black ribbon
บริการ
TH
EN
TH
CN
เพราะรางวัลเดียวมันน้อยเกินไป! ประเทศไทยผงาดรับรางวัลสำคัญระดับโลกอีกรางวัล จาก Tomorrow.City China Shanghai 2025

เพราะรางวัลเดียวมันน้อยเกินไป! ประเทศไทยผงาดรับรางวัลสำคัญระดับโลกอีกรางวัล จาก Tomorrow.City China Shanghai 2025

4 กันยายน 2568 – ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เทศบาลเมืองชลบุรี โดย นายกเทศมนตรี องอาจ ประเสริฐจิตต์ รับรางวัล “Thailand – Integration of Chonburi Heritage Conservation, Community Prosperity, and Smart City Technology” ภายใต้ Regional Smart City Awards ที่จัดขึ้นในงาน Tomorrow.City China Shanghai 2025 ซึ่งเป็นงานในเครือของ Smart City Expo World Congress (SCEWC) — องค์กรและงานประชุมเมืองอัจฉริยะที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของโลก จัดโดย Fira de Barcelona ประเทศสเปน โดยมี ดร. นน อัครประเสริฐกุล ผู้เชี่ยวชาญส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลอาวุโสฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ และ ดร.อภิชาติบุตร รอดยัง ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ร่วมเป็นเกียรติและร่วมรับรางวัลบนเวทีระดับโลกนี้

งาน Tomorrow.City Shanghai 2025 ถือเป็นเวทีหลักของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในการยกกรณีศึกษาที่โดดเด่นจากเมืองต่าง ๆ มานำเสนอ โดยเน้นทั้ง City Challenge, City Dialogue, City Solution และ City Awards ซึ่งรางวัลในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความสำเร็จของเมืองอัจฉริยะไม่จำเป็นต้องเกิดจากการสร้างเมืองใหม่ที่ใหญ่หรือแพงเสมอไป แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากการพัฒนาเมืองที่มีอยู่แล้วให้ “น่าอยู่ยิ่งขึ้น” (Livable City)

เทศบาลเมืองชลบุรีแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการผสาน มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น เข้ากับ เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอย่างสมดุล ทั้งในด้านความเป็นอยู่ของประชาชน ความเจริญทางเศรษฐกิจ และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม จุดยืนนี้ตรงกับแนวคิดของ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ที่มุ่งเน้นการทำให้ “เมืองเดิม” ฉลาดขึ้น สะดวกขึ้น และน่าอยู่ขึ้น ผ่านการบูรณาการคุณค่าเดิมเข้ากับความใหม่ของเศรษฐกิจดิจิทัล แทนการสร้างเมืองใหม่ที่อาจใช้ต้นทุนสูงและแก้ปัญหาไม่ได้จริง

depa โดยเฉพาะฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ และ เขตพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นพันธมิตรในการสนับสนุนเทศบาลเมืองชลบุรีมาโดยตลอด และขอร่วมแสดงความยินดีกับชลบุรีที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ พร้อมทั้งหวังว่าจะได้เห็นเมืองไทยอีกหลายแห่งได้รับการยอมรับในระดับสากลในลักษณะเดียวกัน