ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) นำมาซึ่งโอกาสและความท้าทายอย่างมากในหลากหลายอุตสาหกรรมและชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน โดย AI ได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยเงินลงทุนมหาศาลทั้งในด้านวิจัยและการพัฒนา โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจต่างให้ความสำคัญกับพัฒนา AI อย่างเต็มที่ จึงนำไปสู่แนวคิดยอดฮิต “AI First” ที่ช่วยผลักดัน AI เป็นหัวใจของการพัฒนาเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ และได้รับการเน้นย้ำในการประชุม World Economic Forum ปี 2024 ที่ดาวอส ว่า AI คือ ผู้เปลี่ยนเกมที่แท้จริง
ความสามารถของ AI ที่น่าสนใจได้แก่ การจดจำใบหน้า การจดจำเสียงพูด การเข้าใจภาษา และได้รับการพัฒนามาจนถึงระดับ Reasoning Based AI หรือ การพูดคุยโต้ตอบอย่างมีเหตุมีผล และยังมีแนวโน้มจะพัฒนาความฉลาดมากขึ้นจนถึงระดับ AGI (Artificial General Intelligence: AI ที่มีความฉลาดเทียบเท่ามนุษย์) และระดับ ASI (Artificial Super Intelligence ที่มีขีดความสามารถเหนือมนุษย์ในทุกด้าน) ตามลำดับ ความก้าวหน้าเหล่านี้ เกิดจาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่
โอกาสของ AI ต่ออุตสาหกรรม

ภาพที่ 1 ดีป้า เปิดตัวโครงการ AI for Better Life เพื่อประชาชนไทย ปี 2567
ที่มา สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
นอกจากนี้ AI ยังช่วยเพิ่มโอกาสให้กับผู้พิการและผู้ที่ขาดโอกาส ให้กลับมามีโอกาสสร้างรายได้เลี้ยงชีพ โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้พิการด้านการได้ยินที่ได้รับความช่วยเหลือจากเครื่องมือที่สามารถแปลงข้อความเป็นเสียงหรือแปลภาษาได้อย่างรวดเร็ว และจากการสำรวจพบว่า 25% ของบริษัทใน Fortune 500 เริ่มให้โอกาสบุคคลที่มีลักษณะ Neurodivergent อาทิ บุคคลออทิสติก บุคคลสมาธิสั้นมาร่วมงาน โดยใช้ AI เป็นเครื่องมือในการสนับสนุน โดยภาพรวม บริษัทวิจัยระดับโลก Nielsen Norman Group กล่าวว่า การประยุกต์ใช้ AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ถึง 66% ส่งผลให้องค์กรต่าง ๆ สนับสนุนการนำเครื่องมือ AI มาช่วยในการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น
ความท้าทายของ AI
จากประสิทธิภาพอันมากมายของ AI ที่กล่าวข้างต้น นำไปสู่คำถามที่ว่า AI จะมาแทนที่งานของเราหรือไม่ เห็นได้ชัดเจนว่างานบางประเภทมีโอกาสที่จะถูก AI เข้ามาทดแทนแน่นอน จากผลการศึกษาล่าสุดของ Resume Builder พบว่ามีถึง 44% ของผู้บริหารที่ใช้ AI วางแผนจะลดจำนวนพนักงานในปี 2024 โดยเฉพาะแรงงานในประเทศกำลังพัฒนา และไทยอาจจะเป็นหนึ่งในนั้น นอกจากนี้ AI ยังมีส่งผลต่องานที่ต้องใช้ทักษะสูง เช่น การเขียนโค้ด หรือการสร้างภาพนิ่งและวิดีโอ ซึ่งแม้ในปัจจุบันยังมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก แต่ก็มีการพัฒนาประสิทธิภาพอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ทำให้มีแนวโน้มว่าจะได้รับผลกระทบจากการทำงานของ AI ในอนาคตเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ภาพที่ 2 ปัญญาประดิษฐ์กับสังคมไทย ปี 2567
ที่มา ภาพถูกสร้างจาก AI, DALL·E
จากกระแส AI ที่นับวันจะแรงขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า AI จะก้าวเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่และการทำงานแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราในฐานะผู้เลือกใช้ไม่ว่าจะเป็นระดับบุคคลหรือองค์กร จึงควรต้องปรับตัวเพื่อเรียนรู้และใช้ประโยชน์จาก AI ในการทำงานให้เกิดผลสูงสุด เช่น
อย่างไรก็ตาม การประยุกต์ใช้ AI ยังเป็นดาบสองคมนำมาซึ่งความท้าทายสำคัญในด้านจริยธรรมและธรรมาภิบาล และเป็นประเด็นที่ทั่วโลกกำลังเตรียมตัวรับมือ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ชี้ว่า แม้ทุกประเทศจะได้รับโอกาสจากการใช้ AI ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แต่ยังขาดการกำกับดูแลที่ดีจนอาจนำไปสู่การใช้ AI ในทางที่ไม่เหมาะสม เช่น การสร้างข่าวปลอม ภาพปลอมในโซเชียลมีเดีย เป็นต้น ซึ่งกลายเป็นปัญหาหลักที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ ดังนั้นการกำกับดูแล AI จึงได้ถูกนำมาใช้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในระยะยาวและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
โดยสรุป AI ได้นำมาซึ่งโอกาสและความท้าทายอย่างมากในหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก แม้ว่าเราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการประยุกต์ใช้ AI ได้จากกระแสโลกที่กำลังเติบโต แต่สิ่งที่เราสามารถทำได้คือการปรับตัวและสร้างทักษะใหม่ ๆ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างสูงสุด
นางสาวศารีญ่า เบ็ญอาหลี
สาขาภาคใต้ตอนล่าง
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
แหล่งข้อมูลอ้างอิง