไทยและไต้หวันให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยงานมหกรรม และการประชุมสูงสุดด้านเมืองอัจฉริยะไต้หวัน (Smart City Expo and Summit 2024) เป็นงานสำคัญประจำปี ของไต้หวันที่จัดขึ้นเพื่อรวบรวมผู้เชี่ยวชาญและผู้นำอุตสาหกรรมจากทั่วโลกในการแลกเปลี่ยนความรู้ แนวคิด และนวัตกรรมใหม่ๆ ในด้านเมืองอัจฉริยะ มันเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่สนใจในการพัฒนาเมืองให้เป็นมิตรกับเทคโนโลยี และยังช่วยเสริมสร้างความ