สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดย ดร.สักกเวท ยอแสง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล ได้รับเกียรติเป็นวิทยากรพิเศษบรรยายในหลักสูตร Smart City Data Officers TEAM (SCDO TEAM) รุ่นที่ 8 ภายใต้หัวข้อ “การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยบัญชีบริการดิจิทัล เพื่อการพัฒนา Smart City ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” เพื่อถ่ายทอดแนวทางการประยุกต์ใช้กลไกบัญชีบริการดิจิทัลในการยกระดับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.สักกเวท ได้ถ่ายทอดแนวคิดและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของ AI ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล (Digital Transformation) ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมและบริการใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล โดย depa มีกลไกสำคัญในการผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลผ่านมาตรการส่งเสริมต่าง ๆ และยังได้กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจดิจิทัลไทย โครงสร้างทางเศรษฐกิจไทย, การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรมเกษตร และการผลิต การค้าและการบริการของประเทศไทยและมูลค่ารวมเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในภาพรวม

จากนั้น ได้บรรยายรายละเอียดโครงการ บัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog) ที่เป็นกลไกสำคัญในการรวบรวมสินค้าและบริการดิจิทัลจากผู้ประกอบการดิจิทัลในไทยที่ได้มาตรฐาน dSURE เพื่อส่งเสริมการใช้งานทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมได้ชี้แจงถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ รวมถึงแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐผ่านวิธีเฉพาะเจาะจงที่กำหนดโดยกรมบัญชีกลาง โดยรายละเอียดและเงื่อนไขของบัญชีบริการดิจิทัลได้ผ่านการพิจารณาและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ภายใต้กฎกระทรวงการคลังที่กำหนดให้ “พัสดุส่งเสริมดิจิทัลที่ได้ขึ้นทะเบียนในบัญชีบริการดิจิทัล เป็นพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน”ทั้งนี้ กลไกดังกล่าวจะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีมาตรฐานและราคาเหมาะสม พร้อมเพิ่มความสะดวกและความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP)

พร้อมยกตัวอย่างวิธีการเฉพาะเจาะจงในการจัดซื้อจัดจ้างผ่านหมวดพัสดุดิจิทัล โดยได้ยกตัวอย่าง Real Use Case ของหน่วยงานภาครัฐที่มีการจัดซื้อจัดจ้างสำเร็จ อาทิ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มีการจัดซื้อจัดจ้างระบบบริหารจัดการสำนักงาน (e-Office) ของบริษัท ดิ โซลูชั่น คลาวด์ จำกัด, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีการจัดซื้อจัดจ้างระบบ e-Ticket ของบริษัท คิว คิว (ประเทศไทย) จำกัด, สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ได้มีการจัดซื้อจัดจ้างระบบ ERP ของบริษัท มายด์เมอร์จ คอนซัลแทนท์ จำกัด, เทศบาลนครรังสิต ได้มีการจัดซื้อจัดจ้างระบบบริหารจัดการตู้เติมน้ำอัจฉริยะของบริษัท สยาม อินโน ซิตี้ จำกัด, เทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ ได้มีการจัดซื้อจัดจ้างสถานีวัดสภาพอากาศ ฝุ่น และคาร์บอนอัจฉริยะของบริษัท ซีพีเอส อะกริ จำกัด, องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ได้มีการจัดซื้อจัดจ้าง FlowSoft e-Saraban ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ของ CDG Systems และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ได้มีการจัดซื้อจัดจ้างแพลตฟอร์มบริหารจัดการตู้ตรวจสุขภาพดิจิทัล Health Cabin ของบริษัท ทัชเทคโนโลยี จำกัดพร้อมทั้งได้บรรยายและแนะนำสินค้าและบริการที่ผ่านการขึ้นทะเบียน แบ่งหมวดหมู่ที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานภาครัฐ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการดิจิทัล

นอกจากนี้ ดร.สักกเวท ยังได้กล่าวถึงโครงการ Cloud Transformation ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการเชื่อมโยงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับผู้ประกอบการเทคโนโลยีดิจิทัลของไทย เพื่อส่งเสริมการนำเทคโนโลยีคลาวด์และ Software as a Service (SaaS) ไปประยุกต์ใช้ในการยกระดับการบริหารจัดการและการให้บริการภาครัฐในระดับพื้นที่ โดยโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสนับสนุนการดำเนินโครงการจำนวน 400 โครงการทั่วประเทศ พร้อมให้การสนับสนุนงบประมาณสูงสุด 200,000 บาทต่อโครงการ เพื่อผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในรูปแบบคลาวด์ และเสริมสร้างศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างเป็นรูปธรรม
รวมถึงการบรรยายสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น มาตรการลดหย่อนภาษี Tax200% สำหรับ SMEs, สิทธิมาตรการยกระดับอุตสาหกรรมดิจิทัลจาก BOI สำหรับภาคเอกชน และอีกหนึ่งสิทธิประโยชน์ล่าสุดจาก BOI มาตรการสนับสนุนการลงทุนใช้เทคโนโลยีดิจิทัล โดยเงินสนับสนุนสูงสุด 50% ไม่เกิน 100 ล้านบาทของมูลค่าการลงทุนต่อนิติบุคคล ซึ่งจะต้องพัฒนาหรือปรับปรุง โดย Digital Provider ในบัญชีบริการดิจิทัล รวมถึงการสนับสนุนผ่าน depa Digital Transformation Fund และ depa mini Transformation Voucher ของ depa อีกทั้งยังมีโครงการ BDS “SME Spring Board” ร่วมกับ สสว. ที่สนับสนุน SME ให้สามารถเข้าถึงการพัฒนาธุรกิจผ่านสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการบนบัญชีบริการดิจิทัล โดย สสว. สนับสนุนค่าใช้จ่ายร้อยละ 50 สูงสุด 500,000 บาทต่อนิติบุคคล รวมถึงมาตรการจาก BOI เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ผ่านการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามเงื่อนไขที่กำหนด
การบรรยายในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้กลไกบัญชีบริการดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการพัฒนา Smart City ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนการเข้าถึงสิทธิประโยชน์และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เกิดการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างแพร่หลาย อันนำไปสู่การยกระดับการบริหารจัดการเมือง การให้บริการประชาชน และการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างยั่งยืน