
ขอขอบคุณภาพจาก dohanews
ในปัจจุบันนี้มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีมากมาย เช่นแอปพลิเคชันที่มีมากกว่า 8.9 ล้าน แอปพลิเคชัน และในปัจจุบันกับมีประชากรกลุ่มหนึ่งที่ถูกละเลยและมองข้ามอยู่เสมอมา นั่นคือ กลุ่มผู้พิการทางสายตา ซึ่งขณะนี้มีผู้พิการทางสายตาประมาณ 284 ล้านคน และกว่า 39 ล้านคน เป็นคนตาบอด นับเป็นประชากรถึงร้อยละ 4 ของประชากรทั่วโลก กลุ่มผู้พิการเหล่านี้มีจำนวนไม่น้อยที่ต้องจำนนต่อข้อจำกัดในการดำเนินชีวิต โดยปราศจากความหวังที่จะเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและความบันเทิงต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตามในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้เกิดนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ตอบสนองกลุ่มคนเหล่านี้มากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ความบันเทิงระดับโลก
มหกรรมกีฬาฟุตบอลโลก FIFA World Cup ถือเป็นการแข่งขันกีฬาระดับโลกที่มีกระแสความนิยมพอ ๆ กับกีฬาโอลิมปิก (Olympic Games) ได้เปิดฉากการแข่งขันในปี 2022 อย่างเป็นทางการที่ผ่านมาแล้ว ณ ประเทศกาตาร์ สิ่งที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดนอกเหนือจากซูปเปอร์สตาร์ดังฝีเท้าระดับพระกาฬของแต่ละประเทศแล้วนั้นคือนวัตกรรมเทคโนโลยีสุดล้ำน่าตื่นตาตื่นใจที่นำมาใช้มากที่สุดเท่าที่เคยจัดการแข่งขันมาตลอด 92 ปีที่ผ่านมา
ประเทศกาตาร์ ได้ชื่อว่าเป็น A World Cup of Innovation จากนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อเกมการแข่งขันฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีระบายความร้อนในสนามกีฬาขั้นสูง ลูกฟุตบอลตรวจจับการเคลื่อนไหวไฟฟ้า เทคโนโลยีแจ้งเตือนการล้ำหน้าอัตโนมัติ เป็นต้น ไม่เว้นแม้แต่เทคโนโลยีชั้นยอดที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือผู้พิการทางสายตาที่มักจะถูกละเลยและมองข้าม เพื่อให้สามารถเพลิดเพลินไปกับเกมการแข่งขันฟุตบอลเช่นเดียวกับคนปกติทั่วไป

ขอบคุณภาพจาก bonocle.co
Bonocle แพลตฟอร์มความบันเทิงอักษรเบรลล์แห่งแรกของโลก สตาร์ทอัพของกระทรวงคมนาคมและการสื่อสารของประเทศกาตาร์ การันตีความเยี่ยมยอดจากการได้รับรางวัล World Summit Award 2020 (WSA2020) ในหมวดสร้างการมีส่วนร่วมในสังคม ถูกนำมาใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ เพื่อให้ผู้มีความบกพร่องทางการมองเห็นได้มีส่วนร่วมในการแข่งขั้นโดยสามารถเข้าถึงเกมการแข่งขันฟุตบอลได้อย่างง่ายดาย
Bonocle เป็นอุปกรณ์อักษรเบรลล์แบบพกพาที่ทำหน้าที่เหมือนตัวควบคุมสำหรับสมาร์ทโฟน เป็นนวัตกรรมที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อให้ทำงานเหมือนกับจอแสดงผลอักษรเบรลล์แบบไม่มีบรรทัด โดยใช้แอปพลิเคชันที่พัฒนาและปรับให้เหมาะสมเพื่อให้สามารถทำงาน เรียนรู้ หรือเล่น ผ่านเสียงตอบรับที่สัมผัสได้ เช่น อักษรเบรลล์ ระบบสัมผัส และตัวอ่านเสียงแบบ Screen Reader/Voice Over และโต้ตอบกับแอปพลิเคชันผ่านปุ่ม การเคลื่อนไหว และเสียงพูด
Bonocle สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต และแปลงข้อมูลดิจิทัลบนหน้าจอเกี่ยวกับเกมการแข่งขันฟุตบอลโลกแต่ละนัดให้เป็นอักษรเบรลล์แบบเรียลไทม์ ด้วยการใช้ฟังก์ชันการแปลงรหัสและเทคโนโลยีบลูทูธ ทำให้ผู้พิการทางสายตาสามารถสัมผัสกับอรรถรสบรรยากาศของมหกรรมฟุตบอลโลกในปี 2022 ได้ในทุกนัดเช่นเดียวกับแฟนลูกหนังทั่วไปในรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นการขจัดข้อจำกัดให้แก่ผู้พิการทางสายตาและเป็นการเปิดประตูให้สามารถสำรวจโลกของเกมกีฬาด้วยความบันเทิงอย่างแท้จริง
สิ่งประดิษฐ์นี้ไม่เพียงแต่ราคาย่อมเยาและแปลงเนื้อหาเกี่ยวกับฟุตบอลโลกในครั้งนี้เท่านั้น แต่ผู้พิการทางสายตายังสามารถปรับใช้สำหรับการทำงาน การศึกษา หรือแม้แต่การเล่มเกมออนไลน์ ตามคำกล่าวของทีมสตาร์ทอัพผู้ก่อตั้งที่ว่า “There’s a whole world of useful and useless stuff to do online. We want blind people to have access to both.”
เช่นเดียวกันกับ Gosense บริษัทผู้พัฒนาแกดเจ็ตที่ช่วยให้ผู้พิการทางสายตาสามารถหลบหลีกอันตรายบนท้องถนนได้ อุปกรณ์นี้จะติดตั้งบนไม้เท้า โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อหาเส้นทางเดินทางของผู้บกพร่องทางสายตา และแจ้งให้ผู้ใช้ทราบเกี่ยวกับสิ่งกีดขวางในเส้นทาง หากสิ่งกีดขวางอยู่ข้างหน้าแต่อยู่ทางขวา สัญญาณเตือนจะดังที่หูข้างขวา เพื่อบอกให้รู้ว่าต้องอ้อมไปทางซ้าย ปัจจุบันอุปกรณ์ดังกล่าวมีผู้ใช้เกือบ 400 คนในประเทศฝรั่งเศส โดยมีบางรุ่นที่ใช้งานในสวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี เบลเยียม และอิตาลี

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.gosense.com/
BLITAB เป็นแท็บเล็ตอักษรเบรลล์ตัวแรกที่ใช้เทคโนโลยี disruptive actuating technology สร้างข้อความและกราฟิกที่สัมผัสได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้บกพร่องทางสายตาสามารถเรียนรู้ ทำงาน และเล่นได้ด้วยอุปกรณ์เพียงเครื่องเดียว และเข้าถึงข้อมูลดิจิทัลได้แบบเรียลไทม์ แท็บเล็ตนี้จะแปลงเอกสารเป็นข้อความอักษรเบรลล์ จุดอัจฉริยะเล็กๆ (“Tixels”) ซึ่งเป็นเซลล์จำนวนมากที่เรียงอยู่บนแถว มันจะยกขึ้นมาจากพื้นผิวทันที เพื่อแสดงข้อความหรือรูปร่างของภาพที่กำลังเปิดอยู่ จากนั้นจมลงไปเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

ขอขอบคุณภาพจาก https://blitab.com/
นอกจากนี้นักพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ต่างก็พยายามพัฒนานวัตกรรมเพื่อความบันเทิงอย่างหลากหลายด้วย เช่น กลุ่มวิจัย HULAT จากมหาวิทยาลัย Universidad Carlos III de Madrid (UC3M) ในประเทศสเปน ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน ที่ช่วยให้ผู้มีความบกพร่องทางสายตาได้เพลิดเพลินกับไฟคริสต์มาสที่งดงามตระการตาในกรุงมาดริด ประเทศสเปนได้อย่างง่ายดาย โดยแอป "Accessible Christmas" ใช้ระบบคำบรรยายเสียงที่กำหนดให้กับถนนสายต่าง ๆ โดยจะเริ่มทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้เปิดใช้งานระบบตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ ซึ่งจะมีเสียงอธิบายข้อมูลเกี่ยวกับฉากที่แสดง แสง สี และความรู้สึก ตลอดจนข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสร้างฉากดังกล่าว นอกจากนี้ แอปพลิเคชันยังให้ผู้พิการทางสายตาได้เพลิดเพลินกับไฟคริสต์มาสของกรุงมาดริดโดยไม่ต้องเดินทางไป เพียงแค่ค้นหาจากรายการถนนที่มีอยู่ในแอปเท่านั้น ท้ายที่สุดแล้วเป้าหมายของทีมผู้พัฒนา “Accessible Christmas” คือต้องการให้ผู้พิการทางสายตาทุกคนได้มีโอกาสเพลิดเพลินกับบรรยากาศคริสต์มาสในกรุงมาดริดที่ประดับประดาด้วยดวงไฟมากกว่า 10.8 ล้านดวงในแต่ละปีเหมือนคนปกติทั่วไป

ขอบคุณภาพจาก granhotelingles.com
แม้แต่ NASA เอง ก็ยังได้รวมทีมนักวิทยาศาสตร์ นักเขียน นักดนตรี เพื่อแปลงชุดภาพถ่ายอวกาศจาก “กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์” ที่ทำให้ชาวโลกตื่นตะลึกกับความงามของดวงดาวที่อยู่ห่างไปกว่าพันปีแสง ให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางสายตาสามารถชื่นชมกับภาพชุดดังกล่าวได้เช่นเดียวกัน ทีมผู้เชี่ยวชาญ NASA ได้แปลงภาพถ่ายจากกล้องให้กลายเป็นเสียง โดยใช้กระบวนการ Sonification เพื่อเข้ารหัสภาพถ่ายแล้วแปลงเป็นเสียงสเตอริโอ 3 มิติ ผลงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Universe of Learning ที่ NASA ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งความรู้ด้านดาราศาสตร์สำหรับทุกคน “อวกาศเป็นของทุกคน ไม่สำคัญว่าคุณจะเป็นใคร” อย่างนักดาราศาสตร์ผู้พิการทางสายตาชาวเปอร์โตริโก ชื่อ วันดา ดิแอซ เมอร์เซด ได้ใช้กระบวนการ Sonification ศึกษาการปลดปล่อยลำแสงแกมมา ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ทรงพลังที่สุดในจักรวาล วันดาสามารถศึกษาจากเสียงได้ผ่านการสั่น “วิทยาศาสตร์นั้นมีไว้เพื่อทุกคน มันต้องเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพราะว่าเราทุกคนล้วนเป็นผู้สำรวจตามธรรมชาติ”

ขอบคุณภาพจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์ NASA, ESA, CSA และ STScI
ประเทศเกาหลี ก็มีตัวช่วยผู้พิการทางสายตาให้เดินทางในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินได้ ไม่ต้องพึ่งพาคนในครอบครัวหรือผู้ช่วยคอยนำทาง เมืองปูซานได้เปิดตัวบริการเคลื่อนที่ชื่อ Dagachi Naranhi หรือ Side By Side ซึ่งใช้เทคโนโลยี GPS เพื่อให้ข้อมูลทิศทางที่แปลเป็นภาษาท้องถิ่นผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน เมื่อผู้ใช้เลือกปลายทางในสถานีรถไฟ ระบบจะแสดงคำแนะนำแบบเมตรต่อเมตรซึ่งจะอัพเดตแบบเรียลไทม์ โดยปูซานมีแผนจะขยาย Dagachi Naranhi ไปทั่วเครือข่ายสถานีรถไฟใต้ดิน 114 แห่ง สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินถือเป็นสถานที่ที่พลุกพล่านและเต็มไปด้วนเส้นทางอันสลับซับซ้อน เป็นอุปสรรคสำหรับผู้พิการทางสายตาอย่างมาก จึงมักไม่ค่อยเห็นผู้พิการทางสายตาใช้รถไฟใต้ดินบ่อยนัก ระบบนี้ไม่เพียงจะช่วยอำนวยความสะดวกเท่านั้นแต่ยังช่วยลดอุปสรรคทางสังคมด้วย
ในประเทศไทย ผู้พัฒนาต่างก็ร่วมด้วยช่วยกันเติมความสุขให้กับผู้พิการทางสายตา อย่างเช่น แอปพลิเคชัน “พรรณนา” (PANNANA) ซึ่งจะช่วยให้คนตาบอดสามารถที่จะสนุกไปกับการดูภาพยนตร์ได้เหมือนคนทั่วไป เป็นแอปพลิเคชันสร้างภาพจินตนาการจากการฟังบรรยายภาพด้วยเสียง ทำให้สามารถรับชมเรื่องราวได้อย่างมีอรรถรส โดยแอปจะมีสารบัญของเสียงบรรยายภาพของภาพยนตร์ต่าง ๆ เปิดดูภาพยนตร์และเปิดใช้งานแอปไปพร้อม ๆ กัน แอปพลิเคชันจะเริ่มทำการบรรยายลักษณะท่าทางของตัวละครต่าง ๆ ทันที ตามเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ที่ฉายอยู่เพื่อให้ผู้พิการทางการมองเห็นได้มีจินตนาการไปพร้อมกับคนปกติที่กำลังดูหนัง
ผู้พิการทางสายตารุ่นเยาว์ ที่มีความฝันอยากจะเป็นนักดนตรีและรักในการเล่นดนตรี แต่อุปสรรคสำคัญของพวกเขาก็คือสายตาที่ไม่ปกติ แอปพลิเคชัน Visible Note ก็สร้างโอกาสให้เด็กพิการทางสายตาได้เรียนดนตรีคลาสสิก ผู้ใช้งานสามารถสั่งการด้วยเสียงหรือการสัมผัสหน้าจอ เพื่อเลือกเพลง เล่นเพลง หยุด ย้อนกลับ หรือไปข้างหน้า และสามารถเล่นดนตรีไปด้วยได้ พร้อมทั้งฟังโน้ตไปด้วย โดยไม่ต้องใช้มือคลำโน้ตหรืออักษรเบรลล์ให้ยุ่งยาก
ประเทศไทยมีประชากรจำนวนประมาณ 66 ล้านคน เป็นผู้พิการทางการมองเห็น 184,711 คน ที่ต้องทนทุกข์ทรมานทั้งทางกายและจิตใจจากการขาดการสนับสนุนด้านการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพ ปัจจุบันการพัฒนานวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลถือเป็นกลไกสำคัญที่จะลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูลและการสื่อสาร ช่วยให้ผู้พิการใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น คงไม่มีใครอยากให้ผู้อื่นมองว่าตนเป็นบุคคลด้อยค่า เพราะทุกคนต่างก็มีความรู้ความสามารถเช่นเดียวกัน สิ่งที่เราต้องทำคือการพัฒนาสภาพแวดล้อม สาธารณูปโภคและการบริการให้กับพวกเขา สิ่งที่คนพิการต้องการคือโอกาสและความเท่าเทียมไม่ต่างกับคนปกติ เมื่อใดก็ตามที่เราทำสิ่งนี้ได้กลุ่มผู้พิการในสังคมจะสามารถดำรงชีวิตได้ด้วยตัวเอง ลดอัตราการพึ่งพา และร้องขอความช่วยเหลือน้อยลง และเมื่อนั้นคงเป็นวันที่เราทุกคนเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง
สุชาดา เจียรพิพัฒน์พงศ์
สำนักงานสาขาภาคใต้ตอนบน
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
ที่มา / แหล่งอ้างอิง