ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก สำหรับหลายคน ฟุตบอลไม่ใช่แค่กีฬา แต่คือวิถีของผู้คนในท้องถิ่นที่จัดตั้งและสนับสนุนสโมสรในท้องที่ หรือที่เราเรียกว่าแฟนบอล มันคือการรวมตัวกัน ร้องเพลง ส่งเสียงเชียร์ ให้กับทีมที่เขารัก และแผ่ขยายความนิยมจนกระทั่งกลายเป็นกีฬาที่มีแฟนบอลกระจายอยู่ทุกมุมโลก แต่ปัจจุบัน วิถีที่ว่ากำลังอยู่ในจุดที่ถูกเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เข้ามาแทรกซึม แทรกแซง และอาจทำให้เกิดการสั่นคลอน เหมือนกับที่ทุกวงการและอุตสาหกรรมทั่วโลกเคยเผชิญมาแล้ว และวันนี้ เหล่าแฟนบอลทั้งโลกกำลังโต้เถียงกันว่าจะทำอย่างไรให้เทคโนโลยีกับหัวใจของเกมนี้อยู่ร่วมกันได้
ยุคดิจิทัลบุกสนาม
AI ถูกเริ่มนำมาใช้ในโลกฟุตบอลแบบเนียน ๆ จากการที่สโมสรฟุตบอลชั้นนำจ้างนักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysts) และใช้ข้อมูลเพื่อวางแผนภายในเพื่อรีดเค้นศักยภาพสูงสุดของผู้เล่นออกมา ในปัจจุบันมันก้าวข้ามไปเกินกว่าแค่การวิเคราะห์ทางสถิติธรรมดา สโมสรอย่างลิเวอร์พูลในอังกฤษ ร่วมมือกับ Google DeepMind แผนกวิจัยด้าน AI ของ Google สร้าง TacticAI ซึ่งเป็น AI ที่ใช้ Graph Neural Networks และ Deep Learning มานำเสนอแผนการเล่นหรือแทคติกสำหรับการเล่นลูก Set Piece หรือ Set Play โดยเฉพาะอย่างยิ่งแทคติกเล่นลูกเตะมุม ช่วยให้โค้ชสามารถวางตำแหน่งผู้เล่นที่เหมาะสมและสร้างรูปแบบการเคลื่อนที่ด้วยความแม่นยำสูง

ภาพที่ 1 (A) สถานการ์จำลองการเตะมุมถูกแปลงให้เป็นกราฟ ผู้เล่นแต่ละคือจุดยอด (node) ในกราฟนั้น เราใช้วิธีการ graph neural network เพื่อปรับค่าแต่ละ node ให้เป็นปัจจุบันโดยอาศัย message passing จาก node รอบข้าง
(B) วิธีประมวลผลลลูกเตะมุมโดย TacticAI : สะท้อนแผนผังการเล่นลูกเตะมุมในแนวนอนและแนวตั้งทำให้เกิดการเตะมุมได้ทั้งหมด 4 รูปแบบ หลังจากนั้นจะถูกส่งต่อไปที่โมเดลของ TacticAI ระบบจะทำการAll four possible combinations of reflections are applied to the corner, and fed to the core TacticAI model. They interact to compute the final player representations, which can be used to predict outcomes.
ที่มา: https://deepmind.google/discover/blog/tacticai-ai-assistant-for-football-tactics/
สโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกปัจจุบันใช้แพลตฟอร์ม AI ทำหน้าที่เป็นแมวมอง (Talent Scouting) เฟ้นหานักเตะดาวรุ่งที่มีฝีเท้าที่โดดเด่น บริษัท Eyeball มีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ซึ่งเป็นวีดีโอการเล่นฟุตบอลในสนามของนักเตะเยาวชนจำนวนเกือบ 180,000 ราย ใน 28 ประเทศทั่วโลก โดยระบบสามารถคัดกรองได้ว่าผู้เล่นคนไหนมีความสามารถเหมาะกับแทคติกที่โค้ชต้องการเล่น และแพลตฟอร์มนี้ได้ปฏิวัติวงการแมวมองของแต่ละสโมสรไปอย่างสิ้นเชิง

ภาพที่ 2 แพลตฟอร์ม Eyeball
ที่มา: https://www.eyeball.club/scouts/
วิทยาศาสตร์ในสนามหญ้า
การวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับโลกฟุตบอลสมัยใหม่ได้อาศัย AI Algorithm ในการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่แบบ Real-Time ในสนามฟุตบอลของสโมสรระดับท็อปของยุโรปทุกวันนี้ ใช้ระบบ Hawk-Eye ติดตั้งกล้อง 14 ทำการภาพที่ 2500 เฟรมต่อวินาที (Frame per Second : FPS) ผนวกกับ Computer Vision ในการติดตามการเคลื่อนที่ของผู้เล่นและวิเคราะห์ข้อมูลโดยละเอียดที่ความแม่นยำระดับมิลลิเมตร

ภาพที่ 3 การติดตั้งกล้องในสนามฟุตบอลเพื่อใช้กับระบบ Hawk-Eye
ที่มา: https://www.digitaltrends.com/health-fitness/hawk-eye-sports-tech/
นอกเหนือจากนี้ระบบ AI ยังถูกใช้วิเคราะห์พฤติกรรมของผู้เล่น แบบแผนการเล่นของทีมและการเปลี่ยนแปลงของรูปเกม ไม่ว่าจะการประสานงานระหว่างผู้เล่น การเคลื่อนที่ของลูกบอลจากเท้าสู่เท้า ฯลฯ หรือที่เรียกรวมกันว่า Match Dynamics อีกทั้งระบบสามารถทำนายระดับความเหนื่อยล้าของนักเตะ วิเคราะห์ความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บหรือแม้กระทั่งบอกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเปลี่ยนตัวผู้เล่นสำรองลงสนาม เทคโนโลยีเหล่านี้ผ่านการพิสูจน์ในสนามแข่งขันจริงมาแล้ว อย่างกรณีสโมสรลิเวอร์พูลพบว่า หลังจากใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า นักเตะสามารถเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น 5% ซึ่งสำหรับในเกมฟุตบอลระดับมืออาชีพนับว่าเป็นตัวเลขที่สร้างผลกระทบไม่น้อย เพราะแต่ละจังหวะการเล่นวัดกันแค่ในช่วงเสี้ยววินาที
การพัฒนาและฝึกซ้อมในยุคใหม่
ศูนย์ฝึกผู้เล่นเยาวชน (Youth Academy) เป็นแหล่งบ่มเพาะอย่างดีสำหรับการนำ AI เข้ามาใช้ในการติดตามข้อมูลนักเตะเยาวชน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทักษะฟุตบอลเชิงเทคนิค การพัฒนาทางกายภาพ และทักษะความเข้าใจในแทคติก บางศูนย์ฝึกถึงขั้นใช้ระบบความเป็นจริงเสมือนหรือ Virtual Reality (VR) ในการจำลองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในการแข่งขันจริง เพื่อให้ผู้เล่นได้ฝึกรับมือและฝึกการตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น
Wiener Sportclub สโมสรฟุตบอลในออสเตรีย ได้นำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์เกมการแข่งขันของนักเตะเยาวชนทุกนัด โดยระบบจะทำหน้าที่สนับสนุนการทำงานของโค้ชในการพัฒนาความสามารถของนักเตะเยาวชนเหล่านี้ ช่วยประหยัดเวลาและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่คุณภาพของการฝึกซ้อมนักเตะและการวิเคราะห์ข้อมูลการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น

ภาพที่ 4 ระบบ tracking ในสนามของ Weiner Sportclub
ที่มา: https://www.trendingtopics.eu/zone14-stats/
เทคโนโลยีกับอรรถรสของการแข่งขัน
ในระยะหลายปีที่ผ่านมานี้ เทคโนโลยีที่ทำให้เกิดข้อโต้เถียงกันมากที่สุดคงหนีไม่พ้นระบบการตัดสินโดยใช้ภาพรีเพลย์หรือไฮไลท์การแข่งขันหรือที่เราเรียกกันว่าระบบ VAR หรือ Video Assistant Referee ข้อมูลผลสำรวจจาก YouGov พบว่า 2 ใน 3 ของแฟนบอลพรีเมียร์ลีกเชื่อว่าระบบ VAR ทำให้สูญเสียอรรถรสในการดูฟุตบอล นอกจากนี้ 40% ของแฟนบอลถึงขั้นอยากจะเลิกดูฟุตบอลถ่ายทอดสดไปเลย
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทางสถิติแสดงให้เห็นว่าการนำ VAR มาใช้ช่วยทำให้ผลการตัดสินมีความแม่นยำเพิ่มขึ้นจาก 93% เป็น 98.8% ผลการศึกษาของ International Football Association Board และทางพรีเมียร์ลีกรายงานว่า VAR ทำให้เกิดการล่าช้าในการตรวจสอบโดยเฉลี่ยเพียงแค่ 50 วินาทีต่อนัด และหากมีการย้อนวีดีโอเพื่อทบทวนดูซ้ำก็จะกินเวลาโดยเฉลี่ยเพิ่มเพียงแค่ 70 วินาทีท่านั้น
มองไปถึงอนาคต เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างเช่น บริษัท zone14 ที่พัฒนาระบบการวิเคราะห์ผ่านวีดีโอ โดยระบบจะทำการบันทึกการแข่งขันผ่านกล้อง ที่ทำการ Tracking แบบไม่ต้องมีอุปกรณ์เสริมหรือเครื่องติดตามตัวที่ผู้เล่นเลยแม้แต่นิดเดียว แต่สามารถให้ข้อมูลและวิเคราะห์แบบ Real-Time ทั้งยังสามารถย้อนดู Replay ในขณะที่เกมกำลังดำเนินอยู่ หรือถถ่ายทอดสด (Streaming) ไปยังทีมโค้ชหรือแฟนบอลได้อีกด้วย ผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือไลน์แมน (Lineman) Dr. Ian Pearson กล่าวถึงกรณีที่มีผู้คาดการณ์ว่าการแข่งขันฟุตบอลในอนาคต อาจจะใช้หุ่นยนต์ทำหน้าที่แทนว่ามีความเป็นไปได้ เพราะ AI สามารถตัดสินใจได้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากกว่าผู้ตัดสินที่เป็นมนุษย์ โดยเฉพาะกรณีเชิงเทคนิคอย่างเช่นกฎล้ำหน้า (Offside)
สมดุลแห่งการใช้ AI
ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปเพียงใด จุดกำเนิดของกีฬาฟุตบอลก็มาจากมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นในสนาม แฟนบอล หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้จัดการทีมระดับ Top หลายคนได้เน้นย้ำเสมอว่าแม้ AI จะสามารถวิเคราะห์หรือให้ข้อมูลเชิงลึกได้ แต่แก่นแท้ของฟุตบอลก็มาจากความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ มาจากสัญชาติญาณ และการใช้จิตวิทยาหรือการมีอารมณ์ร่วม Lukas Grömer จาก zone14 กล่าวว่า AI นั้นทำหน้าที่ได้เพียงคอยสนับสนุนผู้ช่วยโค้ชหรือผู้ฝึกสอนเท่านั้น แต่ไม่สามารถทดแทนคนจริงที่ทำหน้านี้ดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์
ในมุมมองของนักฟุตบอลอาชีพต่างก็มีความเห็นที่แตกต่างกันไปเกี่ยวกับอิทธิพลของ AI ในเกมฟุตบอล แน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีในการช่วยพัฒนาศักยภาพของพวกเขาหรือช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บหรือความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น แต่ถึงกระนั้นแล้วนักเตะบางคนก็ยังมีความเคลือบแคลงเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ติดตามหรืออาศัยข้อมูลในการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ที่อาจจะมากเกินไป นักเตะระดับโลก เช่น Harry Kane ก็มีการนำ AI มาใช้เพื่อปรับแผนการฝึกซ้อมจนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่ก็ยังมีการถกเถียงกันว่านักเตะควรจะพึ่งพา AI หรือข้อมูลมากแค่ไหนหรือควรจะเชื่อในสัญชาติญาณ อาศัยประสบการณ์ การพลิกแพลง การใช้จินตนาการของตัวเองมากกว่ากัน ซึ่งนักเตะก็ต้องหาจุดสมดุลที่ลงตัวให้ได้
ความก้าวหน้าหรือเสน่ห์แบบดั้งเดิม
ในปัจจุบันก็ยังคงมีข้อถกเถียงระหว่างบทบาทของ AI ในกีฬาฟุตบอล ซึ่งสอดคล้องไปกับการถกเถียงถึงบทบาทของเทคโนโลยีกับสิ่งที่มีมาอย่างช้านาน สิ่งที่เกี่ยวข้องกับผู้คน วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณี ฝ่ายของผู้ที่สนับสนุนจะโต้แย้งว่าการนำ AI มาใช้งานทำให้การแข่งขันเกิดความเป็นธรรม (Fairness) และทำให้กีฬานั้นมีความเป็นมาตรฐานหรือความเป็นมืออาชีพ (Professionalism) โดยพวกเขาก็จะยกตัวอย่างประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเช่น AI ช่วยลดการตัดสินที่ผิดพลาดที่เกิดจากตัวผู้ตัดสิน และช่วยในการวิเคราะห์แผนการเล่นทำให้เกมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ฝั่งของผู้ที่วิจารณ์เรื่องนี้ มีความกังวลว่าการนำ AI หรือเทคโนโลยีเข้ามาใช้นั้นเป็นการลดความเป็นฟุตบอลซึ่งเป็นกีฬาที่ยึดโยงกับอารมณ์ร่วมของผู้คนหรือพูดง่าย ๆ คือมันเป็นกีฬาที่มีความดราม่าเข้ามาปนอยู่ด้วย Kjetil Haugen และ Knut Heen นักวิชาการชาวนอร์เวย์ให้ความเห็นว่าเทคโนโลยีจะยิ่งช่วยทำให้ทีมยักษ์ใหญ่ที่เหนือว่าทีมอื่น ๆ อยู่แล้วยิ่งเก่งขึ้นและได้เปรียบยิ่งกว่าเดิม การนำ AI เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์แผนการเล่นจะทำให้สโมสรเล็ก ๆ ที่มักจะใช้แผนที่ต่างจากปกติเพื่อให้สโมสรใหญ่จับทางไม่ได้หรือเซอไพรส์คู่แข่ง เพื่อทีมตัวเองมีโอกาสที่จะสู้กับทีมใหญ่ได้ถูกทีมใหญ่ดักทางได้หรือรับมือได้ง่ายขึ้น
กลับมาสู่โลกความจริงมันก็คือเรื่องของการหาจุดสมดุล ความพอดี ในขณะที่เราเปิดรับเทคโนโลยีเข้ามาเราก็ต้องไม่ลืมว่าฟุตบอลมันถูกเล่นด้วยผู้คน นั่นคือสิ่งที่ทำให้เราตกหลุมรักกีฬาฟุตบอลตั้งแต่แรก ส่วนเรื่องการนำเทคโนโลยีเข้ามานั้นจะช่วยส่งเสริมหรือทำให้เสียอรรถรสในเกมกีฬานั่นก็เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันต่อไป ก็ไม่ต่างอะไรกับเวลาที่แฟนบอลเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตายเกี่ยวกับผลการตัดสินของผู้ตัดสินในสนามนั่นแหละ ยังไงก็จะมีฝ่ายนึงที่ได้ประโยชน์และอีกฝ่ายเสียประโยชน์ แต่สิ่งเหล่านี้แหล่ะมันคือส่วนนึงของวิถีฟุตบอล สิ่งที่พาแฟนบอลเหล่านี้มารวมตัวกัน มีการหยอกล้อ การพูดข่มกัน ท้ายสุดแล้วฟุตบอลมันก็เหมือนสิ่งอื่น ๆ ในโลกที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบ ถ้านาน ๆ ทีจะมีประเด็นดราม่าบ้าง นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ฟุตบอลมันสมบูรณ์แบบอยู่แล้วก็ได้
วรุจ อัครวรทิฆัมพร
ฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทับ
อ้างอิง
Moeller, M. (2024) ‘How AI is Transforming Football, Marketing, and Industry: A Look at Emerging Trends’, LinkedIn, 18 October. Available at: https://www.linkedin.com/pulse/how-ai-transforming-football-marketing-industry-look-emerging-9vg0e/ (Accessed: 8 January 2025).
OpenCV.AI. (no date) ‘AI in football — comprehensive use cases’. Available at: https://www.opencv.ai/blog/ai-in-football (Accessed: 8 January 2025).
McLeod, R. (2024) ‘Should we replace VAR with AI?’, LinkedIn, 24 April. Available at: https://www.linkedin.com/pulse/should-we-replace-var-ai-rob-meleod (Accessed: 2 December 2024).
Booth, R. (2025) ‘Football coaches could soon be calling on AI to scout the next superstar’, The Guardian, 4 January. Available at: https://www.theguardian.com/technology/2025/jan/04/football-coaches-could-soon-be-calling-on-ai-to-scout-the-next-superstar (Accessed: 8 January 2025).
DeepMind (2024) ‘TacticAI: an AI assistant for football tactics’, Google DeepMind, 19 March. Available at: https://deepmind.google.com/discover/blog/tacticai-ai-assistant-for-football-tactics/ (Accessed: 8 January 2025).
Oppel, J. (2024) ‘Innovation in football through artificial intelligence’, zone14, 31 July. Available at: https://zone14.ai/en/blog/innovation-in-football-through-artificial-intelligence (Accessed: 8 January 2025).
Sky Sports (2021) ‘VAR survey: 40 per cent of fans likely to turn away from live football’, Sky Sports, 2 June. Available at: https://www.skysports.com/football/news/11095/12322415/var-survey-40-per-cent-of-fans-likely-to-turn-away-from-live-football (Accessed: 8 January 2025).
The Guardian (2023) ‘The Guardian view on VAR: a slower, longer and fairer game may not be what football fans want’, The Guardian, 1 December. Available at: https://www.theguardian.com/commentisfree/2023/dec/01/the-guardian-view-on-var-a-slower-longer-and-fairer-game-may-not-be-what-football-fans-want (Accessed: 8 January 2025).
YouGov Survey (2020) ‘VAR makes Premier League less enjoyable - YouGov survey’, BBC Sport, 4 February. Available at: https://www.bbc.com/sport/football/51375410 (Accessed: 8 January 2025).