black ribbon
บริการ
TH
EN
TH
CN

AI กับการบริหารความเปลี่ยนแปลง: เตรียมธุรกิจให้พร้อมแข่งขันในอนาคต

ในยุคโลกปัจจุบันที่สิ่งรอบตัวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ทั้งในภาคธุรกิจและการใช้ชีวิตประจำวัน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของธุรกิจทั่วโลก องค์กรที่สามารถนำ AI มาปรับใช้ในการบริหารความเปลี่ยนแปลง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะมีความได้เปรียบในการแข่งขันและสามารถปรับตัวให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจได้รวดเร็วกว่าเดิม

การบริหารความเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลกลายเป็นหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูธุรกิจในยุค เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยองค์กรปรับตัวและสร้างกระบวนในการดำเนินงานให้มีความเป็นมาตรฐานมากขึ้น ทำให้ผู้บริหารสามารถวางกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทสามารถแข่งขันได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพราะ AI สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ตัวอย่างเช่น การใช้ AI เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มตลาด หรือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงหลังการระบาดของ COVID-19 รวมไปถึงการใช้ AI เพื่อลดความซับซ้อนของกระบวนการต่าง ๆ เช่น การจัดการซัพพลายเชน การให้บริการลูกค้า และการผลิต ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

การประยุกต์ใช้ AI ในธุรกิจไม่ได้เป็นเพียงแค่การเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน แต่ยังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันองค์กรให้ประสบความสำเร็จในยุคดิจิทัล ด้วยความสามารถของ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลและปรับกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำ ธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมจึงเริ่มเรียนรู้และประยุกต์ใช้ AI ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและเพิ่มศักยภาพในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น

  1. การเพิ่มศักยภาพในการวิเคราะห์และตัดสินใจ : AI มีความสามารถในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลในเวลาอันรวดเร็ว ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจตลาดและลูกค้าได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยปรับกลยุทธ์ให้แม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  2. การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ: AI มีบทบาทสำคัญในการลดงานที่ซ้ำซ้อนและใช้เวลานาน ช่วยให้ธุรกิจสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่า
  3. การสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจลูกค้า: การประยุกต์ใช้ AI ในธุรกิจการตลาดมีบทบาทสำคัญในการสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล (Personalization) ซึ่งทำให้ลูกค้ารู้สึกได้รับการดูแลและใส่ใจอย่างแท้จริง
  4. การขยายขีดจำกัดธุรกิจด้วยนวัตกรรม: การนำ AI มาใช้ในองค์กรธุรกิจช่วยให้ธุรกิจสามารถพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ และขยายขีดจำกัดของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงแค่เพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาด แต่ยังช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวอีกด้วย
  5. การเพิ่มความยืดหยุ่นในยุคดิจิทัล: การปรับตัวอย่างรวดเร็วในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งจำเป็น AI ช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในยุคการเปลี่ยนแปลงปัจจุบัน การแข่งขันด้านธุรกิจค่อนข้างสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs นั้นจำเป็นต้องมีการปรับตัวเพื่อยกระดับการทำงานขององค์กร หรือธุรกิจ โดยหาก SMEs ไม่มีการปรับตัวในการแข่งขันด้านธุรกิจ อาจจะทำให้ธุรกิจปิดตัวลงได้ เนื่องจากเกิดการขาดทุน ดังนั้น ผู้นำธุรกิจ หรือ ผู้นำองค์กร ต้องมีวิสัยทัศน์และกลยุทย์ในการปรับตัวเพื่อยกระดับองค์กรและบุคลากรภายในองค์กรให้ทัดเทียใมกับสถาณการณ์การแข่งขันในปัจุบัน ประเด็นสำคัญคือ แนวทางการสร้างความได้เปรียบในธุรกิจ SMEs โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เข้ามายกระดับในธุรกิจ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสใหม่ในการแข่งขัน ที่ไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน แต่ยังช่วยเสริมสร้างความได้เปรียบในตลาดที่มีการแข่งขันสูง โดยการนํา AI มาใช้ในองค์กรธุรกิจ SMEs เพื่อช่วยให้สามารถเติบโตและก้าวข้ามอุปสรรคในตลาด ตามตัวอย่าง ดังนี้

1. การยกระดับแผนการตลาด

การใช้ AI ในธุรกิจ SMEs ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าได้อย่างละเอียด ทั้งพฤติกรรมการซื้อและการคาดการณ์ความต้องการในอนาคต ข้อมูลเหล่านี้ช่วยในการวางแผนการตลาดที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

2. ความเข้าใจการมีส่วนร่วมของลูกค้า

การประยุกต์ใช้ AI ในธุรกิจ SMEs ช่วยติดตามและวิเคราะห์การมีส่วนร่วมของลูกค้า (Customer Engagement) ได้ดียิ่งขึ้น โดยการทำความเข้าใจการตอบสนองของลูกค้าต่อคอนเทนต์และกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งช่วยปรับกลยุทธ์และสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจลูกค้าได้แม่นยำยิ่งขึ้น

3. การทำความเข้าใจและวิเคราะห์คู่แข่ง

การนำ AI มาใช้ในองค์กรธุรกิจช่วยให้สามารถวิเคราะห์คู่แข่งได้อย่างลึกซึ้ง โดยใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย หรือฐานข้อมูลสาธารณะ เพื่อประเมินความสามารถและหาจุดแข็งจุดอ่อนของคู่แข่ง

4. การสร้างความมั่นคงและปลอดภัยในโลกไซเบอร์

ในปัจจุบันธุรกิจ SMEs หลายแห่งกำลังเผชิญกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การนำ AI มาใช้ในองค์กรธุรกิจกลายเป็นทางเลือกที่สำคัญในการเสริมสร้างความปลอดภัยในระบบต่าง ๆ ขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่าง Netflix

รูปที่ 1 ตัวอย่าง Netflix ที่มา:https://www.newamerica.org

ขอยกตัวอย่าง ธุรกิจ Netflix: จากธุรกิจเช่า DVD สู่ผู้นำสตรีมมิ่งระดับโลกด้วยพลัง AI ในยุคเริ่มต้น Netflix เป็นเพียงธุรกิจให้เช่า DVD ทางไปรษณีย์ ซึ่งเผชิญกับการแข่งขันที่สูงจากร้านเช่าวิดีโอแบบดั้งเดิมอย่าง Blockbuster ที่มีสาขาทั่วประเทศและเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายกว่ามาก สถานการณ์ของ Netflix ในตอนนั้นสถานการณ์ทางธุรกิจไม่ค่อยมั่นคง แต่มีจุดเปลี่ยนสำคัญคือการนำ AI และ Machine Learning มาใช้ในการดำเนินธุรกิจอย่างจริงจัง โดยมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยี ดังนี้

  1. การพัฒนาระบบแนะนำเนื้อหา (Recommendation Engine): Netflix พัฒนาระบบอัลกอริธึมที่ซับซ้อนเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลการรับชมของผู้ใช้แต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นประวัติการดู การให้คะแนน ความสนใจในประเภทของเนื้อหา นักแสดง หรือแม้แต่เวลาที่ดู จากนั้น AI จะนำข้อมูลเหล่านี้มาประมวลผลและแนะนำภาพยนตร์หรือซีรีส์ที่ผู้ใช้น่าจะชื่นชอบได้อย่างแม่นยำ
  2. การปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ (User Experience Optimization): AI ช่วยให้ Netflix เข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้บนแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการค้นหา การเลื่อนดู หรือการตัดสินใจเลือกรับชม ทำให้ Netflix สามารถปรับปรุงอินเทอร์เฟซ การนำเสนอเนื้อหา และฟีเจอร์ต่างๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น
  3. การตัดสินใจสร้างและซื้อเนื้อหา (Content Acquisition and Creation): ข้อมูลเชิงลึกที่ได้จาก AI ไม่ได้หยุดอยู่แค่การแนะนำเนื้อหา แต่ยังถูกนำมาใช้ในการตัดสินใจว่าควรจะซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์เรื่องใด หรือควรจะลงทุนสร้างเนื้อหาออริจินัลแบบไหน เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ชมในวงกว้างและเฉพาะกลุ่ม
  4. การตลาดและการรักษาฐานลูกค้า (Marketing and Customer Retention): AI ช่วยให้ Netflix สามารถทำการตลาดแบบเฉพาะเจาะจง (Personalized Marketing) ส่งข้อความหรือโปรโมชั่นที่เกี่ยวข้องกับความสนใจของผู้ใช้แต่ละคน นอกจากนี้ AI ยังช่วยในการวิเคราะห์ปัจจัยที่อาจทำให้ผู้ใช้ยกเลิกบริการ และนำข้อมูลนั้นมาปรับปรุงกลยุทธ์เพื่อรักษาฐานลูกค้าไว้

การนำ AI มาประยุกต์ใช้อย่างจริงจัง ทำให้ Netflix สามารถยกระดับและสร้างความแตกต่างและข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน เพิ่มความพึงพอใจและความผูกพันของผู้ใช้ ขยายฐานผู้ใช้ทั่วโลก เป็นผู้นำในการสร้างสรรค์เนื้อหาออริจินัล กล้าลงทุนสร้างซีรีส์และภาพยนตร์ที่เป็นที่นิยมไปทั่วโลก จากธุรกิจเช่า DVD ที่กำลังเผชิญความท้าทาย Netflix ได้พลิกสถานการณ์ของตัวเองอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีและความบันเทิงมูลค่ามหาศาล โดยมี AI เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จของธุรกิจ ดังกล่าวฯ

Netflix ลงทุน 9 แสนดอลลสร์ต่อปี

รูปที่ 2 Netflix ลงทุน 9 แสนดอลลสร์ต่อปี ที่มา https://www.marketingoops.com

สรุป ผู้เขียนมีความเห็นว่า ภาพรวมAI ในยุคปัจจุบัน เป็นนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีที่สำคัญ เพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับนักธุรกิจที่จะใช้ในการรับมือต่อความเปลี่ยนแปลงและปรับธุรกิจให้พร้อมแข่งขันในอนาคต ธุรกิจสามารถใช้ AI วิเคราะห์แนวโน้มตลาดและคาดการณ์พฤติกรรมการบริโภคลูกค้า มีระบบอัตโนมัติช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และปรับปรุงกระบวนการทำงาน AI ยังช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ด้วยการนำเสนอสินค้าหรือบริการที่ตรงใจมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ รวมถึงช่วยพัฒนาทักษะพนักงาน ส่งเสริมการเรียนรู้ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน นอกจากนี้ AI ยังช่วยบริหารความเสี่ยงด้านไซเบอร์และการคาดการณ์ปัญหาล่วงหน้า องค์กรที่นำ AI มาปรับใช้จะสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และช่วยให้ธุรกิจแข่งขันได้ในระยะยาว ในยุคดิจิทัลที่องค์กรทั่วโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนประสิทธิภาพและการเติบโตขององค์กรในหลายๆด้านและเป็นทางรอดของธุรกิจ ที่มีภาวะการแข่งขันที่สูงมากในโลกปัจจุบัน

นัฐพงศ์ สัสดีเดช

สาขาภาคใต้ตอนบน

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

ที่มาของข้อมูล: