black ribbon
บริการ
TH
EN
TH
CN

depa ร่วมขับเคลื่อนลำสามแก้วสู่เมืองอัจฉริยะ พร้อมยกระดับการบริหารจัดการภาครัฐด้วยนวัตกรรมดิจิทัล

ณ ห้องประชุมบัวแก้ว ชั้น 4 เทศบาลเมืองลำสามแก้ว ดร.ธีราทัต ส่องแสง นายกเทศมนตรีเมืองลำสามแก้ว พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ประธานสภาเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่เทศบาล ร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางการพัฒนาเมืองสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) อย่างยั่งยืน

การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ประกอบด้วย ดร.อภิชาติ บุตรรอดยัง ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก และ ดร.นน อัครประเสริฐกุล ผู้เชี่ยวชาญฯอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ร่วมบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และแนวทางการพัฒนาเมืองให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่

ดร.อภิชาติ บุตรรอดยัง ได้บรรยายในหัวข้อนวัตกรรมภาครัฐ โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของ depa ในการสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางการใช้กลไกและมาตรการต่างๆ ที่ depa ได้พัฒนาเพื่อช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเข้าถึงง่าย

ดร.อภิชาติกล่าวว่า “depa พร้อมสนับสนุนเทศบาลเมืองลำสามแก้วในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะผ่านกลไกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการสนับสนุนงบประมาณ การให้คำปรึกษาเชิงวิชาการ และการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือกับภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา เพื่อให้การพัฒนาเมืองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน”

ดร.นน ได้นำเสนอผลงานนวัตกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการเมืองอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ

  • แดชบอร์ดติดตามสถานการณ์สงคราม ที่ดึงข้อมูลจากดาวเทียม NASA และดาวเทียมอื่นๆจะทั่วโลก เพื่อจำลองสถานการณ์และมองเห็นภาพความจริงที่เกิดขึ้นบนพื้นที่ (สร้างเสร็จในเวลาเพียง 45 นาที)

  • ระบบติดตามรถบัสที่ไม่ต้องใช้ GPS โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมวิเคราะห์ความเร็วและตำแหน่งของรถ เนื่องจากใช้การวัดและการวิเคราะห์ความเร็วของรถจากตำแหน่งของรถที่เปลี่ยนไปโดยสภาพดาวเทียม

  • แพลตฟอร์มแจ้งปัญหาเมือง ที่ลดเวลาตอบสนองจาก 67 ชั่วโมงเหลือ 2 ชั่วโมง ผ่านระบบให้คะแนนแบบ Uber ที่สร้างแรงจูงใจให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ระบบมี AI อยู่หลังบ้านที่ทำหน้าที่ในการประมวลผลเพื่อจะสามารถนำให้ข้อมูลดังกล่าวมาปรับระบบให้ดีขึ้นกว่าเดิมในการให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

  • SLIC Index (Smart and Livable Cities Index) เครื่องมือวัดเมืองอัจฉริยะที่พัฒนาโดย depa ครอบคลุม 103 เมืองทั่วโลก ใช้ข้อมูล 92 สัญญาณจาก 35 แหล่งข้อมูล วัดเมืองผ่าน 5 มิติหลัก ได้แก่ การเติบโตทางเศรษฐกิจ (Growth) ความมั่นคงและสิ่งแวดล้อม (Viability) ศักยภาพมนุษย์ (Capability) ชุมชนและการเป็นส่วนหนึ่ง (Community) และพลังสร้างสรรค์ (Creative)

ดร.นน เน้นย้ำว่า “การพัฒนาเมืองอัจฉริยะไม่จำเป็นต้องลงทุนมหาศาลเสมอไป จุดเริ่มต้นอาจมาจากการนำเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วมาใช้อย่างชาญฉลาด เริ่มจากโครงการเล็กๆ ที่จับต้องได้ และขยายผลเมื่อพบว่าวิธีการนั้นได้ผลจริง”

การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและยกระดับการบริหารจัดการภาครัฐให้ทันสมัย พร้อมรองรับการพัฒนาเมืองในอนาคต เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนในพื้นที่ โดยเทศบาลเมืองลำสามแก้วจะนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเมืองให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของชุมชนต่อไป

ดร.ธีราทัต ส่องแสง นายกเทศมนตรีเมืองลำสามแก้ว กล่าวว่า “การพัฒนาสู่เมืองอัจฉริยะไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่คือการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น การได้รับฟังแนวคิดและเห็นตัวอย่างนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจริงจากวิทยากรของ depa ในวันนี้ ทำให้คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของเทศบาลเกิดแรงบันดาลใจและเห็นแนวทางในการพัฒนาเมืองลำสามแก้วให้ก้าวไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง”

ทั้งนี้ depa ยังคงเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง ภายใต้วิสัยทัศน์ “เข้าใจคน” ใช้เทคโนโลยีอย่างมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ประชาชนมีความสะดวก ปลอดภัย รายได้มั่นคง และสามารถเข้าถึงบริการสาธารณะที่โปร่งใส โดยตั้งเป้าขยายพื้นที่เมืองอัจฉริยะให้ได้ 105 พื้นที่ ภายในปี 2570