
ณ กรุงเทพมหานคร – สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) นำโดย ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการ พร้อมด้วย ดร.อรฉัตร เลียงพิบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ และนายหัสดินทร์ คัมภิรานนท์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการสินทรัพย์ depa ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารจาก สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (Mekong Institute หรือ MI) และตัวแทนจาก 6 ประเทศสมาชิกในภูมิภาคแม่โขง – ล้านช้าง . การศึกษาดูงานในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการอบรมหัวข้อ "AI-Enabled Digital Transformation for Cities and Institutions in the Lancang–Mekong Region" โดยคณะผู้เข้าร่วมได้ร่วมแลกเปลี่ยนและศึกษาแนวทางการนำเทคโนโลยี AI มาปรับใช้ในหลากหลายมิติ

ดร.ปรีสาร กล่าวถึง แนวทางการดำเนินงาน ของdepa มีเป้าหมายผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลให้แตะ 30% ของ GDP ภายใน ปี 2570 ผ่านแผนแม่บทฉบับที่ 2 ที่เน้นสร้างแรงงานดิจิทัล 5 แสนคน และอัปสกิลคนไทยทุกระดับ ตั้งแต่พื้นฐานจนถึง AI และ Coding ในโรงเรือน 1,500 แห่ง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกอนาคต พร้อมอัดฉีดงบ Matching Fund และลดหย่อนภาษีสูงสุด 200% เพื่อจูงใจเกษตรกรและ SMEs ให้เปลี่ยนผ่านสู่ระบบอัจฉริยะ ทั้งยังสนับสนุน Digital Startup ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจนถึงการโกอินเตอร์ด้วยเงินทุนสูงสุด 5 ล้านบาท เพื่อสร้างขีดความสามารถการแข่งขันในระดับสากลอย่างยั่งยืน . ดร.อรฉัตร กล่าวว่า depa เริ่มขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้เมืองเกิดยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดการด้านต่างๆของเมืองด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลทั้ง 7 ด้าน ได้แก่ Environment Economy Energy Mobility Governance People และ Living โดยมุ่งเน้นให้เมืองเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชนในการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศ รวมถึงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคลาวด์เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นายหัสดินทร์ กล่าวถึงบทบาทของโครงการ Thailand Digital Valley ในฐานะศูนย์นวัตกรรมดิจิทัลระดับภูมิภาคที่มีพื้นที่ทดลอง (Sandbox) ภายใต้คลื่นสัญญาณ 5G ซึ่งพร้อมรองรับการยกระดับขีดความสามารถในการให้บริการแก่ทุกภาคส่วน ควบคู่ไปกับการสนับสนุนผ่านกลไก "บัญชีบริการดิจิทัล" (Thailand Digital Catalog) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติสามารถเข้าถึงตลาดภาครัฐและเอกชนได้ง่ายขึ้น พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ทั้งการลดหย่อนภาษีสูงสุด 200% และการยกเว้นภาษีสูงสุด โดยกลไกเหล่านี้จะเป็นแรงจูงใจสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและกระตุ้นให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อขั้นสูงในวงกว้าง

การเข้าเยี่ยมชมในครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการแลกเปลี่ยนมุมมองและทำความเข้าใจเป้าหมายร่วมกัน โดย depa มุ่งมั่นที่จะเป็นกลไกหลักในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการทรานส์ฟอร์ม SMEs และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ของไทย เพื่อเป็นโมเดลต้นแบบในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง พร้อมผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคแม่โขง - ล้านช้าง ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนและไร้รอยต่อ