black ribbon
บริการ
TH
EN
TH
CN

จับตาประเด็น Davos 2024 กับ เทรนด์ AI เทคโนโลยีที่กำลังพลิกโฉมอนาคต

จากการประชุมประจำปีของ World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในปี 2024 มีการพูดคุยในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกอย่างรวดเร็ว ทั้งในแง่ของโอกาสและความท้าทาย ผู้นำจากทั่วโลกเห็นตรงกันว่าแม้เทคโนโลยีจะมีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวัน แต่โลกส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นอนาล็อกอยู่ การเชื่อมต่อระหว่างโลกดิจิทัลและโลกปัจจุบันจึงเป็นกระบวนการที่ใช้เวลา ต้องคำนึงถึงความเท่าเทียมในการเข้าถึงเป็นสำคัญ ความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ เพื่อลดช่องว่างดิจิทัลจึงมีความจำเป็น

นอกจากนี้ การเตรียมพร้อมสำหรับยุคเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังจะมาถึงในโลกแห่งอนาคต ซึ่งจะมี AI เป็นกลจักรสำคัญ ในการขับเคลื่อนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ควรเริ่มพัฒนาบุคลากรและระบบนิเวศของเทคโนโลยี ให้ตอบสนองการทำงานที่เปลี่ยนไปในอนาคต รวมถึงควรตระหนักถึงการพัฒนากฎระเบียบเฉพาะสำหรับการกำกับดูแล AI อย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นแนวทางด้านการสร้างจริยธรรมในการใช้งาน ซึ่งเป็นแนวทางที่ผู้นำด้านเทคโนโลยีต่างเห็นพ้องกันว่า แม้ AI และเทคโนโลยีเหล่านี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลง แต่ก็มีเวลาเพียงพอที่จะปรับตัวรับมืออย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างถูกต้องรวมถึงเป็นการอำนวยความสะดวกในการวิเคราะห์ไปประกอบการตัดสินใจในการทำงานได้ดีขึ้น ทำหน้าที่เป็น Smart Assistant ให้กับมนุษย์ชาติ ในการจัดลำดับความสำคัญของงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเศรษฐกิจแห่งอนาคตในยุคดิจิทัล

ภาพจาก Generative AI Chat GPT

ที่มา ภาพจาก Generative AI Chat GPT

จากข้อมูลของ WEF ชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยี AI ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งได้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ในการประชุม Davos 2024 จึงมีการอภิปรายเกี่ยวกับ AI และเทคโนโลยีอื่นๆ อย่างลึกซึ้ง รวมถึงทิศทางในอนาคตและผลกระทบต่อโลกที่อาจเกิดขึ้น บทความนี้สรุป 5 ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจจากการอภิปรายในครั้งนี้

  1. โลกยังเป็นอนาล็อกและขาดการเชื่อมโยงระหว่างกัน แม้เราจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ อาทิเช่น Smartphone Tablet หรือเทคโนโลยีโลกเสมือน แต่โลกที่เรามีปฏิสัมพันธ์จริง ๆ นั้นยังเป็นโลกกายภาพเป็นหลัก การเพิ่มการเชื่อมต่อระหว่างโลกทั้งสองเข้าด้วยกันซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรากฐานวิถีการใช้ชีวิตและการทำงานนั้น เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและใช้เวลา ไม่ใช่ทุกอย่างที่สามารถถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีได้ทันที นอกจากนี้ปัญหาเรื่องความเท่าเทียมในการเข้าถึงเทคโนโลยีก็ยังเป็นความท้าทายอยู่ การร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ผ่าน EDISON Alliance (พันธมิตรที่ก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มบริษัทชั้นนำระดับโลก อาทิเช่น Accenture Cisco Amazon Google เป็นต้น) ซึ่งมีเป้าหมายที่จะปิดช่องว่างทางดิจิทัลให้ได้ภายในปี 2025 จึงมีความสำคัญต่อภาพรวมของโลกอนาคตเป็นอย่างยิ่ง
  2. เตรียมพร้อมรับมือกับ Quantum Economy การมาถึงของ Quantum Computing จะเป็นเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่ได้รับการคาดการณ์ว่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมากในปี 2030 เทียบเท่ากับ AI เลยทีเดียว Quantum Computing มีศักยภาพที่จะแก้ไขปัญหาที่คอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมไม่สามารถทำได้หรือทำได้ช้า อย่างเช่น การคำนวณเพื่อหาผลลัพธ์จากฟังก์ชันที่ซับซ้อนหรือการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มความเร็วในการวิจัยและพัฒนาในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความปลอดภัยของข้อมูล เทคโนโลยีควอนตัมสามารถพัฒนาระบบการเข้าและถอดรหัสที่มีความปลอดภัยสูงกว่าเดิมมาก นี่จะเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันข้อมูลที่เป็น Big data สำคัญไม่ให้ถูกแฮคหรือถูกโจมตี หรือแม้กระทั้ง อุตสาหกรรมการเงิน อย่าง Digital asset ที่เป็นเทรนด์ของการเงินโลกยุคใหม่ ซึ่งด้วยความสามารถในการประมวลผลที่เร็วขึ้นอย่างก้าวกระโดด Quantum Computer สามารถปรับปรุงการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน การจำลองสถานการณ์ทางเศรษฐกิจหลายอย่าง รวมถึงการคำนวณความเสี่ยงและการคาดการณ์ทางการเงินที่ซับซ้อน หลายแอปพลิเคชันของควอนตัมก็มีการใช้งานอยู่แล้วในปัจจุบัน เช่น Sensor Navigation และ Communications ภาคธุรกิจและรัฐบาลควรเริ่มเตรียมพร้อมตั้งแต่ตอนนี้ โดยเฉพาะในเรื่องการพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางและสหวิทยาการ และต้องส่งเสริมระบบนิเวศน์โดยรวมของนักพัฒนา ไม่ปล่อยให้เกิดช่องว่างทางควอนตัมเหมือนที่เคยเกิดกับโลกดิจิทัลก่อนโควิด-19

ภาพจาก Generative AI Chat GPT

ภาพจาก Generative AI Chat GPT

  1. เทคโนโลยีอวกาศกับภูมิอากาศโลก เทคโนโลยีด้านอวกาศจะมีความสำคัญกับโลกในอีก 10 ปีข้างหน้าเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ซึ่งเทคโนโลยีอวกาศสามารถนำมาใช้รับมือกับความเสี่ยงเหล่านี้ได้ ระบบถ่ายภาพโลกให้ข้อมูลที่สำคัญต่อการทำเศรษฐกิจแบบยั่งยืน ตั้งแต่การติดตามการตัดไม้ทำลายป่าไปจนถึงการคาดการณ์และรับมือภัยพิบัติ เมื่อนำเอา AI เข้ามาร่วมด้วยจะยิ่งเพิ่มขีดความสามารถในการจำลองสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตและความเสี่ยงจากภูมิอากาศ โดยผสานกับแบบจำลองระบบโลกและคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง

ภาพจาก Generative AI Chat GPT

ภาพจาก Generative AI Chat GPT

  1. AI จะช่วยให้เราให้ความสำคัญกับมนุษยธรรมมากขึ้น AI กำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่การดูแลสุขภาพไปจนถึงการผลิต และสร้างช่องทางใหม่ ๆ ในการศึกษาและบริการสาธารณะ ทำให้มนุษย์เข้าถึงเครื่องมือและความสามารถได้มากขึ้นกว่าที่เคย ในด้านการดูแลสุขภาพ AI มีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพ และช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วยได้อย่างเห็นอกเห็นใจมากขึ้น นำไปสู่โซลูชันที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล โดยเฉพาะเมื่อผสานกับเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น ควอนตัมตอนนี้เรากำลังเดินหน้าโครงการที่จะช่วยยกระดับ GDP โลกได้ 1.7% ผ่านมาตรการพื้นฐานเพียงไม่กี่อย่าง สิ่งนี้แสดงให้เห็นผลกระทบในวงกว้างของความพยายามร่วมกันของพวกเราทุกคน นอกจากนี้ WEF ยังได้มีการริเริ่มโครงการเพื่อผลักดันประเด็นเรื่องสุขภาพของสตรีให้เป็นประเด็นระดับโลกภายใต้ชื่อ The Global Alliance for Women’s Health ซึ่งคาดการณ์ว่าสุขภาพของสตรีที่ดีขึ้นจะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกได้ถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2050
  2. การแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างกันอย่างต่อเนื่องเป็น Key Success สำคัญที่จะทำให้เราสามารถแบ่งปันคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ ผู้นำหลายคนมองตรงกันว่า เราต้องการการสนทนาที่รอบด้านและครอบคลุม คิดถึงปฏิสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างเทคโนโลยี การกำกับดูแลและคุณภาพของสังคม ไม่ใช่มองแบบขั้วตรงข้ามสุดโต่ง แนวทางการกำกับดูแลแบบประสานกันเท่านั้นที่จะทำให้ AI เกิดประโยชน์ได้อย่างทั่วถึงและมีจริยธรรม โดยเฉพาะในยามที่สถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ไม่มีความแน่นอนเช่นนี้ ทุกคนต้องทุ่มเทให้เทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อยกระดับขีดความสามารถของเรา ให้สามารถนำมาใช้รับมือกับความท้าทายเร่งด่วน เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล โดยทาง AI Governance Alliance ของ WEF ได้เปิดตัวรายงานใหม่ 3 ฉบับเพื่อเป็นแนวทางให้ผู้กำหนดนโยบายและผู้นำธุรกิจในการพัฒนา ประยุกต์ใช้ และกำกับดูแล AI อย่างมีความรับผิดชอบและเป็นธรรม เนื่องจากเทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

โลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญทางเทคโนโลยี ความร่วมมือในระดับภูมิภาคและระดับโลกจึงมีความจำเป็น เพื่อสร้างแนวทางปฏิบัติและกรอบคิดที่เหมาะสมในการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ การปกป้องสิทธิมนุษยชน การรักษาความเป็นส่วนตัว ฯลฯ ทั้งนี้ การติดตามความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง และการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เราสามารถตอบสนองต่อความท้าทายใหม่ๆ ได้อย่างทันท่วงที

ซึ่งเทคโนโลยีจะเป็นกุญแจสำคัญ ในการเป็นเครื่องมือที่มีพลังในการแก้ปัญหาสำคัญของโลกเช่นกัน เช่น การลดปัญหาสิ่งแวดล้อม การเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้คน การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ฯลฯ รวมถึงการนำระบบ AI และ Big data มาใช้ค้นหาและสร้างนวัตกรรมบำบัดรักษาโรคร้ายต่าง ๆ ที่ยังไม่มีทางรักษา หรือแก้ปัญหาโรคระบาดใหญ่ในอนาคต ศักยภาพของเทคโนโลยีจึงเป็นความหวังสำคัญในการพัฒนาโลกให้น่าอยู่ขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจริง ๆ ย่อมขึ้นอยู่กับทิศทางที่สังคมเลือกเดินไป ดังนั้นการประชุมระดับโลกอย่าง World Economic Forum ที่ Davos ครั้งนี้จึงมีความสำคัญในแง่เชิงสัญลักษณ์การเปลี่ยนผ่าน ในการชี้ให้เห็นถึงประเด็นท้าทายที่สังคมโลกต้องร่วมกันคิด ถกเถียง วางแผน และตัดสินใจ เพื่อกำหนดทิศทางในการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างถูกต้อง ไม่สร้างผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ในระยะยาว

สุดท้าย แม้เทคโนโลยีจะทรงพลังเพียงใด แต่เป้าหมายสูงสุด ก็คือการนำไปใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และสร้างประโยชน์ให้กับสังคม การให้ความสำคัญกับมิติทางด้านมนุษยธรรมและจริยธรรม จึงเป็นหัวใจสำคัญ ที่ต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาทางเทคโนโลยี เพื่อให้โลกและมนุษยชาติเดินหน้าไปด้วยกันอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉม ในยุคดิจิทัลวันนี้

ปรัชญา โกมณี

สาขาภาคเหนือตอนบน

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

แหล่งอ้างอิง