ปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวกระโดดไปอีกขั้น การสื่อสารด้วยข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพกลายเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่อาจจะมองข้าม เพื่อให้ข้อมูลทั้งที่เป็นข้อความ รูปภาพ วีดีโอ หรือแม้กระทั่งการสื่อสารด้วยข้อมูลเสียง ถูกส่งต่อไปถึงผู้รับสารเป้าหมายได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และไม่สูญหายระหว่างทาง อีกทั้งยังช่วยให้ผู้รับสารเข้าใจได้ง่ายและแม้กระทั่งเมื่อปัญหาเกิดขึ้นก็สามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว
ก่อนจะสื่อสารข้อมูลออกไปยังผู้รับสาร จำเป็นต้องมีข้อมูลที่พร้อมสำหรับการนำเสนอก่อน ซึ่งข้อมูลที่เราเก็บไว้ในคลังข้อมูลนั้นมีข้อมูลที่หลากหลายแตกต่างกันออกไป การที่เราจะนำข้อมูลออกไปใช้งาน เราจะต้องเริ่มจากการตั้งคำถามตั้งสมมติฐานที่จะใช้ข้อมูลก่อนว่าเราต้องการจะสื่อสารข้อมูลออกมาอย่างไร จะสื่อสารออกไปในเรื่องไหน เพื่อเลือกชุดข้อมูลที่เรามีออกมาใช้งานได้อย่างถูกต้องและสื่อสารให้ตรงประเด็น นอกจากนี้ การเลือกชุดข้อมูล ยังต้องคำนึงถึงการสร้างประโยชน์สำหรับสังคมหรือองค์กรด้วย

ภาพที่ 1 สรุปภาพรวม Data Storytelling
ที่มา จาก Venngage’s Data Storytelling in Marketing
การเล่าเรื่องด้วยข้อมูล (Data storytelling) ไม่เพียงแค่ทำให้ข้อมูลสื่อสารได้ดีเท่านั้น การเล่าเรื่องหรือ Storytelling ยังสามารถทำให้ข้อมูลน่าสนใจขึ้น และช่วยดึงดูดความสนใจของผู้ฟัง/ ผู้อ่าน ได้ดีกว่าการนำเสนอข้อมูลดิบล้วนๆ เพราะเรื่องราวสามารถกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกและสร้างความอยากรู้อยากเห็น ทำให้อยากติดตามต่อ อีกทั้งยังใช้ภาษาเรียบง่าย จึงช่วยอธิบายข้อมูลหรือเรียบเรียงเรื่องที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายขึ้น ข้อดีอีกอย่างคือการยกตัวอย่างประกอบ เพราะช่วยให้ผู้ฟัง/ ผู้อ่าน สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับประสบการณ์ของตัวเอง หรือบางครั้งมีการสร้างเรื่องราวที่มีโครงสร้าง ตัวละคร และฉาก ทำให้ผู้ฟัง/ ผู้อ่าน จดจำประเด็นสำคัญได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการคิดวิเคราะห์ข้อมูล หาข้อสรุป และเกิดการตั้งคำถาม สุดท้ายอาจจะนำไปสู่การสร้างแรงบันดาลใจ หรือนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการ
หัวใจสำคัญของการสื่อสารข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ มักประกอบไปด้วย 2 องค์ประกอบหลักดังนี้
Data visualization: การเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นภาพเพื่อการสำรวจและวิเคราะห์ ในยุคที่ข้อมูลมีอยู่มากมายมหาศาล การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง Visualization หรือการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบภาพจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในปัจจุบันVisualization ช่วยให้เราสามารถมองเห็นข้อมูลได้ในมุมมองใหม่ ๆ และเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลต่าง ๆ ได้ดีขึ้น นอกจากนี้ Visualization ยังช่วยให้เราสามารถสื่อสารข้อมูลที่ซับซ้อนให้กับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอแนวโน้มต่างๆ (Trend) การกระจายตัว (Distribution) ความสัมพันธ์ระหว่างค่าต่างๆ (Correlation) ที่จะช่วยให้การสื่อสารด้วยข้อมูลมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เครื่องมือที่นิยมใช้สำหรับการทำ Data visualization ในปัจุบันมี 5 เครื่องมือหลักๆ เช่น
สำหรับบางคนอาจจะยังมองไม่ออกว่า Data storytelling กับ Data Visualization นั้นมันเชื่อมต่อกันอย่างไรนั้น ผู้เขียนจึงสรุปคร่าว ๆ เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ดังนี้
“Data Storytelling เปรียบเสมือน "ศิลปะ" ที่ผสมผสานการวิเคราะห์และการเล่าเรื่องราวอย่างน่าสนใจ ขณะที่ Data visualization เปรียบเสมือน "เครื่องมือ" ที่ช่วยให้ศิลปะนี้สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพ การนำ Data visualization มาใช้ในการเล่าเรื่องราวช่วยให้ข้อมูลนั้นเข้าใจง่าย ดึงดูดความสนใจ และจดจำได้ง่าย ดังนั้นการรวมสองแนวคิดนี้เข้าด้วยกันจึงเป็นสิ่งสำคัญในการนำเสนอข้อมูลที่มีความหมายและทรงพลัง”
Narrative หรือการเล่าเรื่อง เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญของ Data storytelling การเล่าเรื่องให้เป็นจะสามารถดึงดูดความสนใจของผู้ฟัง อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์ระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสาร และยังสามารถโน้มน้าวใจให้ผู้รับสารรู้สึกคล้อยตาม เพราะแม้จะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และมีการนำข้อมูลมาเปลี่ยนเป็นภาพ (Visualization) แล้วก็ตาม หากไม่การลำดับเรื่องราวที่น่าสนใจ ก็ไม่สามารถสื่อสารข้อมูลที่มีประสิทธิภาพได้
การใช้ Data storytelling ในโลกของข้อมูล เป็นการสร้างเรื่องราวจากข้อมูลที่เป็นประโยชน์ โดยใช้วิธีการเล่าที่มีเสน่ห์ อธิบายและเรียงลำดับเพื่อให้เข้าใจประเด็นสำคัญ เพื่อช่วยให้ผู้รับสารสนใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น มองเห็นสถานการณ์ได้ลึกซึ้ง และเสริมสร้างการตัดสินใจที่ชาญฉลาดขึ้น นอกจากนี้ การใช้เรื่องราวเพื่ออธิบายข้อมูลยังช่วยให้ผู้รับสารเข้าใจว่าเรากำลังใช้ข้อมูลอย่างไร มีแนวคิดอะไร และสื่อสารข้อมูลอย่างไร เพื่อเชื่อมโยงกับผู้รับสาร ให้รับรู้ เข้าใจและเห็นคูณค่าของข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพในยุคที่ข้อมูลมีความสำคัญสูงสุด ทุกคนสามารถใช้ Data storytelling ได้ ยกตัวอย่าง เช่น

ภาพที่ 2 ตัวอย่างของการนำข้อมูลมาใช้ทำ Data Visualization
ที่มา Proper Use of Color in Data Visualization by Shaun Foaden
ตัวอย่างความสำเร็จในการทำ Data storytelling
Netflix: วิเคราะห์ข้อมูลการดูหนังและซีรีส์ของผู้ใช้ พบว่าผู้ใช้มักดูหนังแนวเดียวกันติดต่อกัน Netflix จึงใช้ข้อมูลนี้พัฒนาฟีเจอร์ "Recommended for You" แนะนำหนังและซีรีส์ที่ตรงกับความชอบของผู้ใช้

ภาพที่ 3 Netflix makeover brings improved search and recommendations
ที่มา Devin Coldewey is a contributing writer for NBC News Digital
Google Maps: วิเคราะห์ข้อมูลการจราจร พบว่าผู้ใช้มักประสบปัญหารถติดในช่วงเช้า Google Maps จึงใช้ข้อมูลนี้พัฒนาฟีเจอร์ "Live Traffic" แสดงข้อมูลการจราจรแบบ Realtime

ภาพที่ 4 Google Maps and Waze temporarily disable live traffic data in Israel
ที่มา Ramishah Maruf, CNN
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย: ใช้ Data storytelling วิเคราะห์ข้อมูลการใช้ไฟฟ้า นำเสนอผ่านเว็บไซต์ "MEA Smart Life" ช่วยให้ประชาชนเข้าใจรูปแบบการใช้ไฟฟ้าและประหยัดพลังงาน

ภาพที่ 5 MEA Smart Life ชูจุดเด่นเช็กค่าไฟฟ้าย้อนหลังง่าย ๆ สะดวกสบายผ่านแอป
ที่มา Khaosod Online
กรุงเทพมหานคร : ใช้ Data storytelling จากการรายงานปัญหาของประชาชนในพื้นที่ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล และแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ช่วยให้ง่ายต่อการติดตามการแก้ไขปัญหาของ กทม. ได้แบบ Realtime

ภาพที่ 6 CCTV เชื่อมระบบ Traffy Fondue รับแจ้งปัญหาพร้อมประเมินผลงานรายเขต เพื่อกระจายอำนาจให้ประชาชนมีส่วนร่วมพัฒนาเมือง
ที่มา ธนาชัย ประมาณพาณิชย์, TNN online
กล่าวโดยสรุป การเล่าเรื่องด้วยข้อมูล หรือการใช้ Data visualization กลายเป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญที่คนในยุคปัจจุบันควรเรียนรู้และพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสาร เพราะเมื่อผู้รับสารสามารถเข้าใจ และจดจำข้อมูลได้ ย่อมส่งผลต่อกระบวนการคิดวิเคราะห์และตัดสินใจที่ตามมา และไม่แน่ว่า เมื่อสาร “เข้าถึงใจ” แล้ว โอกาสในการได้ผล “อย่างใจ” ก็ดูจะเป็นไปได้มากขึ้น
นางสาวประพร เคนวิเศษ
ส่วนกลยุทธ์และงบประมาณ ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
แหล่งข้อมูลอ้างอิง