บริการ
TH
EN
TH
CN

depa ร่วมงานแถลงข่าว secutech thailand 2018 และได้ร่วมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ digital Infrastructure เพื่อการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ-เมืองปลอดภัย

17 ตุลาคม 2561 ดร. ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมงานแถลงข่าว secutech thailand 2018 และได้ร่วมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ digital Infrastructure เพื่อการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ-เมืองปลอดภัย ณ โรงแรมเรดิสัน บลู กรุงเทพฯ
ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการ depa กล่าวว่า การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ถือเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายของ การพัฒนาเมืองเพื่อการอยู่อาศัยในอนาคต โดยใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหาร จัดการ และตรวจสอบให้เมืองมีประสิทธิภาพและเหมาะสมต่อการอยู่อาศัย สร้าง คุณภาพชีวิตที่ดี มีความปลอดภัย ไม่มีอาชญากรรม และเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ที่มีกา พัฒนาอยู่เสมอสำหรับคนทุกกลุ่มในสังคม ขณะเดียวกันก็ต้องสามารถตอบสนองความ ต้องการตามบริบทและศักยภาพของเมืองที่ต้องการพัฒนา อาทิ การเป็นเมืองศูนย์กลาง การติดต่อธุรกิจระหว่างประเทศ การเป็นเมืองต้นแบบการเกษตรอัจฉริยะ การเป็น ศูนย์กลางการบริการด้านการแพทย์และสุขภาพระดับนานาชาติ เป็นต้น ดังนั้นการ พัฒนาเมืองอัจฉริยะจึงเป็นกลไกสำคัญที่สอดรับอย่างดีกับแผนพัฒนาของประเทศใน การขับเคลื่อนประเทศไปสู่ Thailand 4.0 คณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ได้ กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ โดยคัดเลือก 7 จังหวัดคือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น ชลบุรี ระยอง และ ฉะเชิงเทรา สำหรับการพัฒนา เป็นเมืองอัจฉริยะต้นเเบบที่เป็นเมืองน่าอยู่ เมืองที่มีประสทธิภาพ และมีการพัฒนา อย่างยั่งยืนใน 6 สาขาอัจฉริยะ ได้แก่ เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) ระบบขนส่ง และการสื่อสารอัจฉริยะ (Smart Mobility) พลังงานและสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Energy & Environment) ระบบบริหารภาครัฐอัจฉริยะ (Smart Governance) พลเมือง อัจฉริยะ (Smart People) และ การดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living)

depa ได้ตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนา 77 พื้นที่ใน 77 จังหวัดเป็น Smart City ภายใน 5 ปี โดยแบ่งเมือง Smart City เป็น 2 กลุ่มตามแผนแม่บทการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ คือ 1) เมืองน่าอยู่ หรือสมาร์ทซิตี้เมืองเดิม 2) เมืองใหม่อัจฉริยะ โดยใช้กลไกความร่วมมือจากการลงทุนของภาคเอกชน ร่วมกับ BOI และการสนับสนุนของภาครัฐในการให้สิทธิประโยชน์สูงสุดเพื่อผลักดันสมาร์ทซิตี้ของประเทศไทยขึ้นสู่มาตรฐานสากลต่อไป โดยจุดมุ่งหมายสำคัญ ในปี 2565 ประเทศไทยจะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง (Hub) ของเมืองอัจฉริยะในภูมิภาค และมีเมืองได้รับรางวัลในระดับสากลจะเห็นได้ว่าการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เมืองปลอดภัย คือก้าวส าคัญของประเทศใน การพัฒนาเมืองในด้านต่างๆ เพื่อการพัฒนายกระดับเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชากรในแต่ละพื้นที่ของประเทศด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้กับเมือง โดยที่ประชากรต้องสามารถเข้าถึงได้ มีการเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเมื่อประชากรสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีต่างๆนั้นได้ จึงจะ หมายถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตในเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน และปลอดภัยในการเชื่อมโยงประชาชนให้เข้าถึงเทคโนโลยีต่างๆนั้น การพัฒนา Digital Infrastructure หรือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คือหัวใจสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน เกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล และถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทุก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรตระหนัก เนื่องจากในปัจจุบันได้มีการน าเทคโนโลยีและ นวัตกรรมใหม่ๆเข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาประเทศ ทั้งในด้านความ เป็นอยู่ของประชากร เศรษฐกิจ รวมไปถึงการสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้นการเตรียมปรับโครงข่ายพื้นฐานทั้งระบบ Cloud และ Data Center เป็น สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการสร้างความเข้มแข็งในด้าน ICT แบบครบวงจร

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และครอบคลุมทั่ว ประเทศตามแนวคิดที่ว่า เข้าถึง พร้อมใช้จ่ายนั้นตามแผนยุทธศาสตร์จะเริ่มจากการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศในราคาที่ เหมาะสมโดยที่ประชากรในประเทศสามารถจ่ายได้, บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้าถึงทั่ว ทุกพื้นที่รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยว, กระจายสัญญาณภาพโทรทัศน์และเสียงวิทยุให้ ครอบคลุมทั่วประเทศ, และที่สำคัญคือการพัฒนาการสร้างเครือข่ายในการเชื่อมต่อ ข้อมูลกับประเทศในอาเซียน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการ เชื่อมต่อข้อมูลในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเตรียมความพร้อมใน การสอดรับนวัตกรรมใหม่ๆ และเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอย่างมี ประสิทธิภาพ

depa คือหนึ่งในองค์กรหลัก ที่ให้การสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ดิจิทัลอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการ Digital Infrastructure Fund โครงการที่สนับสนุน เงินทุนให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน วัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการใช้ประโยชน์ด้านต่างๆในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างเครือข่ายธุรกิจ อุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล ระบบคอมพิวเตอร์แบบ Cloud ซึ่งหมายถึงระบบที่ ให้บริการคอมพิวเตอร์ผ่านอินเทอร์เน็ตซึ่งจะท าให้สามารถเข้าถึงได้จากทุกสถานที่และทุกเวลา รวมถึงระบบเซิฟเวอร์การจัดเก็บข้อมูล ฐานข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลบน โครงสร้างพื้นฐาน Cloud โดยมีเป้าหมายหลักคือ กระตุ้นให้เกิดการลงทุนหรือประกอบ กิจการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมหรือนวัตกรรมดิจิทัล, สนับสนุนในการน าเทคโนโลยีไปใช้ให้ เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และความมั่นคงต่อประเทศ, และการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลโดยร่วมมือ กับบุคคลอื่นการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลไม่ใช่เรื่องที่จะต้องลังเลอีกต่อไปเพราะโลกได้พิสูจน์ ชัดเจนแล้วว่า เทคโนโลยีคือปัจจัยสำคัญของการนำพาทุกธุรกิจเข้าสู่การแข่งขันอย่าง depa จึงถือเป็นพันธกิจสำคัญในการช่วย ส่งเสริม ผลักดัน และเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลให้แก่สังคมไทยใน ทุกมิติ อย่างไรก็ตาม การสร้างระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีความเข้มแข็งให้กับประเทศต้อง อาศัยทั้งทุนด้านเทคโนโลยีและทุนสมองของคนดิจิทัล ดังนั้นการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ภายใต้กรอบความคิดของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ทั้งในด้าน เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบโจทย์ในการดูแลและพัฒนาเมืองอย่างมี ประสิทธิภาพ สร้างความสะดวกสบาย ความปลอดภัย ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้าง ความสุขให้กับประชาชน จึงเป็นเรื่องที่จำเป็น งาน secutech thailand 2018 เป็นงานแสดงเทคโนโลยีด้านระบบรักษาความปลอดภัย สมาร์ทโฮม การป้องกันอัคคีภัย บรรเทาสาธารณภัย และการรักษาความปลอดภัยของ ข้อมูลข่าวสารครบวงจร จัดขึ้นพร้อมงานไทยแลนด์ ไลท์ติ้ง แฟร์ 2018 และไทยแลนด์ บิลดิ้ง แฟร์ 2018 จัดโดยเมสเซ่ แฟรงค์เฟิร์ต ภายใต้แนวคิด Smart City Safe City โดยมีความสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาสมาร์ทซิตี้ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจของ depa โดยการนำเทคโนโลยีด้านระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเมืองให้มีความเป็นอัจฉริยะ โดยเฉพาะในสาขาระบบขนส่งและการสื่อสารอัจฉริยะ (Smart Mobility) และ การดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) การจัดแสดงเทคโนโลยีอัจฉริยะจากผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกเป็นการกระตุ้นให้คนในประเทศได้ตระหนักถึงความสำคัญของเมืองอัจฉริยะ และได้รับประสบการณ์การเรียนรู้จากแหล่งความรู้ทั่วโลก รวมทั้งการสร้างเครือข่ายในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ