19 ธันวาคม 2567, กรุงเทพมหานคร - สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดย นายพรชัย หอมชื่น ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานกิจการสาขา ดร.อรฉัตร เลียงพิบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ และ นายประชา อัศวธีระ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ภาคใต้ ร่วมประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน ณ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยมี นายทรงศัก สายเชื้อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประธานในที่ประชุม ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานความคืบหน้าการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ในภาพรวมของประเทศไทย พร้อมเน้นการพัฒนาในพื้นที่เป้าหมายสำคัญ ได้แก่ จังหวัดระยองและจังหวัดภูเก็ต

ในส่วนของประเด็นการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะระดับประเทศ depa ได้นำเสนอความก้าวหน้าในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะระดับประเทศ โดยชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จในด้านการวางโครงสร้างพื้นฐานและการผลักดันเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าสู่ระบบการบริหารจัดการเมือง อย่างไรก็ตามยังมีปัญหาและอุปสรรคสำคัญที่ส่งผลต่อการดำเนินงาน ได้แก่ • การเปลี่ยนแปลงนโยบาย: ส่งผลต่อความต่อเนื่องในการขับเคลื่อนโครงการ • การใช้งบประมาณและกฎระเบียบ: มีความซับซ้อนและข้อจำกัดที่ทำให้การดำเนินงานล่าช้า • ความเข้าใจของบุคลากร: เกี่ยวกับแนวคิดและกระบวนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะยังต้องได้รับการปรับปรุง

นอกจากนี้ depa ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างราบรื่นและยั่งยืน
ในการประชุมครั้งนี้ จังหวัดระยองได้นำเสนอความคืบหน้าในการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ โดยเน้นบทบาทของเทศบาลและภาคเอกชน เช่น บริษัท ปตท. กับโครงการวังจันทร์วัลเล่ย์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สำคัญ อย่างไรก็ตามยังมีปัญหาในด้านทิศทางการขับเคลื่อนที่ยังไม่สอดคล้องกันในบางส่วน สำนักงานจังหวัดระยองจึงเตรียมเข้ามาบูรณาการการพัฒนาร่วมกันเพื่อสร้างแนวทางที่ชัดเจนและครอบคลุม

ส่วนจังหวัดภูเก็ต นายวัชรพงษ์ จิโสะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด รักษาการหัวหน้าสำนักงานจังหวัด ได้นำเสนอการจัดทำยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัดฉบับใหม่ โดยเน้นบทบาทของเมืองอัจฉริยะเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการพัฒนา โดยมีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานราชการ ท้องถิ่น และภาคเอกชนเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จ แต่ยังมีปัญหาในด้านการลงทุนขนาดใหญ่จากภาครัฐที่ยังไม่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเมือง ตลอดจนข้อจำกัดทางกฎระเบียบที่ต้องอาศัยการขับเคลื่อนจากหน่วยงานกลาง เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การประชุมยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการการทำงานในทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ เพื่อสร้างความยั่งยืนและความสำเร็จในระยะยาวของโครงการเมืองอัจฉริยะ พร้อมให้การสนับสนุนในทุกด้าน และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเมืองอัจฉริยะให้กลายเป็นต้นแบบที่สามารถขยายผลสู่พื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ