สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) จัดเวทีเสวนาพิเศษในหัวข้อ “AI Inspires the Future: Global Trends Shaping Tomorrow : AI จุดประกายอนาคต: พลวัตโลกสู่การกำหนตอนาคต" ภายในงานแข่งขันนวัตกรรมด้าน Coding & AI ระดับประเทศ “National Coding & AI Competition” โครงการ Coding Thailand 2026: AI Inspires the Future ซึ่งเป็นเวทีแข่งขันด้าน Coding & AI ระดับประเทศ เพื่อประชันสุดยอดผลงานนวัตกรรมของเยาวชนไทยจากทุกภูมิภาค จำนวน 210 ผลงาน เพื่อชิงทุนการศึกษาและทุนพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ทักษะดิจิทัล ณ MCC Hall ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

เสวนาพิเศษ AI Inspires the Future: Global Trends Shaping Tomorrow นี้ depa ได้รับเกียรติจากผู้แทนบริษัทด้านเทคโนโลยีดิจิทัลชั้นนำ ได้แก่ Mr.Peter Borjesson, Vice President on Government & Industry Relations บริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด, คุณอิง ศิริกุลบดี ผู้จัดการฝ่ายนโยบายสาธารณะ Facebook ประเทศไทย และคุณโอม ศิวะดิตถ์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานนโยบายเทคโนโลยี บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางของ AI และปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของเทคโนโลยีในประเทศไทย ให้แก่ นักเรียน ครู อาจารย์ และผู้เข้าร่วมงาน Coding Thailand 2026

โดย Mr.Peter Borjesson กล่าวถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะเทคโนโลยี 5G ว่า “โครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของการนำ AI มาประยุกต์ใช้งานจริง ด้วยจุดเด่นด้านความรวดเร็วและอัตราความหน่วงต่ำ (Low Latency) พร้อมสนับสนุนและผลักดันการใช้เทคโนโลยีไร้สายและ Edge Computing เพื่อยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งภาคอุตสาหกรรม การแพทย์และสาธารณสุข และการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน หรือ Smart City รวมถึงสนับสนุนให้มีการใช้ AI และเครือข่ายดิจิทัลมากขึ้น เพื่อให้การบริหารจัดการพลังงานมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการเติบโตทั้งภาคธุรกิจและพลังงานอย่างยั่งยืน

ทางด้านคุณอิง ศิริกุลบดี กล่าวถึงระบบ Superintelligence ที่ Facebook พยายามผลักดัน โดยระบุว่า “เดิมทีบริษัท Tech Company ทั่วโลกสามารถเชื่อมโยงถึงกันผ่านอินเทอร์เน็ต แต่ในปัจจุบัน สิ่งที่ช่วยให้บริษัททั่วโลกสามารถเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันได้มากยิ่งขึ้น คือ Superintelligence ซึ่ง Facebook พยายามขับเคลื่อนให้ทุกแพลตฟอร์มสามารถพัฒนาไปสู่จุดดังกล่าวได้ เพราะ Superintelligence จะช่วยลดช่องว่างในการทำงาน และเปิดโอกาสให้นักพัฒนา กลุ่มสตาร์ทอัพ และนักเรียน นักศึกษา เข้าถึงเทคโนโลยีและ AI เพื่อนำไปต่อยอดและพัฒนาทักษะได้อย่างทั่วถึง”

ขณะที่คุณโอม ศิวะดิตถ์ กล่าวถึงประเด็นการเข้าสู่ยุค Digital & AI Transformation ทั้งในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา โดย “Digital & AI Transformation กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานในสังคมไทย และ AI สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการดำเนินธุรกิจ พร้อมเน้นย้ำถึงการพัฒนา AI Workforce ผ่านการ Upskill และ Reskill เพื่อเตรียมคนไทยให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการส่งเสริม Responsible AI ที่คำนึงถึงความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และการใช้งานอย่างมีจริยธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการนำ AI มาสนับสนุนภาคธุรกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืน”
การแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสามท่านสะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่เป็นโครงสร้างสำคัญของการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยในปัจจุบัน ทั้งด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างระบบนิเวศ AI ที่เปิดกว้าง การกำกับดูแลอย่างรับผิดชอบ รวมถึงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะกำลังคนดิจิทัล ทั้งหมดนี้เป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน