black ribbon
บริการ
TH
EN
TH
CN

วิเคราะห์การบริหารเมืองด้วย Agentic AI ผ่านมุมมองอนิเมะ PSYCHO-PASS

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของมนุษย์ Agentic AI เป็น AI ชนิดหนึ่งที่มีการพัฒนาเพื่อการใช้งานอย่างต่อเนื่อง และกำลังถูกนำมาพูดถึงเป็นวงกว้างอีกครั้ง Agentic AI เช่น AutoGPT, Devin, Task-Driven แม้จะยังไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนจำนวนมากได้อย่าง Generative AI เช่น ChatGPT, Copilot หรือ Deepseek ที่เป็น AI ถามตอบ แต่ก็มีกลุ่มคนไม่น้อยที่ใช้ Agentic AI ในชีวิตประจำวัน แต่เนื่องด้วย Agentic AI ถูกพัฒนาขึ้นให้มีความเป็นอิสระ และสามารถตัดสินใจได้เอง เพื่อช่วยแนะนำการตัดสินใจของมนุษย์ ผู้เขียนจึงมองว่าเป็นเหมือนดาบสองคม เพราะวิธีการที่ใช้ข้อมูลที่เป็นองค์รวมมาวิเคราะห์ เพื่อสรุป และชี้นำแนวทางในการกระทำบางอย่าง อาจมีข้อดีที่ช่วยลดการสูญเสียทรัพยากร ลดต้นทุน ลดการใช้เวลา แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นการชี้นำทางความคิดหากนำมาใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ ทั้งหมดนี้หากไม่ผ่านการตัดสินใจจากมนุษย์ในขั้นสุดท้ายอาจจะทำให้เกิดผลเสียได้

อย่างไรก็ตาม เราปฏิเสธไม่ได้ว่าการนำ AI มาใช้ในชีวิตประจำวันไปจนถึงการบริหารเมืองกลายเป็นเรื่องที่หลายประเทศให้ความสนใจในปัจจุบัน หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจและสะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างลึกซึ้งคืออนิเมะเรื่อง PSYCHO-PASS ซึ่งนำเสนอโลกในอนาคต ปี 2113 ที่ระบบ AI ชื่อ Sibyl System ถูกใช้เพื่อควบคุมและบริหารสังคมผ่านการวิเคราะห์สภาพจิตใจของประชาชน บทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์การบริหารเมืองด้วย Agentic AI ผ่านมุมมองของอนิเมะเรื่อง PSYCHO-PASS

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ Agentic AI กันก่อน Agentic AI คือ AI ที่สามารถ ตัดสินใจ ทำงาน และดำเนินการอย่างอิสระ โดยระบบนี้จะใช้เทคโนโลยีอย่าง Machine Learning (ML) และ Natural Language Processing (NLP) เพื่อให้สามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง และเรียนรู้จากคำสั่งหรือเป้าหมายที่ได้รับ ไม่ต้องรอคำสั่งจากมนุษย์เสมอ เช่น การประเมินสถานการณ์ วิเคราะห์บริบท และ “เลือก” การกระทำที่เหมาะสมตามเป้าหมายที่ได้รับมอบหมาย ไม่ใช่แค่ปัญญาประดิษฐ์ แต่คือ “ตัวแทน” (agent) ที่มีเป้าหมาย และเจตจำนงการกระทำ ภายใต้ระบบที่มนุษย์ออกแบบไว้ ในบริบทนี้เราจะพูดถึงเรื่องของการบริหารเมือง ซึ่ง Agentic AI สามารถนำไปใช้ในการควบคุมเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ได้ในหลายมิติ เช่น:

  • ความปลอดภัยและการบังคับใช้กฎหมาย – ใช้ AI วิเคราะห์ความเสี่ยงของอาชญากรรมล่วงหน้า (Predictive Policing)
  • การจัดการจราจร – ควบคุมระบบขนส่งอัตโนมัติ ลดปัญหารถติดและอุบัติเหตุ
  • การดูแลสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิต – วิเคราะห์พฤติกรรมเพื่อเสนอแนะแนวทางป้องกันปัญหาสุขภาพจิต

ในทำนองเดียวกันนี้ ในจักรวาลของ PSYCHO-PASS บริหารเมืองด้วยระบบ Sibyl System ซึ่งทำหน้าที่เป็น AI ศูนย์กลางที่ตัดสินชะตากรรมของประชาชนโดยการวัดค่า "Psycho-Pass" ซึ่งวัดจากระดับความเครียด ความโกรธ และแนวโน้มที่จะก่ออาชญากรรม หากค่าที่วัดได้มีความรุนแรงสูงเกินไป บุคคลนั้นจะถูกจัดเป็นภัยคุกคามต่อสังคมและถูกดำเนินคดีทันทีแม้ไม่ได้กระทำความผิดใด ๆ ระบบนี้ไม่เพียงแต่ใช้ในการป้องกันอาชญากรรม แต่ยังถูกนำมาใช้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับอาชีพ การศึกษา และแม้กระทั่งการรักษาพยาบาลของประชาชนอีกด้วย ตัวอย่างของการใช้ Sibyl System

  • การป้องกันอาชญากรรมก่อนเกิดเหตุ - Sibyl System สามารถระบุบุคคลที่มีแนวโน้มจะเป็นอาชญากรได้ล่วงหน้า ทำให้สามารถป้องกันอาชญากรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ – ระบบสามารถจัดสรรทรัพยากร และโอกาสให้กับประชาชนตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
  • การสร้างสังคมที่สงบสุข - ด้วยการควบคุมสภาพจิตใจของประชาชน สังคมใน PSYCHO-PASS จึงดูสงบสุขและปราศจากความวุ่นวาย

โดยธีมสำคัญของเรื่อง จะพูดถึงเรื่องของ ความยุติธรรม การควบคุมสังคมด้วย AI ความสงบที่แลกมาด้วยเสรีภาพของประชาชน และการตั้งคำถามว่ามนุษย์ควรถูกตัดสินจาก “ความคิด” หรือ “การกระทำ” เป็นสิ่งที่ดีแล้วหรือไม่

รูปที่ 1 โปสเตอร์ของอนิเมะ ที่เสนอตัวละครหลักที่แม้แต่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดเดียวกัน แต่ยังสามารถมีความหลากหลายทางความคิด บุคลิกภาพ ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจในการบริหารจัดการสถานะการณ์ที่นอกเหนือจากคำแนะนำของ AI

รูปที่ 1 โปสเตอร์ของอนิเมะ ที่เสนอตัวละครหลักที่แม้แต่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดเดียวกัน แต่ยังสามารถมีความหลากหลายทางความคิด บุคลิกภาพ ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจในการบริหารจัดการสถานะการณ์ที่นอกเหนือจากคำแนะนำของ AI

ที่มา : https://www.merahputih.com/post/read/serial-anime-psycho-pass-kembali-dalam-warna-baru

หากเทียบกันในภาพกว้าง Sibyl System กับ Genetic AI มีบางจุดที่คล้ายกัน โดยเฉพาะในแง่ของการใช้ ข้อมูล เพื่อควบคุม หรือตัดสินใจบางอย่าง แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญหลายจุดด้วยเช่นกัน

ตารางที่ 1 วิเคราะห์ความคล้ายกันของระบบ Sibyl และAgentic Ai

ตารางที่ 1 วิเคราะห์ความคล้ายกันของระบบ Sibyl และAgentic Ai

ตารางที่ 2 วิเคราะห์ความแตกต่างของระบบ Sibyl และAgentic Ai ตารางที่ 2 วิเคราะห์ความแตกต่างของระบบ Sibyl และAgentic Ai

การบริหารเมืองด้วย Agentic AI ในมุม Psycho-Pass

ตารางที่ 3 วิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของการบริหารเมืองด้วย Agentic AI ในมุม Psycho-Pass

ตารางที่ 3 วิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของการบริหารเมืองด้วย Agentic AI ในมุม Psycho-Pass

บทเรียนที่สะท้อนจาก Psycho-Pass ต่อแนวคิด Agentic AI

  • Ethics vs Efficiency การบริหารเมืองที่มีประสิทธิภาพสูงสุด อาจแลกมาด้วยการสูญเสียศีลธรรมพื้นฐาน เช่น ความเห็นอกเห็นใจ
  • ถ้า AI มีอำนาจตัดสินทุกอย่าง ใครจะเป็นคน “ตรวจสอบ” หรือ “รับผิดชอบ”?
  • AI ไม่ควรแทนที่ความเป็นมนุษย์ ความเมตตา ความเข้าใจ การเปลี่ยนแปลงตัวเอง เป็นสิ่งที่ AI ยังไม่สามารถ “เข้าใจ” ได้จริง
  • มนุษย์ไม่ควรถูกกำหนดด้วยตัวเลข มนุษย์มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลง สำนึกผิด และเติบโต ซึ่ง AI หรือระบบอย่าง Sibyl มองไม่เห็น
  • ระบบ Sibyl ควบคุมชีวิต และทางเลือกคนตั้งแต่เกิด แม้แต่เด็ก 5 ขวบในเรื่องที่ถูกวัดว่ามีค่า Psycho-Pass เกินกำหนดก็ถูกมองว่าเป็นอาชญากร และใช้ชีวิตด้วยการถูกขังในบ้านและที่ทำงานซึ่งมีงานเดียวในชีวิตให้ทำคืองานของหน่วยสอบสวน บางคนถูกวัดค่าความสามารถให้ไปทำงานที่ตนเองไม่ชอบ ซึ่งอาจจะเกิดความเศร้า ความกดดัน และกลายเป็นอาชญากรในอนาคตก็เป็นได้ Sibyl System อาจสร้างโลกที่คนใช้ชีวิตตามระบบ แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสมีความคิด ความฝัน ความทะเยอทะยาน ที่ซึ่งเป็นคุณสมบัติของความเป็นมนุษย์

ถ้าใช้ Agentic AI ในการบริหารเมืองจริง จะต่างจาก Sibyl ได้ยังไง?

  • ต้องมี Human-in-the-loop มนุษย์ต้องมีสิทธิ์ทบทวน ตัดสิน หรือแทรกแซง AI
  • มีระบบตรวจสอบอำนาจ AI เช่น กฎหมาย
  • ต้องออกแบบให้ AI มีความเข้าใจเรื่อง “เจตนา” และ “พัฒนาการ” ของมนุษย์ ไม่ใช่ตัดสินจากความกลัวหรือความเสี่ยงอย่างเดียว
  • ไม่ควรใช้ AI ตัดสิน “คุณค่าของชีวิต”

ในมุมมองของผู้เขียนหลังจากได้ดูอนิเมะเรื่องนี้ จึงเกิดคำถามขึ้น จุดเด่นของเรื่องที่ทำให้เป็นที่สนใจคือ “ปืน” ที่หน่วยตรวจการใช้ จะสามารถยิงได้ก็ต่อเมื่อระบบประเมินแล้วว่าเป้าหมายมีค่า Psycho-Pass สูงเกินกำหนด คำถามคือ ถ้าระบบอ่านค่าผิดจะเกิดอะไรขึ้น

A) ผู้บริสุทธิ์ที่ระบบประเมินว่ามีไซโคพาธต้องถูกตัดสินว่าเป็นอาชญากรที่ต้องกำจัด

B) ไม่สามารถปกป้องตัวเองจากอาชญากรที่ระดับสูงที่เก็บค่า Psycho-Pass ตัวเองไม่ให้แสดงต่อระบบได้

รูปที่ 2 ปืนที่ควบคุมระดับความยิงด้วยคำแนะนำจาก AI ที่อ่านค่า Psycho-Pass ของประชาชน

รูปที่ 2 ปืนที่ควบคุมระดับความยิงด้วยคำแนะนำจาก AI ที่อ่านค่า Psycho-Pass ของประชาชน

ที่มา : https://info-en-blog.cerevo.com/2023/10/05/2872/

ประเด็นที่สองคือ การให้อำนาจกับ AI มากเกินไป อาจนำไปสู่ปัญหาด้านจริยธรรมในการพัฒนา Smart City เพราะ AI นั้นทำหน้าที่เพียงวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังโดยองค์รวม ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างการดำเนินงานในเมืองต่าง ๆ เช่น

  • เมืองเซินเจิ้น (Shenzhen) ประเทศจีน เป็นเมืองนำร่องด้าน Smart City และเทคโนโลยี AI ของจีน ใช้ระบบ Social Credit และกล้องจดจำใบหน้า กว่า 1 ล้านตัวทั่วเมือง มีระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวของคนและยานพาหนะแบบเรียลไทม์ (เคยเป็นข่าวว่าใช้ตรวจจับผู้ที่ข้ามถนนผิดกฎจราจร และแสดงชื่อ-ใบหน้าในที่สาธารณะ) ทำให้ประชาชนบางส่วนรู้สึกว่าขาดเสรีภาพในการใช้ชีวิต
  • เมืองซองโด (Songdo) ประเทศเกาหลีแม้จะมีการก่อสร้างที่เกิดขึ้นจริงแล้วตั้งแต่ปี 2003 แต่เมืองถูกออกแบบให้เต็มไปด้วยการเก็บข้อมูล สามารถ "เห็น" และ "วิเคราะห์" พฤติกรรมของคนในเมืองได้เกือบทุกมิติ ในกรณีนี้จึงมีข้อกังวลจากประชาชนในเรื่องกล้องและระบบติดตามอัจฉริยะ คนเริ่มรู้สึกว่าถูกเฝ้าดูตลอดเวลา และเกิดคำถามด้าน “จริยธรรม” และ “สิทธิส่วนบุคคล”

จากบทวิเคราะห์ข้างต้น Psycho-Pass คือบทเรียนที่ชัดเจนว่า การบริหารเมืองด้วย Agentic AI โดยไร้หลักมนุษยธรรม จะนำไปสู่ความเงียบสงบที่เต็มไปด้วยความกลัว แม้ว่าจะสามารถทำให้เมืองมีเสถียรภาพและลดอาชญากรรมได้ แต่ในขณะเดียวกัน การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้เราสูญเสียเสรีภาพทางความคิดและความเป็นมนุษย์ เราไม่สามารถหยุดโลกที่หมุนไปได้แต่หากเราอยากใช้ AI บริหารเมืองจริงๆ จะต้องวางโครงสร้างให้ AI เป็น เครื่องมือ ไม่ใช่ ผู้ปกครองเมือง ในทางเดียวกันการออกแบบเมืองภายใต้แนวคิด Smart City ต้องเริ่มจาก “คน” และ “วิถีชีวิต” (Human-Centered Design) ไม่ใช่การออกแบบตามทฏษฎี หรือข้อมูล ที่ใช้เครื่องมือแค่เทคโนโลยีหรือสถาปัตยกรรม

นางสาว อนงค์นาฏ ปัญญาเจริญ

ภาคเหนือตอนบน

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

ที่มา :