black ribbon
บริการ
TH
EN
TH
CN

เมื่อ “ข้อมูล” กลายเป็นลมหายใจของเมือง

หากเราเปรียบเมืองเสมือนร่างกาย “ข้อมูล” ก็คงทำหน้าที่เสมือน “ลมหายใจ” ที่ทำให้ระบบสามารถสร้างพลังงานและดำรงสมดุลได้ ในบริบทของ “เมือง” ข้อมูลไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขอีกต่อไป แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยกำหนดทิศทางของเมืองว่าจะอยู่ดีมีสุขหรือติดขัดเพียงใดในอนาคต

ภาพที่ 1: ประเภทปัญหารับแจ้งมากสุด

ภาพที่ 1: ประเภทปัญหารับแจ้งมากสุด

ที่มา : https://bangkok.traffy.in.th/top

แน่นอนว่าข้อมูลไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อจัดเก็บ แต่มีไว้เพื่อขับเคลื่อนให้เมืองดำเนินชีวิตต่อไปได้ เหมือนการที่เราหายใจเพื่อลำเลียงออกซิเจนไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายนั่นเอง ข้อมูลจากจุดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ได้สะท้อนให้เห็นว่าร่างกาย (เมือง) กำลังสื่อสารกับเราอย่างไรบ้าง ในเขตเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ข้อมูลที่ลำเลียงผ่านระบบเส้นเลือดฝอยอย่าง Traffy Fondue ทำให้เห็นถึงปัญหาในส่วนย่อยต่าง ๆ ของเมือง และช่วยให้แก้ปัญหาได้รวดเร็วและตรงจุดมากขึ้น

ข้อมูลในเดือนมกราคม 2569 เพียงเดือนเดียวแสดงให้เห็นถึงการแจ้งปัญหาจากประชาชนเข้ามาถึง 25,123 เรื่อง ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่สถิติความเดือดร้อน แต่คือการที่ร่างกายรับรู้จุดที่อักเสบได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉลี่ยแล้วกรุงเทพฯ สามารถรับเรื่องไปดูแลได้เฉลี่ยถึง 10 ชั่วโมง 5 นาที และดำเนินการแก้ไขจนเสร็จสิ้นภายใน 2 วัน 17 ชั่วโมง ปัญหาที่ถูกแจ้งเข้ามามากที่สุดอย่างการผิดกฎจราจร ป้าย และไฟฟ้า (ดังที่ปรากฏในภาพที่ 1) ซึ่งใกล้เคียงกับข้อมูลภาพรวมในปี 2568 ที่มีการแจ้งปัญหาเข้ามามากถึง 379,504 เรื่อง โดยกว่าครึ่งหนึ่ง หรือ 189,095 เรื่องยังคงเป็นหาซ้ำเดิม คือเรื่องผิดกฎจราจร ถนน ไฟฟ้า และทางเท้า เป็นต้น ถ้าหากข้อมูลเหล่านี้ไม่ถูกนำมาประมวลผลและแก้ไขปัญหาทันท่วงที เมืองก็อาจจะตกอยู่ในสภาวะอัมพาตได้ง่าย ๆ

ภาพที่ 2: สถานีตรวจวัด AW01 สถานีตรวจวัดอากาศเคลื่อนที่ ภูเก็ต

ภาพที่ 2: สถานีตรวจวัด AW01 สถานีตรวจวัดอากาศเคลื่อนที่ ภูเก็ต

ที่มา : https://phuketcity.link/

ขยับมาที่หัวเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต เมืองได้ติดตั้งสถานีตรวจวัดอากาศเคลื่อนที่ และ IoT Sensor แบบ Real-time เพื่อเก็บข้อมูลระดับน้ำ ปริมาณน้ำฝน และคุณภาพอากาศ ช่วยให้เมืองสามารถตรวจจับสภาวะแวดล้อมได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เผชิญปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงที่ระดับน้ำทะเลหนุนสูงพร้อมกับฝนตกหนัก ส่งผลให้การระบายน้ำล่าช้า การมีข้อมูลที่ถูกต้องและทันท่วงที จึงช่วยให้เมืองไม่ได้เพียง “หายใจไปวัน ๆ” แต่สามารถหายใจอย่างมีจังหวะและตระหนักรู้ต่อสภาวะรอบตัว และทำให้ “เมือง” สามารถปรับตัวและเตรียมรับมือกับวิกฤตได้ก่อนที่สถานการณ์จะรุนแรงขึ้นอีก ทั้งจังหวัดภูเก็ตยังดำเนินการต่อยอดพัฒนาเว็บไซต์ data.phuket.go.th ขึ้นมาเพื่อเป็นฐานข้อมูลกลางของภูเก็ต เปรียบเสมือนลมหายใจที่หล่อเลี้ยงสมองที่คอยเชื่อมโยงข้อมูลด้านต่าง ๆ ของจังหวัดเข้าด้วยกัน ข้อมูลเหล่านี้จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริหารเมืองมองเห็นภาพรวมของเมืองได้ครบทุกมิติ และตัดสินใจวางแผนพัฒนาพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ

ภาพที่ 3: สรุปสถานการณ์การเดินการด้วยระบบขนส่งสาธารณะและปริมาณจราจร (สะสม 6 วัน)

ภาพที่ 3: สรุปสถานการณ์การเดินการด้วยระบบขนส่งสาธารณะและปริมาณจราจร (สะสม 6 วัน)

ที่มา : https://www.facebook.com/share/173iDgWaHJ/

ข้อมูลที่สะท้อน “จังหวะการหายใจ” ของเมืองได้อย่างชัดเจนที่สุด คือข้อมูลด้านการคมนาคม ข้อมูลการเดินทางบนโครงข่ายคมนาคมช่วงปีใหม่ 2569 (30 ธ.ค. 68 – 4 ม.ค. 69) ในภาพที่ 3 แสดงจำนวนผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะรวมกว่า 15.4 ล้านคน โดยการเดินทางทางรางมีสัดส่วนสูงสุดที่ 29.46% เมื่อพิจารณาในระดับภูมิภาค จะเห็นรูปแบบการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน เช่น ภาคใต้มีการใช้ระบบรางเด่นชัด ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือยังคงพึ่งพาการเดินทางทางถนนเป็นหลักแม้ตัวเลขรวมจะลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า แต่ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจว่า “เมืองกำลังหายใจอย่างไร” และแต่ละพื้นที่ต้องการการสนับสนุนในรูปแบบใดทำให้ผู้บริหารสามารถจัดสรรทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้การเคลื่อนไหวของเมืองเป็นไปอย่างราบรื่น และไม่สะดุดในช่วงเวลาที่มีความต้องการสูง

ภาพที่ 4: กล้องวงจรปิดเทศบาลนครนครศรีธรรมราช

ภาพที่ 4: กล้องวงจรปิดเทศบาลนครนครศรีธรรมราช

ที่มา: https://noc.nakhoncity.org/live-cctv/NSW10

ในยามที่เมืองต้องเผชิญกับภัยที่คาดเดาได้ยากอย่างสถานการณ์น้ำท่วม ข้อมูลซึ่งเปรียบเสมือน “ลมหายใจ” จะช่วยให้ระบบสามารถตรวจจับและกระตุ้นการตอบสนองได้ทันท่วงที เสมือนการทำงานของภูมิคุ้มกันที่พร้อมรับมือกับวิกฤต ดังตัวอย่างที่เห็นได้ชัดจากระบบป้องกันภัยน้ำท่วมของเทศบาลนครนครศรีธรรมราชผ่านทาง Line OA @Nakhoncity ซึ่งปัจจุบันเป็นเสมือนระบบหลักของเมืองด้วยจำนวนสมาชิกกว่า 79,000 คน หรือคิดเป็นเกือบ 80% ของประชากรในเขตเทศบาลทั้งหมด การเชื่อมต่อที่ครอบคลุมนี้ทำให้เมืองก้าวเข้าสู่ Smart City อย่างแท้จริง ประชาชนทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังภัยพิบัติผ่านกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังเข้าถึงการบริการร้องทุกข์ได้ครอบคลุมถึง 20 หัวข้อสำคัญ เช่น การจัดการสิ่งกีดขวางทางน้ำ หรือการขุดลอกท่อระบายน้ำ ขณะเดียวกันข้อมูลที่ถูกส่งมาจากเซนเซอร์ตรวจวัดระดับน้ำตามจุดลุ่มต่ำต่าง ๆ ก็ทำหน้าที่คอยสั่งการระบบปั๊มอัตโนมัติ ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ให้เริ่มทำงานในทันทีที่น้ำพุ่งสูงถึงจุดวิกฤต เปรียบเสมือนปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายที่พยายามขับเคลื่อนมวลน้ำออกจากพื้นที่ก่อนที่จะลุกลามจนสร้างความเสียหายต่ออวัยวะสำคัญและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน

อย่างไรก็ตาม เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ เมื่อ “ลมหายใจของเมือง” ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือประเด็นด้านความเป็นส่วนตัว ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นแบ่งบาง ๆ ระหว่างการดูแลอย่างใกล้ชิดกับการสอดส่องที่อาจสร้างความอึดอัดให้กับผู้อยู่อาศัย หากระบบของเมืองไวต่อการรับรู้จนล่วงล้ำพื้นที่ส่วนบุคคลมากเกินไป ลมหายใจที่ควรจะไหลเวียนทั่วร่างกายอย่างปลอดโปร่ง อาจกลับกลายเป็นความอึดอัดและความหวาดระแวงให้กับผู้อยู่อาศัย ไม่เพียงเท่านั้น ความปลอดภัยทางไซเบอร์ ก็เป็นความท้าทายที่ต้องให้ความสำคัญด้วย เพราะหากลมหายใจที่เป็นดิจิทัลนี้ถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือโดยผู้ไม่หวังดี ก็จะไม่ใช่เพียงเรื่องของข้อมูลรั่วไหล แต่เปรียบเสมือนการถูกวางสิ่งปนเปื้อนในระบบ ที่อาจทำให้การทำงานของโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งแต่สัญญาณไฟจราจรไปจนถึงระบบจัดการน้ำต้องหยุดชะงักลง การสร้างเมืองอัจฉริยะจึงไม่ได้หมายถึงการมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดเท่านั้น แต่คือการทำให้ “ลมหายใจของเมือง” สะอาด ปลอดภัย และเชื่อถือได้ในทุกช่วงเวลา

สุดท้ายแล้ว เมืองที่ชาญฉลาดไม่ใช่เมืองที่มีเพียงเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่คือเมืองที่รู้จักใช้ข้อมูลอย่างมีความหมาย เมื่อข้อมูลจากระบบต่าง ๆ ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันเพื่อตอบโจทย์ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน เมื่อนั้น “ลมหายใจของเมือง” จะไม่ได้เป็นเพียงการไหลเวียนของข้อมูลดิจิทัล แต่เป็นพลังที่ทำให้เมืองสามารถปรับตัว รับมือกับความท้าทาย และเติบโตได้อย่างยั่งยืน เพราะเมืองที่ดี ไม่ใช่แค่เมืองที่หายใจได้ แต่ต้องเป็นเมืองที่หายใจได้อย่างปลอดภัย และมีคุณภาพสำหรับทุกคน

นางสาวภัทรานิษฐ์ เชาวพงษ์

สาขาภาคใต้ตอนบน

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

Hashtag

SmartCity #CityDataPlatform #DataDriven #DigitalTransformation

อ้างอิง

  • สถานีตรวจวัด AW01 สถานีตรวจวัดอากาศเคลื่อนที่ ภูเก็ต. (27 ม.ค. 69). จาก เทศบาลนครภูเก็ต: phuketcity.link
  • Traffy x Bangkok. กรุงเทพฯ รับแจ้ง. (27 ม.ค. 69). จาก กรุงเทพมหานคร: bangkok.traffy.in.th/top
  • Traffy Fondue : Year in Review เปิดสถิติปัญหายอดฮิตที่ชาวกรุงเทพฯ ร้องเรียนกันมากที่สุดในปีที่ผ่านมา (13 ม.ค. 69). จาก Urban Creature: https://urbancreature.co/all-traffy-fondue/
  • ภาพรวมการเดินทางและอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 บนโครงข่ายคมนาคมรวม 6 วัน.
  • (5 ม.ค. 69). จาก ประชาสัมพันธ์กระทรวงคมนาคม: facebook.com/share/p/16zYGCL5CN/
  • พัฒนา Big Data ภูเก็ต. (9 ธ.ค. 69). จาก นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร: facebook.com/share/p/1AWSJ7f2WX/
  • โครงการยกระดับด้านวิศวกรรมความปลอดภัยในถนนสายหลักและสายรองเพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ จังหวัดภูเก็ต. (8 พ.ค. 68). จาก แขวงทางหลวงภูเก็ต: facebook.com/share/p/1cVFf7zYir/
  • Smart City นครศรีธรรมราช ระบบป้องกันภัยน้ำท่วมแบบเรียลไทม์ เข้าถึงได้ทุกคน. (5 ก.ย. 67). จาก POST TODAY: posttoday.com/smart-city/713049