สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดย นายอภิสิทธิ์ ธนสัจจกุล นักส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลอาวุโส สถาบันไอโอทีและนวัตกรรมดิจิทัล ร่วมกับทีมงานสาขาภาคเหนือตอนบน ลงพื้นที่ภูมิประเทศสลับซับซ้อนของอำเภอสะเมิง เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางสุขภาพ ณ โรงพยาบาลสะเมิง พร้อมร่วมหารือเชิงยุทธศาสตร์ ร่วมกับ นางสาวแพรว พรหมมา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ (หน่วยการแพทย์ฉุกเฉิน) และคณะบุคลากรทางการแพทย์ คิกออฟการติดตั้ง และเปิดพื้นที่อบรมเชิงปฏิบัติการภายใต้โครงการรถพยาบาลอัจฉริยะ ระยะที่ 2 (5G Ambulance Phase II) เพื่อเตรียมความพร้อมระบบส่งต่อผู้ป่วยวิกฤตแห่งล้านนา

ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ของอำเภอสะเมิงที่โอบล้อมด้วยภูเขาสูงชัน และเส้นทางคดเคี้ยว การส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน (Referral System) ลงมายังโรงพยาบาลศูนย์ในตัวเมืองเชียงใหม่จึงเต็มไปด้วยความท้าทายด้านเวลา และระยะทาง การลงพื้นที่ของ depa ในครั้งนี้จึงเป็นการนำโครงข่าย 5G มาทลายกำแพงขุนเขา เปลี่ยนรถพยาบาลที่ต้องฝ่าเส้นทางลาดชันให้กลายเป็น ‘หอผู้ป่วยวิกฤตเคลื่อนที่ (Mobile ICU)’ โดยอุปกรณ์รับส่งสัญญาณชีพ และกล้องวงจรปิดความละเอียดสูงจะทำหน้าที่เชื่อมต่อภาพ และข้อมูลผู้ป่วยแบบ Real-time ข้ามดอยไปยังทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญปลายทาง ทำให้สามารถวินิจฉัยและสั่งการรักษาได้ทันท่วงทีตั้งแต่วินาทีแรกที่ล้อหมุน ซึ่งถือเป็นการช่วงชิงนาทีทอง (Golden Period) ที่มีค่าที่สุดสำหรับชีวิตผู้ป่วย

นอกจากการติดตั้งระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ล้ำสมัยแล้ว นางสาวแพรว ยังได้สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจว่า เทคโนโลยีที่ทรงพลังที่สุดคือเทคโนโลยีที่บุคลากรหน้างานสามารถใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว และมั่นใจ ทีมงาน depa จึงได้จัดกิจกรรม Workshop ติวเข้มทักษะกู้ชีพดิจิทัล (Digital EMS Skill) ให้กับทีมพยาบาล และเจ้าหน้าที่กู้ชีพ โดยจำลองสถานการณ์วิกฤตบนพื้นที่ดอยสูง ฝึกฝนการใช้อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ (Wearable Devices) การโต้ตอบผ่านระบบ Tele-medicine ท่ามกลางจุดอับสัญญาณบางช่วง และการจัดการฐานข้อมูลบน Cloud เพื่อสร้างความมั่นใจว่าทีมแพทย์เฉพาะกิจของโรงพยาบาลสะเมิงจะสามารถควบคุมสถานการณ์ และดึงศักยภาพของเทคโนโลยีออกมาใช้ได้อย่างเต็มร้อยในทุกสภาวะกดดัน

การขยายผลโครงการ 5G Ambulance Phase II สู่พื้นที่ภาคเหนือตอนบนในวันนี้ตอกย้ำเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของ depa ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ผู้ส่งมอบเทคโนโลยี แต่เป็นผู้สร้างสะพานแห่งความเท่าเทียมทางสาธารณสุข เพื่อให้พี่น้องประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในใจกลางเมืองหรือบนยอดดอยที่ห่างไกล มีสิทธิเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่รวดเร็ว แม่นยำ และมีมาตรฐานระดับสากล พร้อมผลักดันให้จังหวัดเชียงใหม่ก้าวสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Chiang Mai Smart City) ด้านสุขภาพอย่างเต็มภาคภูมิ